วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 9

ทฤษฎีความสัมพันธ์ที่ผิดเพี้ยน

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
"มึงว่ายังไงนะ... ข้อมูลอะไร?" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยถามลอดไรฟัน ขณะที่สายตายังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตในมือ ซึ่งเต็มไปด้วยกราฟสถิติพฤติกรรมมนุษย์และทฤษฎีความผูกพันทางจิตวิทยา (Attachment Theory) ที่เขาพยายามนำมาประยุกต์ใช้กับโปรเจกต์รีโนเวทครั้งนี้... แต่ให้ตายเถอะ สมองส่วนเหตุผลของเขากลับรันภาพรอยยิ้มมุมปากของรินซ้ำไปซ้ำมาวนลูปยิ่งกว่าไฟล์วิดีโอติดบั๊ก ปลายสายคือเมฆที่หัวเราะหึๆ ออกมาอย่างรู้ทัน "ข้อมูลที่ว่าหัวใจของวิศวกรผู้เยือกเย็นอย่างมึง กำลังทำงานผิดพลาดในระดับ 'ระบบล่ม' ยังไงล่ะเพื่อน... อย่ามาทำเป็นไขสืบเลย ธันวา กูเห็นสายตาที่มึงมองรินตอนอยู่ในห้องประชุมเมื่อวานแล้ว ต่อให้มึงเอาตำราจิตวิทยาเล่มหนาเตอะมารองนั่ง มันก็ปิดบังความซึนของมึงไม่มิดหรอกน่า" ธันวาขมวดคิ้วมุ่น สันจมูกโด่งเป็นสันคมย่นเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด เขาเกลียดการสูญเสียการควบคุม และเกลียดยิ่งกว่าที่ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต กำลังพังทลายลงเพียงเพราะผู้หญิงปากเก่งคนเดียว "เพ้อเจ้อ กูแค่กำลังวิเคราะห์เธอในฐานะ 'ตัวแปร' ที่มีความเสี่ยงต่อความสำเร็จของโครงการ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนองความเย็นชา แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดกลับฟ้องความจริงตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง "ตัวแปรเหรอ? ระวังเถอะ จากตัวแปรจะกลายเป็น 'เจ้าชีวิต' ของมึงแทน... เอาเป็นว่าคืนนี้ถ้าอยากได้ข้อมูลวงในว่ารินเขามีปฏิกิริยาทางเคมีกับมึงยังไง ก็เคลียร์งานให้เสร็จแล้วลงมาที่ร้านกาแฟข้างล่างตึกซะ จบนะ!" ติ๊ด! เมฆตัดสายไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ธันวาได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางแท็บเล็ตกระแทกโต๊ะทำงานเสียงดังจนเอกสารกระจัดกระจาย เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่รกรุงรังอย่างหัวเสีย สมองเริ่มประมวลผลตามหลักจิตวิทยาเชิงพฤติกรรมอีกครั้ง *ตามหลักการแล้ว มนุษย์เรามักจะสร้างกลไกป้องกันตัว (Defense Mechanism) เมื่อเผชิญกับสิ่งที่คุกคามความมั่นคงทางจิตใจ... รินทำตัวแข็งกระด้างใส่เขาก่อน เธอกำลังใช้ป้อมปราการทางอารมณ์เพื่อปิดกั้นความรู้สึกที่แท้จริง ดังนั้น การที่เขาแสดงความเย็นชาใส่เธอ จึงเป็นการตอบสนองที่ถูกต้องตามหลักตรรกะแล้วไม่ใช่หรือ?* แต่ทว่า... ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายกลับผุดขึ้นมาแทรกกลางสำนึก ตอนนั้น รินเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามารายงานความคืบหน้าด้วยท่าทางเร่งรีบ ส้นสูงคู่สวยสะดุดเข้ากับรอยต่อของพื้นห้องทำงาน จนร่างเพรียวบางเซถลามาชนเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง ด้วยสัญชาตญาณ ธันวาจึงต้องคว้าเอวบางเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอล้ม กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ ลอยแตะจมูก และในเสี้ยววินาทีที่ดวงตากลมโตคู่นั้นเงยขึ้นสบตาเขา หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของวิศวกรหนุ่มกลับกระตุกวูบอย่างแรง ราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วร่าง *‘ปล่อยได้แล้วค่ะ คุณธันวา หรือว่าติดใจการกอดที่ปรึกษาคนนี้ซะแล้ว?’* น้ำเสียงเย้าแหย่และรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้ทันในตอนนั้น ทำเอาธันวาลืมสิ้นซึ่งสูตรทางฟิสิกส์และทฤษฎีจิตวิทยาใดๆ เขาทำได้เพียงดันตัวเธอออกเบาๆ ด้วยใบหน้าบึ้งตึงแล้วหันหลังหนีเพื่อซ่อนความตื่นตระหนก นั่นไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิค... แต่มันคืออาการ "หวั่นไหว" ของจริงต่างหาก! ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อสูทตัวนอกมาพาดบ่าด้วยท่าทีมาadมาดมั่น แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุเข้า ถ้าเขาไม่ออกไปเคลียร์ความรู้สึกบ้าๆ นี่ให้จบ เขากลัวว่าทฤษฎีความสัมพันธ์ที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต อาจจะพังทลายลงไม่เป็นท่า บรรยากาศภายในร้านกาแฟใต้ตึกสำนักงานค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเป็นเวลาดึกแล้ว เมฆนั่งไขว่ห้างรออยู่มุมในสุดของร้าน บนโต๊ะมีแก้วกาแฟดำวางอยู่สองแก้ว ทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทเดินเข้ามา เมฆก็ยกยิ้มมุมปากทันที "มาเร็วกว่าที่คิดนี่ นึกว่าจะนั่งท่องคาถา 'ความไร้เดียงสาทางอารมณ์' จนเช้าซะอีก" เมฆแซวทันทีที่ธันวานั่งลงตรงข้าม "เลิกพูดจาไร้สาระแล้วเข้าประเด็นได้แล้วเมฆ มึงมีข้อมูลอะไรที่บอกว่ากูมีปัญหา" ธันวาเข้าเรื่องทันทีโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้ำ เมฆหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายื่นสมุดบันทึกเล่มเล็กเล่มหนึ่งให้เพื่อนดู หน้ากระดาษนั้นเต็มไปด้วยลายมือยุ่งเหยิงของรินที่ถูกฉีกออกมาจากสมุดบันทึกส่วนตัว ซึ่งมีข้อความวิเคราะห์พฤติกรรมของธันวาเขียนไว้อย่างละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว ธันวาไล่สายตาอ่านข้อความเหล่านั้น หัวใจกระชับแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทุกตัวอักษร *‘ธันวา: ผู้ชายซึนเดระตัวพ่อ ปากบอกว่าไม่สนใจแต่แอบมองเวลาฉันทำงานตลอด, ชอบทำหน้าดุเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน, ถ้าเขาใช้ทฤษฎีจิตวิทยามาอ้างอีกรอบ ฉันจะแกล้งทำเป็นเชื่อแล้วดูซิว่าเขาจะทนฟอร์มจัดได้นานแค่ไหน...’* มือหนาที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกผสมปนเปกันระหว่างความอับอาย ความประหลาดใจ และความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ยัยตัวแสบ... เธอมองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้เสียอีก! เธอนี่มัน... อันตรายต่อหัวใจของเขาจริงๆ "เห็นหรือยังเพื่อน?" เมฆพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "มึงกำลังใช้จิตวิทยาเป็นเกราะกำบัง เพื่อหลอกตัวเองว่าไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ความจริงคือ รินเขารู้ทันมึงหมดแล้ว ธันวา... ความสัมพันธ์มันไม่ใช่สมการทางคณิตศาสตร์นะเว้ย ที่มึงจะคำนวณผลลัพธ์ล่วงหน้าได้ ทุกอย่างมันต้องใช้ใจแลกใจ" ธันวานิ่งเงียบ สายตาจับจ้องอยู่ที่กระดาษแผ่นนั้น สมองประมวลผลคำพูดของเมฆอย่างรวดเร็ว เขายอมรับความจริงในใจแล้วว่า เขาแพ้... แพ้ให้กับความดื้อรั้นและรอยยิ้มเย้าแหย่ของผู้หญิงคนนั้นอย่างราบคาบ "ถ้ากูจะเริ่มใหม่... กูควรทำยังไง?" เสียงทุ้มเอ่ยถามออกมาเบาๆ อย่างคนจนมุม ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งจากปากของวิศวกรผู้หยิ่งผยอง เมฆยิ้มกริ่ม เตรียมจะอ้าปากวางแผนการขั้นเด็ดขาดให้ แต่ทว่า... เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งหน้าร้านกาแฟดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างบางของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางคุ้นตา เส้นผมยาวสลวยสะท้อนกับแสงไฟสีส้มอบอุ่น และดวงตากลมโตคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครกำลังนั่งอยู่ตรงมุมนี้ ธันวาชะביงงงัน เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้หญิงที่เขากำลังคิดถึงอยู่พอดี รินยืนถือแก้วชานมไข่มุกนิ่งค้างอยู่กลางร้าน สายตาของเธอกวาดมองสมุดบันทึกในมือของธันวาที่เปิดหน้าข้อความลับคาอยู่คาตา ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทาย "อุ๊ย... บังเอิญจังเลยนะคะ" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานใสที่แฝงความเย้าแหย่ "นี่พวกคุณกำลังประชุมลับ 'โปรเจกต์วิเคราะห์หัวใจฉัน' กันอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?" -------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนของวิศวกรของเรานะคะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%