วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 8

เมื่อน้ำแข็งเริ่มละลาย

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
"ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมกินยา อาการไข้ระดับสามสิบเก้าจุดห้าองศานี้คงส่งผลให้สมองส่วนฮิปโปแคมปัสของคุณฝ่อลงจนจำชื่อฉันไม่ได้ไปตลอดกาลแน่ค่ะ คุณวิศวกร" น้ำเสียงของรินติดจะประชดประชันเล็กน้อย ทว่ามือเรียวบางกลับกำลังประคองถ้วยต้มเลือดหมูร้อนฉุยขึ้นเป่าเบาๆ จนไอความร้อนจางลง ก่อนจะตักชิ้นตับหมูชิ้นพอดีคำยื่นจ่อตรงริมฝีปากหยักที่ตอนนี้แห้งผากของคนป่วย ธันวาปรือตาขึ้นช้าๆ ปลายจมูกโด่งรั้นขึ้นสีแดงเรื่อเนื่องจากพิษไข้ ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ตอนนี้กลับดูเซื่องซึมและอ่อนแออย่างน่าประหลาด ยิ่งยามที่เขาปราบเซียนด้วยการเม้มริมฝีปากแน่นสนิท ไม่ยอมอ้าปากรับความหวังดี รินก็ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะเอาชามข้าวต้มนี้เทราดหัวเขาจริงๆ เสียให้เข็ด จากเหตุการณ์เมื่อคืน... คำถามที่เธอยังติดค้างคาใจและทิ้งท้ายไว้ว่า *“ริน... เธอกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่กันแน่?”* มันยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท แต่วันนี้ สถานการณ์กลับพลิกผันกลายเป็นว่าคุณวิศวกรผู้เย็นชาและยึดมั่นในทฤษฎีจิตวิทยา กลับนอนซมอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องทำงานส่วนตัวของเขาเอง โดยมีเธอซึ่งควรจะหนีให้ห่าง กลายสภาพมาเป็นพยาบาลจำเป็นเฉพาะกิจไปเสียอย่างนั้น "ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก... แค่พักผ่อนน้อย" ธันวาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาอย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบมองรินผ่านแพขนตางอนยาว "แล้วคุณ... ทำไมถึงยังไม่กลับบ้านไป" "ถ้าฉันกลับ แล้วใครจะคอยเช็ดตัวให้คุณจนไข้ลดล่ะคะ? คิดว่าตัวเองเป็นไอรอนแมนหรือไง ถึงได้ฝืนทำงานหามรุ่งหามค่ำจนภูมิคุ้มกันพังทลายแบบนี้" รินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววตำหนิอย่างไม่ปิดบัง แม้ลึกๆ ในอกข้างซ้ายจะกระตุกวูบยามเห็นสภาพอิดโรยของเขา ทฤษฎีความสัมพันธ์ทางจิตวิทยาบอกไว้ว่า *มนุษย์เรามักจะแสดงความดื้อรั้นออกมามากที่สุดในยามที่รู้สึกเปราะบางที่สุด* และธันวาก กำลังเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้ "ผมไม่อยากให้คุณมาเห็นตอนที่ผม... อ่อนแอ" เขาพึมพำเบาๆ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่เธอซ่อนไว้ "คุณเป็นห่วงผมเหรอ ริน" คำถามนั้นทรงพลังเสียจนรินต้องชะงักมือที่ถือช้อน เธอย่นจมูกใส่เขาเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม ปากบางเฉียบเชิดขึ้นอย่างถือดี "อย่าหลงตัวเองเลยค่ะคุณธันวา ฉันแค่ไม่อยากให้โปรเจกต์ของเราต้องสะดุดเพราะหัวหน้าทีมป่วยตายคาสนามหรอกนะ อ้าปากค่ะ! อย่าให้ฉันต้องใช้มาตรการรุนแรง" ธันวามองท่าทางพยายามแข็งกร้าวของหญิงสาว มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน แม้จะป่วยจนแทบไม่มีแรง แต่แววตาเจ้าเล่ห์และประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนนั้นกลับชัดเจนเสียจนรินต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น สุดท้ายคนป่วยปากแข็งก็ยอมอ้าปากรับต้มเลือดหมูฝีมือเธอแต่โดยดี บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความลับ ตอนนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบที่มีเสียงช้อนกระทบชามเซรามิกเบาๆ เป็นระยะ รินจัดการดูแลเขาอย่างประชดประชันตามนิสัย ปากก็บ่นงึมงำตำหนิความไม่รู้จักดูแลตัวเองของเขาไปเรื่อยเปื่อย แต่มือกลับคอยหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตามกรอบหน้าและลำคอแกร่งให้อย่างเบามือที่สุด ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทำให้กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นยาอ่อนๆ ของธันวาลอยวนอยู่ใน1สัมผัส หัวใจของรินเต้นระรัวราวกับกลองเพล ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเธอเผลอไปแตะโดนผิวเนื้อร้อนผ่าวด้าน ริมฝีปากของธันวาจะเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นมองตามการเคลื่อนไหวของเธอไม่วางตา ราวกับน้ำแข็งในใจของเขาเริ่มหลอมละลายลงทีละน้อย ภายใต้ความเงียบงันและไอร้อนจากพิษไข้ "ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกขึ้นแผ่วเบา ขณะที่เธอกำลังจะวางอ่างน้ำลงบนโต๊ะ "อะไรอีกคะ จะกินยาเพิ่ม หรือจะให้ฉันตักน้ำใหม่อีกล่ะ" เธอหันกลับมาเลิกคิ้วถาม "ขอบคุณนะ..." ธันวาไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับมองตรงมาด้วยแววตาที่จริงจังจนน่าใจหาย "แล้วก็... เรื่องเมื่อคืน ที่ผมถามคุณ... ผมไม่ได้ต้องการคำตอบเพื่อจะจับผิดคุณหรอกนะ แต่เพราะผมแคร์... แคร์ความรู้สึกของคุณ กลัวว่าคุณจะแบกรับอะไรไว้คนเดียว" คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของวิศวกรผู้ไม่เคยประนีประนอมกับใคร ทำให้รินถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องรีบหลบสายตาคู่นั้น เพราะกลัวว่าเขาจะอ่านความรู้สึกที่แท้จริงออก "คุณพักผ่อนเถอะค่ะ พูดมากไข้จะยิ่งขึ้น" รินตัดบทเสียงแข็ง พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เธอหันหลังหยิบถ้วยชามเตรียมจะเดินเลี่ยงไปทางประตู ทว่า... ในวินาทีที่เธอก้าวเท้าไปได้เพียงสองก้าว เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท "เฮ้ย! ไอ้ธัน... เป็นไงบ้างวะ ไหว—" เสียงทุ้มคุ้นหูของเมฆชะงักกึกทันทีที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ ดวงตาคมกวาดมองสภาพห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความใกล้ชิดระหว่างเพื่อนสนิทของเขากับที่ปรึกษาคนสวย ก่อนที่มุมปากของเมฆจะยกยิ้มกริ่มอย่างรู้ทันสถานการณ์ รินสะดุ้งสุดตัว รีบก้าวถอยหลังออกมาจากรัศมีของเตียงสนามทันที ใบหน้างามขึ้นสีแดงจัดด้วยความตกใจและกระอักกระอ่วนใจ "เอ่อ... ฉันขอตัวไปเคลียร์เอกสารข้างนอกก่อนนะคะ" รินเอ่ยเสียงเบาหวิว หลบสายตาของทั้งสองหนุ่มแล้วรีบสาวเท้าเดินผ่านหน้าเมฆออกไปอย่างรวดเร็ว เมฆหันมองตามร่างบางที่เดินลับหายไป ก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนรักที่นอนพิงโซฟาด้วยสีหน้าหงุดหงิดระคนเสียดายที่ถูกขัดจังหวะ "แหม... กูกะจะมาเยี่ยมคนป่วย แต่ดันมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานซะได้สินะไอ้คุณธันวา" เมฆเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พลางโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน "แต่บอกไว้ก่อนเลยนะเพื่อน ว่ามึงอย่าเพิ่งมัวแต่นั่งเคลิ้มจนลืมเรื่องสำคัญ เพราะข้อมูลที่กูเพิ่งไปสืบมาเกี่ยวกับอดีตของริน... มันกำลังจะทำให้แผนการทั้งหมดของมึงพังไม่เป็นท่า!" ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันที อาการป่วยราวกับถูกปัดเป่าหายไปเป็นปลิดทิ้งด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "มึงว่ายังไงนะ... ข้อมูลอะไร?" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความอบอุ่นและปมร้อนๆ ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%