วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 6

เกมที่ไม่มีใครยอมใคร

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
กลิ่นกาแฟดำเข้มข้นคละคลุ้งไปกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทวิศวกรรมชื่อดัง เมฆก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างเนียน ๆ ทันทีที่รับรู้ถึงคลื่นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของธันวา เพื่อนสนิทที่ตอนนี้กำลังขบกรามแน่นจนสันนกasแสดงรอยนูนเด่นชัด สายตาดุคมกริบส่งตรงมาที่เมฆชนิดที่ว่า หากสายตานั้นแปลงสภาพเป็นมีดได้ เมฆคงพรุนเป็นรังสีส้มไปนานแล้ว แต่มีหรือที่คนอย่างเมฆจะสะทกสะท้าน เจ้าตัวส่งยิ้มกวนประสาทกลับมาให้ พร้อมกับทำปากมุบมิบเป็นเชิงส่งสัญญาณว่า *'กูเปิดทางให้แล้ว ที่เหลือมึงจัดการเองนะเพื่อนรัก'* ก่อนจะชิ่งเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ธันวาต้องเผชิญหน้ากับต้นเหตุของความปั่นป่วนในใจตามลำพัง รินยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อท่าทีคุกคามของวิศวกรหนุ่มจอมซึนเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับมองเขาด้วยสายตารู้ทัน ชนิดที่นักจิตวิทยาคลินิกยังต้องยอมยกธงขาวให้ "มองหน้าฉันแบบนี้ มีปัญหาอะไรจะเคลียร์เป็นพิเศษไหมคะ คุณวิศวกร" น้ำเสียงหวานใสแต่เจือความท้าทายถูกเอ่ยขึ้น รินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยียวน เธอจงใจทิ้งระยะห่างระหว่างกันเพียงแค่ก้าวเดียว เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีระยะห่างทางกายภาพ (Proxemics) ที่ธันวาชอบหยิบยกมาอ้างอยู่บ่อย ๆ ว่ามนุษย์เราจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อพื้นที่ส่วนตัวถูกรุกล้ำ ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นมินต์จาง ๆ ของเขาโชยเข้าจมูก ปลุกสัญชาตญาณการป้องกันตัวของเธอให้ตื่นตัวขึ้นทันที "คุณนี่มัน... ปากเก่งไม่ยอมใครจริง ๆ นะริน" ธันวาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย เพื่อกดดันให้เธอต้องเงยหน้าสบตา "คิดว่าแผนตื้น ๆ ของเพื่อนคุณ กับการจัดฉากให้เราต้องติดอยู่ในห้องนี้ด้วยกันสองต่อสอง จะทำให้ผมจนมุมได้งั้นเหรอ?" ในทางจิตวิทยาพฤติกรรมศาสตร์ การที่อีกฝ่ายพยายามใช้ความสูงและท่าทีคุกคามข่มขู่ (Intimidation) มักเกิดจากกลไกการป้องกันตัว (Defense Mechanism) เพื่อปกปิดความตื่นตระหนกภายใน ธันวากำลังกลัว... กลัวว่าหัวใจที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดจะเผลอเต้นผิดจังหวะให้ผู้หญิงตรงหน้า รินรู้ทันข้อนี้ดี เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเกรงกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม "อ้าว นี่แผนของเมฆหรอกเหรอคะ? ฉันนึกว่า... เป็นความตั้งใจของคุณเสียอีกที่อยากอยู่ใกล้ฉัน" รินจงใจลากเสียงยาวที่พยางค์สุดท้าย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองตรงดิ่งเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา "แหม ถ้าไม่อยากอยู่ใกล้กันจริง ๆ แล้วทำไมตอนนี้คุณต้องขยับเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจเต้นด้วยล่ะคะ หรือว่า... กลัวจนถอยไม่เป็นแล้ว?" คำพูดสวนกลับแบบหมัดฮุกนั้นทำเอาธันวาชะงักกึก ลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ใกล้แค่คืบทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยถูกควบคุมด้วยเหตุผลและตรรกะทางวิศวกรรมพังทลายลงในชั่วพริบตา เขานึกไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้จะมีลูกเล่นแพรวพราวและกล้าได้กล้าเสียถึงเพียงนี้ "ริน คุณกำลังเล่นกับไฟ" ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความดุ55เป็นการท้าทาย "และบอกไว้ก่อนเลยว่า คนอย่างผมไม่เคยกลัวไฟ... รังแต่จะทำให้มันลุกโชนจนคุณไหม้เกรียมต่างหาก" บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่าน เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันกำลังทำงานอย่างเต็มรูปแบบ รินใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน แต่มือเล็ก ๆ ของเธอยังคงวางนิ่งอยู่ที่อกเสื้อเชิ้ตของเขา ไม่ยอมถอยหนีแม้แต่นเซนติเมตรเดียว เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงกระเส่าที่จงใจยั่วเย้า "งั้นก็ลองดูสิคะ... ว่าระหว่างไฟของคุณ กับความด้านชาของฉัน อย่างไหนจะมอดดับก่อนกัน" ธันวาถึงกับนิ่งค้างไป เขาไม่เคยเจอใครที่กล้าต่อปากต่อคำและท้าทายเขาในระยะประชิดขนาดนี้มาก่อน ความนิ่งขรึมและมาดสุขุมที่เคยสร้างไว้พังทลายลงไม่เป็นท่า หัวใจในอกข้างซ้ายเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความซึนที่เคยมีถูกความคลั่งรักกัดเซาะจนแทบไม่เหลือเกราะป้องกัน ทว่า ในจังหวะที่ธันวาเตรียมจะรุกกลับด้วยการใช้ความเงียบงันและสายตาหวานซึ้งสยบความพยศของเธอให้ราบคาบ เสียงบิดลูกบิดประตูห้องประชุมก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน "เฮ้ย ธัน... กูว่าเอกสารกองนั้น... อุ๊ย!" เสียงอุทานตกใจของเมฆที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาโดยไม่เคาะดังลั่นห้อง ทำให้ทั้งสองร่างที่ยืนแนบชิดกันผละออกจากกันแทบไม่ทัน รินหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายแต่ยังคงรักษากิริยาเรียաբร้อยไว้ได้ เธอส่งยิ้มหวานหยดให้เมฆที่ยืนทำหน้าเหวออยู่หน้าประตู ก่อนจะหันมามองวิศวกรหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าคมสันขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ธันวากัดฟันกรอดด้วยความขัดเคืองที่แผนการเอาคืนของเขาต้องล่มไม่เป็นท่าเพราะเพื่อนสนิทตัวดี รินก้าวถอยหลัง ปรับชุดสูทเข้ารูปให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยกระซิบเบา ๆ ทิ้งท้ายไว้ข้างหูของธันวาที่ยังคงยืนนิ่งค้างด้วยความเสียดาย "เกมนี้... ดูท่าทางคุณจะแพ้ราบคาบแล้วนะคะ คุณวิศวกร" ธันวาหันขวับกลับมามองรินที่กำลังเดินยิ้มร่าผ่านหน้าเมฆออกไปจากห้อง ทิ้งให้เขายืนกำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งหงุดหงิด ทั้งหมั่นไส้... และที่สำคัญที่สุด หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่เสียแล้ว ทว่า ก่อนที่รินจะก้าวพ้นขอบประตูห้องประชุม เมฆที่ตั้งสติได้ก็รีบกระแอมไอแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้ฝ่าเท้าของหญิงสาวต้องหยุดชะงักกึกทันที "เอ่อ ริน... เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งรีบไป เพราะคนที่ยืนรออยู่หน้าแผนกตอนนี้ ไม่ใช่แค่กูคนเดียวน่ะสิ..." รินขมวดคิ้วเล็กน้อย หันกลับมามองหน้าเมฆด้วยความสงสัยระคนไม่ไว้วางใจ และเมื่อเธอก้าวพ้นขอบประตูออกไปเพื่อดูว่าใครคือบุคคลที่ทำให้เมฆมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนั้น ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นทันทีด้วยความตกใจ ร่างสูงโปรดของใครบางคนที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้ กำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้วยรอยยิ้มเย็นชา... 'กรณ์' อดีตคนรักเก่าที่สร้างแผลใจให้เธอไว้อย่างลึกซึ้ง ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะเผาขน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน "บังเอิญจังนะริน... ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเธอที่นี่" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมลุ้นไปกับความซึนของพี่ธันวานะคะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%