"ขอโทษที่มาสายค่ะทุกคน... พอดีฉันพลาดรถติดนิดหน่อย แต่ดูเหมือนฉันจะพลาดฉากสำคัญไปสินะคะเนี่ย?"
เสียงใสของรินที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดชะงักบรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่ลงทันที เอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจาย สายตาของทุกคนหันมามองเธอเป็นจุดเดียว แต่คนที่ดึงดูดสายตาเธอกลับเป็นวิศวกรหนุ่มมาดนิ่งอย่างธันวา เขากำลังยืนกอดอก ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าดวงตากลับไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม
และเมื่อการประชุมโปรเจกต์ใหญ่ระดับพันล้านจบลงด้วยความวุ่นวาย ความจริงอันโหดร้ายก็เริ่มต้นขึ้น... เมื่อพนักงานคนอื่นทยอยกลับกันหมด เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว กับคนสองคนที่ต้องจมอยู่กับกองแบบแปลนสถาปัตยกรรมและตัวเลขงบประมาณมหาศาล
"ถ้าคุณยังตรวจตัวเลขตรงนี้พลาดอีกรอบ ฉันเกรงว่าวิศวกรเกียรตินิยมอันดับหนึ่งอย่างคุณ คงต้องพิจารณาตัวเองเรื่องความละเอียดรอบคอบแล้วล่ะค่ะ ธันวา"
รินเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากจอแท็บเล็ต น้ำเสียงของเธอเจือความเย้าแหย่ตามนิสัยชอบเอาชนะ แต่มือกลับจิ้มหน้าจอด้วยความหงุดหงิด
ธันวาถอนหายใจยาว วางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวยาวที่รินนั่งอยู่ ระยะห่างที่เคยมีถูกร่นลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ
"คนที่ควรพิจารณาตัวเอง ไม่ใช่ผม... แต่เป็นคุณต่างหาก ริน ที่เอาแต่จับผิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพื่อกลบเกลื่อนความไม่มั่นใจของตัวเอง" ธันวาโน้มตัวลงต่ำ มือหนาสองข้างเท้าขอบโต๊ะ กักตัวเธอไว้ตรงกลาง ไออุ่นจากตัวเขาและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของเธอ
รินชะงัก เงามืดจากตัวเขาที่โน้มทับลงมาทำให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นสบตา แววตาคมกริบของธันวาในระยะประชิดนี้มีพลังทำลายล้างสูงเสียจนหัวใจเธอกระตุกวูบ
ตามหลักจิตวิทยาความสัมพันธ์ ระยะห่างระหว่างบุคคล (Proxemics) ระหว่างคนแปลกหน้าหรือเพื่อนร่วมงานควรอยู่ที่ประมาณ 1.2 ถึง 3.6 เมตร แต่ตอนนี้... ระยะห่างระหว่างเธอกับธันวาน้อยกว่า 30 เซนติเมตรเสียอีก มันคืออาณาเขตของคนรัก หรือไม่ก็... คนที่กำลังพยายามพังกำแพงในใจกันและกัน
"ฉันไม่ได้ไม่มั่นใจค่ะ... ฉันแค่รอบคอบ" รินเถียงเสียงเบาลงกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ปากบอกว่าไม่กลัว แต่ดวงตากลมโตกลับกะพริบถี่เพื่อหลบสายตาดุคมที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย
"รอบคอบเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าลงจนน่ากลัว "แล้วทำไมมือคุณถึงสั่นตอนที่ถือแท็บเล็ตเมื่อกี้นี้ล่ะครับ... อ๊ะ ขอโทษที ฉันติดปากพูดค่ะ ไม่ใช่คำว่าครับ" เขายิ้มมุมปาก ย้อนรอยคำพูดเธออย่างกวนประสาท
"นี่คุณ!" รินเงยหน้าขึ้นหวังจะต่อว่า แต่จังหวะนั้นเอง ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันด้วยซ้ำ ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดกันและกันทำให้ห้องทำงานที่เคยเย็นเยียบกลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ธันวาชะงักไปนิด รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายจากใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคู่คมมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาเธอนิ่งนาน ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัว มีเพียงเสียงหัวใจของใครบางคนที่เต้นดังแข่งกับเสียงแอร์
ทางจิตวิทยาเรียกว่า "The Arousal-Cost Model" เมื่อเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันและใกล้ชิดมากๆ สมองจะหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมา และบางครั้งเราก็มักจะตีความความตื่นเต้นนั้นผิดเพี้ยนไปเป็น... ความเสน่หา
"คุณถอยไปหน่อยได้ไหมคะ... มันอึดอัด" รินกระซิบ เสียงของเธอไม่ได้ทรงพลังเหมือนทุกที มันสั่นพร่าและเบาหวิวราวกับขนนก
"อึดอัด... หรือว่าใจเต้นแรงกันแน่ครับ ริน" ธันวากระซิบตอบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ปฏิเสธไม่ได้ มือหนาที่เท้าโต๊ะอยู่ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้แขนเธอ ปลายนิ้วโป้งปัดผ่านหลังมือเธอเบาๆ ราวกับไม่ตั้งใจ แต่จังหวะการสัมผัสนั้นกลับทำให้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง
รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอจะมาพ่ายแพ้ให้กับลูกไม้ตื้นๆ ของผู้ชายปากแข็งคนนี้ไม่ได้ เด็ดขาด!
"คุณธันวาคะ กรุณาจำสถานะของเราด้วย เราเป็นแค่..."
คำพูดทุกคำถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อธันวาขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาแทบจะแนบชิดกับขมับของเธอ เขาก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้กำแพงในใจของรินสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"สถานะอะไรล่ะ... เพื่อนร่วมงาน คู่แข่ง หรือคนที่คุณแอบมองเวลาฉันเผลอ?"
รินเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวราวกับกลองเพล ความลับที่เธอคิดว่าซ่อนไว้มิดชิดกลับถูกอ่านทะลุปรุโปร่งด้วยสายตาคู่นั้น ธันวาผละตัวออกเล็กน้อยเพื่อมองปฏิกิริยาของเธอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างผู้ชนะที่สามารถทลายกำแพงเหล็กของที่ปรึกษาจอมหยิ่งได้ทีละน้อย
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและอันตรายถึงขีดสุด เสียงกุกกักจากประตูห้องทำงานที่ไม่ได้ล็อกสนิทก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงเปิดผางอย่างไร้มารยาท
"เฮ้ย ธันวา! เอกสารสรุปงบ... อุ๊บ! โทษทีเว้ย ฉันไม่รู้ว่าพวกนายกำลัง... เอ่อ ทำสมาธิกันอยู่"
เมฆยืนค้างอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้าเปื้อนยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับเอกสารในมือ ดวงตากวาดมองท่าทางแปลกๆ ของเพื่อนสนิทและที่ปรึกษาวยสวยที่ยืนตัวติดกันราวกับปาท่องโก๋
ธันวาตวัดสายตาคมกริบมองเพื่อนสนิทด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด อยากจะหยิบแฟ้มเอกสารปาใส่หัวเพื่อนตัวดีข้อหารus-in (รบกวนเวลา) ผิดจังหวะเสียจริง
รินหน้าแดงซ่านด้วยความอาย รีบผละถอยหลังก้าวหนึ่ง จัดเสื้อผ้าให้เข้ารูปอย่างลุกลี้ลุกลน พยายามรักษามาดสาวมั่นแต่ใบหน้าร้อนผ่าวฟ้องชัดเจน
"ฉัน... ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ!" รินพูดรัวเร็ว ก้มหน้าหนีแล้วเดินจ้ำอ้าวผ่านหน้าเมฆออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ธันวายืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยความเสียดายระคนขัดใจ
เมฆเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ พร้อมกับกระซิบแซวด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ้ม "แ하 แหม... พัฒนาการเร็วนี่หวาไอ้เสือ เกือบจะได้เสียบ... เอ๊ย เกือบจะได้ข้อสรุปแล้วเชียว เสียดายจริงโว้ย"
ธันวาปรายตามองเพื่อนตัวแสบด้วยแววตานิ่งสนิท ก่อนจะหันกลับไปมองโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า พร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีวนอยู่ในอก... กำแพงที่รินสร้างไว้เริ่มมีรอยร้าวแล้วจริง ๆ และเขานี่แหละที่จะเป็นคนทุบมันให้พังลงด้วยมือตัวเอง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความซึนของพี่ธันวาและน้องรินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 4
ความลับใต้โต๊ะทำงาน
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!