กองเอกสารบนโต๊ะประชุมโปรเจกต์พิเศษดูเหมือนจะสูงขึ้นเป็นเท่าตัวในสายตาของริน หรือไม่ก็เป็นเพราะสมองของเธอเริ่มประมวลผลอะไรไม่ไหวแล้วหลังจากผ่านคืนอันยาวนานที่มีแต่วิชากลศาสตร์และทฤษฎีโครงสร้างวนเวียนอยู่ในหัว ความเหนื่อยล้าสะสมไม่เคยปรานีใคร และในตอนนี้ มันกำลังกัดเซาะเกราะป้องกันชั้นนอกสุดที่เธอสร้างไว้จนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ว่าด้วย *'การแสดงความเปราะบางคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความผูกพัน'* แวบเข้ามาในหัวของริน... ช่างน่าขัน เสียจริง เธอนี่แหละคือตัวอย่างของความผิดพลาดทางทฤษฎีข้อนั้น
"ถ้ายังนั่งเหม่อมองกองกระดาษแล้วทำหน้าเหมือนคนวิญญาณหลุดแบบนั้น เกรงว่าแบบแปลนโครงสร้างตึกเฟสใหม่คงต้องเลื่อนไปสร้างชาติหน้าค่ะ คุณที่ปรึกษา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยيวนิดๆ ดังขึ้นเหนือหัว รินสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นปะทะกับร่างสูงโปรดของธันวา วิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและปากแข็งยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก เขายืนกอดอกมองเธอด้วยแววตานิ่งสนิทตามเคย แต่ถ้าสังเกตให้ดี—ซึ่งรินมักจะสังเกตเห็นเสมอ—มุมปากข้างขวาของเขาไม่ได้เรียบสนิทเหมือนทุกที มันกระตุกขึ้นน้อยมากในแบบที่คนไม่ใส่ใจย่อมมองไม่เห็น
"ถ้าคุณธันวาว่างมากจนมีเวลามาเดินตรวจตราคนอื่น ช่วยเอาเอกสารชุดนี้ไปสรุปตัวเลขความเค้นโครงสร้างให้ทีค่ะ รินไม่ได้นอนมาสามสิบห ชั่วโมงแล้ว และสมองส่วนหน้ากำลังจะปิดตัวลงถาวin" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแหบพร่าและติดจะสั่นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ความดื้อรั้นที่มักจะมีไว้ต่อกรกับเขาเสมอในยามปกติดูจะอ่อนแรงลงไปครึ่งต่อครึ่ง
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินประโยคหลัง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้ซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาจางๆ ฟ้องชัดเจนว่าเธอฝืนร่างกายมากแค่ไหน กำแพงความเย็นชาที่เขาตั้งใจสร้างไว้เพื่อเว้นระยะห่างเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ทฤษฎีจิตวิทยาที่เขาเคยอ่านมานับร้อยเล่มพังทลายลงในพริบตา เมื่อเผชิญหน้ากับความอ่อนแอของหญิงสาวตรงหน้า
"ใครใช้ให้คุณหักโหมแบบนี้? โปรเจกต์นี้ไม่ได้กำหนดให้ตายคาโต๊ะทำงานนะคะ" ธันวาเอ็ดเสียงเข้ม แม้ถ้อยคำจะฟังดูดุ แต่น้ำเสียงกลับเจือความร้อนรนที่เขาพยายามซ่อนไว้อย่างไม่เนียนเอาเสียเลย
"ก็เพราะว่ารินไม่อยากให้ใครมาดูถูกว่า... เป็นผู้หญิงแล้วจะทำงานชิ้นนี้ไม่ได้น่ะสิคะ"
คำพูดนั้นหลุดออกจากปากของรินพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่สะท้อนความอัดอั้นตันใจทั้งหมด เผลอไผลปล่อยให้ความรู้สึกที่เก็บกดไว้พรั่งพรูออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววเจ้าเล่ห์และพร้อมจะเถียงเขาเสมอ บัดนี้กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ความเปราะบางที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดถูกเปิดเปลือยต่อหน้าผู้ชายที่เธอไม่อยากให้เห็นมากที่สุด
ธันวาชะงักไปทันที หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต ภาพของรินผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยอมจำนนต่อความเหนื่อยล้าและเผยมุมที่อ่อนแอที่สุดออกมา ทำให้กำแพงเหล็กกล้าในใจของวิศวกรหนุ่มพังครืนลงมาไม่เป็นท่า
เขาไม่ได้พูดปลอบโยนหวานเลี่ยนตามนิยายรักน้ำเน่า เพราะนั่นไม่ใช่ตัวตนของธันวา แต่การกระทำของเขากลับชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ มือหนาเอื้อมไปปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าลงเสียงดังสนั่น ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวบางที่สั่นเทาเบาๆ ให้ลุกขึ้นยืน
"พอค่ะ เลิกทำตัวเป็นฮีโร่ไร้สติได้แล้ว" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่มขึ้นกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วอุ่นจัดที่สัมผัสโดนผิวเนื้อทำให้รินสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะสะบัดหนี
ธันวาทำเป็นเบือนหน้าหนี มองไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีจางๆ ของตัวเอง แต่หางตากลับคอยกวาดตามองทุกจังหวะการหายใจเข้าออกที่สะดุดกึกของเธออย่างไม่วางตา เขาสังเกตเห็นทุกรายละเอียด—ทั้งไหล่บางที่ห่อเข้าหากันอย่างคนหมดแรง และริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นสะอื้น
"คุณ... ปากเสียใส่รินอีกแล้วนะ" รินพ1ยามเค้นเสียงเถียง ทั้งๆ ที่น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งหล่นลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมจำนนต่อความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอกอย่างเบ็ดเสร็จ เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างเขากับเผลอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ไออุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมความหนาวเหน็บในใจของเธอไว้
"ไม่ได้ปากเสีย... แค่เป็นห่วงจนไม่รู้จะพูด ยังไงแล้วต่างหากยัยตัวแสบ" ธันวาพึมพำเบาๆ ชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายซึนเดระคนนี้ทำเอารินถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ และบรรยากาศรอบตัวกำลังอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่เกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบงัน พร้อมกับร่างสูงของเมฆที่ผลักประตูห้องทำงานเข้ามาหน้าตาเฉย โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าเขากำลังขัดจังหวะช่วงเวลาสำคัญขนาดไหน
"เฮ้ย ธันวา เอกสารที่แกวาน-- อุ๊บ! โทษที, ฉันเข้ามาผิดจังหวะใช่ไหมวะเนี่ย?" เมฆชะงักกึก อ้าปากค้าง มองภาพเพื่อนสนิทที่ยืนประชิดตัวที่ปรึกษาคนสวยจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้วด้วยสายตาเจ้าเล่ห์สุดขีด
ธันวาขบกรามแน่น ส่งสายตาดุส่งไปให้เพื่อนสนิทชนิดที่ถ้าสายตาดังกล่าวเป็นมีด เมฆคงพรุนไปทั้งตัวแล้ว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนเสมอนะคะ
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 5
เผลอใจไปนิด ชีวิตเปลี่ยน
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!