เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึกตกกระทบพื้นเสียงดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงโครงสร้างเหล็กของชั้นวางบิลต์อินที่สั่นสะเทือนเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะประกาศความวิบัติในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
"ริน! ระวัง!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบเย็นชาในตอนที่แล้ว บัดนี้กลับตื่นตระหนกจนหลุดโทน ธันวาพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางของเธอไว้ด้วยสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ร่างทั้งร่างของหญิงสาวเซถลาล้มลงไปในอ้อมแขนเขา ก่อนที่สันมุมตู้เหล็กหนักอึ้งจะฟาดลงมาเฉียดหัวไหล่ของเธอไปเพียงไม่ถึงคืบ เศษฝุ่นและเกลียวสกรูหล่นกราวลงบนพื้นพรมราวกับสายฝน
หัวใจของรินเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความตกใจจากอุบัติเหตุตรงหน้า แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่โอบกระชับรอบเอวเธอแน่น และกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกระดาษเอกสารและน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยวนอยู่ปลายจมูก
"คุณ... บ้าหรือเปล่าเนี่ย?" รินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติ เງยหน้าขึ้นต่อว่าคนที่เพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้ แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้กันจนเกินไป ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มสางของกันและกัน
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมสันฉายแววหงุดหงิดปนโล่งอกอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคมกริบมองสำรวจร่างกายเธอยังกวาดผ่านตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าด้วยความหวาดวิตกที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดนิ่ง
"ถ้าฉันไม่บ้าวิ่งมารับแรงกระแทกแทนเธอเมื่อกี้ ป่านนี้หัวสมองอันชาญฉลาดของที่ปรึกษาโครงการคนเก่งคงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงที่โรงพยาบาลแล้วมั้งคะ... อ้อ ลืมไป คนปากเก่งอย่างเธอคงไม่ตายง่ายๆ หรอก" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนตามฟอร์มเดิม เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงเมื่อครู่
"ปากเสีย!" รินผลักอกแกร่งออกเบาๆ แม้ในใจจะรู้ดีว่าเขากำลังช่วยชีวิตเธอไว้ก็ตามที เธอก้มลงมองสภาพตัวเองแล้วก็ต้องนิหน้าด้วยความเจ็บแปล๊บที่ข้อศอก "โอ๊ย..."
"เจ็บตรงไหน?" ธันวาเปลี่ยนสีหน้าจากเย้ยหยันเป็นเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที ทฤษฎีจิตวิทยาความสัมพันธ์ที่เขาเคยอ่านมาเป็นร้อยเล่มดูท่าจะใช้ไม่ได้ผลเอาเสียเลย เมื่อเผชิญหน้ากับความจริงตรงหน้า ร่างสูงรีบคว้าข้อมือเรียวขึ้นมาสำรวจ รอยถลอกสีแดงเรื่อเริ่มปรากฏขึ้นที่ข้อศอกขาวเนียนตัดกับชุดสูทสีเข้ม
"แค่ถลอกนิดหน่อยค่ะ ไม่ได้คอขาดบาดตายสักหน่อย... ปล่อยได้แล้วมั้งคะ ท่านวิศวกร" รินพยายามดึงมือกลับ แต่ธันวาทำเป็นหูทวนลม เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น หยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างคล่องแคล่ว แล้วบรรจงเช็ดเศษฝุ่นรอบรอยแผลให้เธออย่างเบามือที่สุด
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงถนัดตา มีเพียงเสียงแอร์ในห้องทำงานที่ดังฮัมเบาๆ ทางจิตวิทยาแล้ว การสัมผัสทางกายภาพในภาวะวิกฤต (Crisis Touch) มักกระตุ้นให้ระดับฮอร์โมนออกซิโตซินในร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และรินก็กำลังรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
ดวงตากลมโตมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำแผลให้เธออย่างตั้งใจสันจมูกโด่งเป็นคม ขนตางอนยาวที่ทอดเงาลงบนพวงแก้ม และริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เขาพยายามเบามือที่สุด... ผู้ชายคนนี้ซึนเก่งเป็นที่หนึ่ง ปากร้ายเป็นที่สอง แต่การกระทำมักจะสวนทางกับคำพูดทุกที
"ทีหลัง... ถ้าเห็นท่าไม่ดี ให้ถอยหลัง ไม่ใช่ยืนทื่อเป็นเสาหลักเมืองแบบนั้น" ธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยที่สายตายังคงจดจ่ออยู่กับการพันผ้าพันแผลชิ้นเล็กให้อย่างเบามือ "เข้าใจไหมครับ... เอ่อ หมายถึง เข้าใจไหมริน"
รินเกือบจะหลุดAcknowledgeคำว่า 'ครับ' ตามความคุ้นเคยของเขาแล้วเชียว แต่ก็ต้องอมยิ้มมุมปากแซวกลับไป "เป็นห่วงก็บอกตรงๆ เถอะค่ะ ไม่เห็นต้องทำเป็นดุเลย"
ธันวาชะงักมือไปนิดหนึ่ง เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ปากหยักหยิมขยับจะเถียงกลับตามนิสัย "ใครเป็นห่วงเธอ? ฉันแค่ไม่อยากให้งานของโปรเจกต์นี้ต้องสะดุดเพราะที่ปรึกษามาเดี้ยงคอหักตายคาออฟฟิศต่างหาก ทัศนคติเธอนี่เข้าขั้นหลงตัวเองเลยนะริน"
"ปากแข็งเป็นหินเลยนะคะระวังเถอะ สักวันจะไม่มีใครทนความซึนของคุณไหว"
"ก็ลองดูสิ... ว่าจะมีใครทนฉันได้เท่าเธออีกไหม" ธันวาพึมพำประโยคหลังเบามากเสียจนแทบจะกลืนหายไปในลำคอ แต่เพราะระยะห่างที่ใกล้ชิด ทำให้รินได้ยินมันทุกถ้อยคำ หัวใจที่สงบลงไปแล้วกลับเต้นระรัวขึ้นมาอีกระลอก
ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่จะหวานอมเปรี้ยวไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"ไอ้ธัน! แผนที่ให้แกไปทำถึงไหนแล้ววะ... เฮ้ย! พวกแกสองคนทำอะไรกันอยู่ฟะเนี่ย!"
เสียงทุ้มคุ้นหูของ 'เมฆ' เพื่อนสนิทตัวแสบดังขึ้นพร้อมกับการผลักประตูห้องทำงานเปิดผางเข้ามาอย่างไร้รอยต่อ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือวิศวกรหนุ่มมาดนิ่งกำลังคุกเข่าทำแผลให้ที่ปรึกษาคนสวยบนพื้นห้อง ท่ามกลางซากกองเอกสารและตู้ที่ล้มระเนระนาด
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว ใบหน้ากลับมาเรียบสนิทเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ผิดกับรินที่รีบดึงชายเสื้อสูทตัวเองให้เข้าที่ด้วยความเขินอายปนหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
เมฆกอดอกพิงกรอบประตู ส่งสายล้อเลียนมารัวๆ แบบไม่ต้องปิดบัง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฉาบอยู่บนใบหน้า "โอ้โห... กูกะว่าจะมาตามไปกินกาแฟ แต่เหมือนกูมาขัดจังหวะการแสดงงิ้วฉากใหญ่ของคู่รักปากแข็งเข้าซะแล้วสิ? ว่าแต่... ตู้ล้มนี่คืออุบัติเหตุ หรือมึงตั้งใจใช้แผน 'พระเอกปกป้องนางเอก' เพื่อละลายพฤติกรรมวะไอ้ธัน"
"เมฆ แกหุบปากไปเลยนะ!" รินแหวใส่หน้าเพื่อนสนิทของพระเอกทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหมั่นไส้
ธันวาปรายตามองเพื่อนรักด้วยแววตาอาฆาตมาดร้ายชนิดที่พร้อมจะหยิบประแจเบอร์สิบปาใส่หัวเพื่อนสักทีสองที "ถ้าสมองแกว่างมากนัก เอาเวลาไปตรวจเช็กสเปกวัสดุตึก B โน่นไป อย่ามาเผือกเรื่องชาวบ้าน"
เมฆหัวเราะร่ออย่างไม่สะทกสะท้าน เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนซี้ปึ้ก "แหมๆ เขินแล้วพาลนะมึง หน้าแดงถึงหูแล้วมั้งนั่น... อ้อ ริน เจ้านายใหญ่เรียกพบด่วนเลยว่ะ เห็นบอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับงบประมาณโปรเจกต์ที่เธอต้องรีบไปเคลียร์เดี๋ยวนี้"
รินพยักหน้ารับรีบจัดแจงข้าวของบนโต๊ะให้เรียบร้อย เธอกวาดสายตามองธันวาแวบหนึ่งก่อนจะเดินผ่านหน้าเขาไป พร้อมกับกระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ขอบคุณนะคะ... สำหรับแผลนี้ แล้วก็... เรื่องเมื่อกี้ด้วย"
ธันวามองตามแผ่นหลังบางที่เดินลับหายออกไปนอกประตูห้อง ทิ้งให้เขายืนค้างอยู่กับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก
เมฆเดินเข้ามาใกล้เพื่อนรัก เอาศอกสะกิดเบาๆ "ไงมึง... เกือบได้เป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวเต็มตัวแล้วเชียว เสียดายกูมาขัดตาทัพซะก่อน ไม่งั้นป่านนี้คงได้พัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว"
ธันวาไม่ตอบคำถามเพื่อน เขาก้มลงเก็บเศษกระดาษที่ตกอยู่บนพื้น แต่จังหวะที่สายตาเลื่อนไปสะดุดกับซองเอกสารสีน้ำตาลลับฉบับหนึ่งที่ร่วงออกมาจากแฟ้มที่หล่นกระจัดกระจายเมื่อครู่—ซองเอกสารที่ถูกซ่อนไว้ใต้สุดของกองแฟ้ม และมีชื่อหน้าซองเป็นชื่อของครอบครัวริน พร้อมกับตราประทับลับของบริษัทคู่แข่งทางการค้า
มือหนาที่กำลังหยิบกระดาษชะงักกึก ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงทันทีเมื่ออ่านข้อความบรรทัดสุดท้ายที่โผล่พ้นซองออกมา
—ขอบคุณสำหรับข้อมูลภายในโครงการ ที่คุณส่งให้เราตามสัญญา...
ธันวากำซองเอกสารในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ความรู้สึกหวั่นไหวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
วิกฤตความรักยังไม่ทันคลี่คลาย... ปมปริศนาครั้งใหม่กลับถูกเปิดออกอย่างไม่ทันตั้งตัว
ริน... เธอกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่กันแน่?
---
ติดตามตอนต่อไปใน "วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน" ตอนที่ 8: "ความลับใต้ซองเอกสารสีชา" ได้เร็วๆนี้นะคะ!
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาใจฟูและร่วมลุ้นไปกับความซึนของพี่ธันวานะคะ!*
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 7
ประตูบานนั้นที่แง้มออก
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!