หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของธันวาฉายภาพแผนผังระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกเจาะข้อมูลอย่างเงียบเชียบ เส้นกราฟสีแดงกะพริบถี่ราวกับสัญญาณชีพของคนที่กำลังจะขาดใจตาย แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเขาไม่ใช่ตัวเลขทางเทคนิคเหล่านั้น มันคือร่างบางของรินที่ยืนกอดอกอยู่ตรงมุมห้อง ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความผิดหวัง
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะยังคงแผดเสียงกรีดร้องด้วยริงโทนเดิมซ้ำๆ เป็นรอบที่สาม เบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน... ตัวตนที่ธันวารู้ดีว่าเป็นใคร และรู้ดีกว่านั้นว่าอีกฝ่ายกำลังถือไพ่เหนือกว่าในเกมจิตวิทยานี้
"คุณจะไม่รับจริงๆ เหรอคะ ธันวา" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันในห้องทำงานจนแทบหายใจไม่ออก น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ แต่มันบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของวิศวกรหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง
ธันวาเงยหน้าขึ้น ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ—ความรู้สึกที่เขาเกลียดที่สุดกำลังเล่นงานเขา ความรู้สึกที่ว่า *'เขากำลังจะสูญเสียเธอไป'*
"มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาใส่ใจ ริน" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ปากแข็งเป็นเกราะกำบังที่เขาใช้มาตลอดชีวิต แต่ในวินาทีที่รินทำท่าจะหันหลังเดินหนีไปทางประตู ความหวาดกลัวที่ถูกเก็บกดไว้ก็ระเบิดออก
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นพรวดเดียวจนเก้าอี้หมุนกระแทกโต๊ะดังลั่น ก่อนที่มือหนาจะพุ่งไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กไว้แล้วดึงเข้ามาประชิดตัวอย่างแรงโดยไม่ทันให้ตั้งตั้งตัว
"อุ๊ย! คุณบ้า..."
เสียงต่อว่าของรินถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหยักหนาร้อนผ่าวประกบลงมาทาบทับเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ คือความตื่นตระหนกที่ถูกแปลเปลี่ยนเป็นสัมผัสอันดุดัน และเหนือสิ่งอื่นใด... มันคือจูบแห่งความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเธอไปตลอดกาล
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด เธอพยายามจะผลักไสแผงอกกว้างออกไป แต่แรงปะทะจากร่างกายของธันวากลับหนักแน่นราวกับกำแพงเหล็ก มือหนาอีกข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของเธอ บังคับให้อนองศารับสัมผัสลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานและความดื้อรั้นที่เขาแสนจะหมั่นไส้และโหยหาในเวลาเดียวกัน
จิตวิทยาความสัมพันธ์บอกไว้ว่า มนุษย์มักจะใช้การควบคุมเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอ และธันวาก đangทำเช่นนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ เขากำลังใช้จูบนี้เพื่อปิดปากเธอ เพื่อไม่ให้เธอพูดคำว่า 'ลาก่อน' หรือ 'เราพอแค่นี้เถอะ' ออกมาอีก
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความเอาแต่ใจค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ความดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นเทาเล็กน้อยที่สะผ่านผ่านริมฝีปากหนา รินที่ตอนแรกขัดขืนสุดกำลัง เริ่มรู้สึกได้ถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย็นชาของวิศวกรหนุ่ม หัวใจดวงน้อยที่เคยปิดตายเริ่มสั่นคลอน ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกหลอมละลายหายไปกับสัมผัสที่ทั้งดุดันและเว้าวอนในคราเดียวกัน
มือเรียวที่เคยทุบตีอกกว้างค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะเดียวในความเงียบงันของห้องทำงาน
กระทั่งธันวาเป็นฝ่ายผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคมกริบสั่นระริกขณะจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการถูกรุกราน
"พอใจหรือยังคะ..." รินหอบหายใจเบาๆ น้ำเสียงของเธอสั่นน้อยๆ แต่ยังคงมีความดื้อรั้นฉายชัดในแววตา "จูบแก้ตัวของคุณ... มันไม่ได้ช่วยให้ระบบความปลอดภัยของคุณดีขึ้นเลยนะ ธันวา"
ธันวายังคงไม่ยอมปล่อยมือจากเอวบาง เขาหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติที่กระเจิดกระเจิง "ผมไม่ได้แก้ตัว... และผมก็ไม่ได้อนุญาตให้คุณเดินหนีผมไปไหนทั้งนั้น ริน"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน!" รินเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ศักดิ์ศรีและปมความเชื่อใจในอดีตทำให้เธอยังต้องตั้งกำแพง "เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน เป็นแค่คนที่ต้องมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยกัน... คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!"
"เพื่อนร่วมงานเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและแรงหึงหวง "ผู้ชายที่ไหนเขาจูบเพื่อนร่วมงานจนแทบจะขาดใจตายแบบนี้บ้างล่ะ ริน? บอกผมมาสิ ถ้าคุณฉลาดนัก ทำไมไม่อ่านใจผมดูบ้างว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง!"
"ฉันไม่ใช่หมอดู และฉันก็ไม่ได้ว่างพอจะมานั่งถอดรหัสความซึนของคุณหรอกนะ!" รินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณเก่งนัก ทำไมไม่รับโทรศัพท์เบอร์นั้นล่ะคะ? หรือว่า... มันคือคนที่คุณไม่อยากให้ฉันรู้กันแน่?"
คำพูดของรินราวกับศกที่พุ่งตรงเข้าเป้า รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของธันวาหายวับไปทันที บรรยากาศรอบตัวกลับมาเย็นยะเยือกขึ้นอีกครั้งเมื่อเสียงโทรศัพท์บนโต๊ะแผดเสียงดังขึ้นเป็นรอบที่สี่
ธันวาก้มมองหน้าจอที่ยังคงกะพริบแสงสีส้ม เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปคว้ามันขึ้นมา ท่ามกลางสายตาจับผิดของรินที่มองมาอย่างไม่กะพริบตา
นิ้วเรียวกำลังจะกดปุ่มรับสาย แต่ทว่า...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอรับอนุญาตจากคนข้างใน
รินและธันวาหันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดของ 'เมฆ' เพื่อนสนิทตัวแสบก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องบางที่มีข้อมูลวิ่งรัวอยู่บนหน้าจอ
"โอ๊ะ... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเอ่ย?" เมฆกวาดสายตามองสภาพของทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกัน แถมริมฝีปากของรินยังเจ่อจนสังเกตเห็นได้ชัด เมฆยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน "พอดีผมได้ยินข่าววงในมาว่า... 'แขกไม่ได้รับเชิญ' คนนั้นเพิ่งลงเครื่องที่สนามบิน และตอนนี้... มันกำลังยืนรอลิฟต์อยู่หน้าชั้นนี้แล้วล่ะครับ ธันวา"
สิ้นคำพูดของเมฆ สีหน้าของธันวาก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบหันกลับมามองรินที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้าทันที
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นบททดสอบหัวใจครั้งใหม่ไปด้วยกันในตอนหน้าค่ะ!
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 16
จูบแก้เผ็ด
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!