แก้วทรงสูงในมือของรินสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะเบสที่กระแทกกระทั้นมาจากลำโพงตัวใหญ่ยักษ์มุมห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรู
แสงไฟนีออนสีส้มอมม่วงสาดส่องลงมากระทบกับชุดราตรีไหล่เดี่ยวสีดำสนิทที่เธอจงใจเลือกใส่เพื่อมา ‘ทำหน้าที่’ คืนนี้โดยเฉพาะ หน้าที่ที่แปลว่าการเป็นเกราะกำบังให้ธันวา วิศวกรหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและปากแข็งจนหาใครเทียบไม่ติด หลุดพ้นจากการรุมทึ้งของบรรดาสาวๆ แผนกการตลาดและลูกค้ารายใหญ่ที่พยายามเข้ามาขายขนมจีบเขาตั้งแต่เริ่มงาน
"คุณช่วยเลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปราชทัณฑ์สักสิบวินาทีได้ไหมคะ?"
รินกระซิบลอดไรฟัน ขณะเอี้ยวตัวเข้าไปใกล้ร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ข้างกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความสะอาดแบบผู้ชายลอยเข้าแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณความระแวงในตัวเธอให้ตื่นตัวขึ้นมาทันที ธันวาในชุดสูทสากลสีเทาเข้มไร้ที่ติช่างดูอันตรายต่อหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะเสียเหลือเกิน—และเธอกำลังเกลียดตัวเองที่ดันสังเกตเห็นว่าเขานั่นแหละคือคนตื่นตัวยิ่งกว่าใคร
"ผมไม่ได้ทำหน้าแบบนั้น" ธันวาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองไปรอบงาน ก่อนจะหันมาสบตาเธอตรงๆ "ผมแค่กำลังใช้หลักจิตวิทยาฝูงชน วิเคราะห์ว่าอีกกี่นาทีที่คุณจะทนสวมบทบาทเป็นแฟนผมไม่ไหวแล้วเดินหนี"
"มั่นหน้าเกินไปแล้วนะคะ" รินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ทางนี้ต่างหากที่กำลังประเมินว่าคุณจะทนโดนฉันจิกแขนแก้เขินได้อีกนานแค่ไหน"
พูดยังไม่ทันขาดคำ ฝ่ามือเรียวบางก็เนียนกริบเลื่อนไปหยิกเข้าที่ท่อนแขนใต้ร่มผ้าสูทของเขาเบาๆ แต่เน้นน้ำหนักพอให้สะดุ้ง ธันวาซี้ดปากเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวไปเสี้ยววินาทีด้วยความเจ็บปวดผสมความหมั่นไส้ แต่กระนั้นเขาก็ยังรักษามาดสุขุมไว้ได้ด้วยการยกแก้วไวน์ขึ้นจิบกลบเกลื่อน
"มือหนักเป็นช้าง สภาพจิตใจคงไม่ปกติเท่าไหร่สินะครับถึงชอบใช้ความรุนแรง"
"ปากเสียค่ะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวมากกว่านี้ ก็เลิกทำตัวเป็นแม่เหล็กดึงดูดชะนีพวกนั้นสักทีสคะ คุณเล่นยืนยิ้มมุมปากแจกเรดาร์ใส่คนทั้งงานแบบนั้น ฉันเหนื่อยนะคะที่ต้องคอยเดินควงแขนเคลียร์พื้นที่ให้คุณเนี่ย"
รินเอ่ยตำหนิด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาระดับความดังไม่ให้เกินเสียงเพลง แต่ทว่าแววตากลับฟ้องชัดเจนว่าเธอเริ่มหงุดหงิดกับสายตาคู่สวยนับสิบที่ส่งตรงมายังพวกเขา โดยเฉพาะผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนสวยที่พยายามเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพร้อมแก้วแชมเปญในมือ
ธันวาเหลือบมองตามสายตาของเธอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่รินรู้ดีว่ามันคือสัญญานเตือนภัยขั้นวิกฤต
"หึงเหรอครับ?"
คำถามหน้าตายจากปากผู้ชายซึนๆ ทำให้รินเกือบสำลีน้ำลายตัวเอง เธอแค่นหัวเราะในลำคอ หันไปเผชิญหน้ากับเขาเต็มตัว ชิดเสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกันหากไม่มีความสูงของเขาเป็นอุปสรรค
"หึง? คุณเอาสมองส่วนไหนคิดคะธันวา เราตกลงกันไว้แล้วว่านี่คือ 'ดีล' เพื่อความอยู่รอดในโปรเจกต์นี้ต่างหาก ฉันแค่ไม่อยากให้ภาพลักษณ์คู่ควงกำมะลอของเรามีรอยด่างพร้อยจนโดนจับได้ต่างหากเล่า"
"ปากแข็ง" ธันวาพึมพำเบาๆ แต่ทว่าสายตาที่มองเธอนั้นกลับไม่ได้เย็นชาเหมือนคำพูด น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววแพรพราวที่นานทีปีหนจะหลุดออกมา "ทางจิตวิทยาบอกว่า คนที่ปฏิเสธเสียงดังและหาเหตุผลมารองรับยาวเหยียด มักจะมีปฏิกิริยาต่อต้านเพื่อปกปิดความจริงบางอย่าง... เช่น หัวใจที่กำลังเต้นเร็วผิดปกติในตอนนี้ไงครับ"
รินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของธันวาเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ข้อมือเธอ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับไม่ได้ตั้งใจ แต่มันกลับส่งกระแสไฟแปลบปลาบวิ่งพล่านไปทั่วร่างอย่างน่าประหลาด เขาขยับกายเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังเธอแนบชิดกับเสาต้นใหญ่ของห้องจัดเลี้ยง เป็นการปิดกั้นพื้นที่ส่วนตัวโดยสมบูรณ์ และทำให้ร่างของทั้งคู่ถูกซ่อนจากสายตาคนอื่นในมุมอับสายตาชั่วคราว
"ทำบ้าอะไรของคุณคะ..." รินเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามดันอกแกร่งออกห่าง แต่ธันวากลับไม่มีทีท่าว่าจะถอย แถมยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอต้องเอียงคอหลบ
"เล่นเกมไงครับ" เขากระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกซู่ "ในเมื่อคุณบอกว่าเรากำลังเล่นละคร... งั้นเรามาทำให้มันสมจริงจนคนอื่นไม่มีข้อสงสัยเลยดีไหม?"
ก่อนที่รินจะได้อ้าปากเถียง สายตาก็เหลือบไปเห็นเมฆเพื่อนสนิทตัวดีของธันวากำลังเดินยิ้มร่าถือแก้วค็อกเทลเข้ามาใกล้ พร้อมกับส่งสายตารู้ทันและรอยยิ้มล้อเลียนแบบที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา รินจึงตัดสินใจ ‘เอาคืน’ วิศวกรจอมหยิ่งด้วยการพลิกเกมในเสี้ยววินาที
มือบางทั้งสองข้างเปลี่ยนจากการผลักไส เป็นการยกขึ้นคล้องรอบลำคอแกร่งของธันวาแทน ใบหน้าสวยเชิดขึ้น รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มถูกระบายลงบนริมฝีปากอย่างจงใจ
ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายของเขาหยุดชะงักไปชั่วขณะเมื่อเจอความกล้าบ้าบิ่นของหญิงสาวตรงหน้า
"อยากเล่นบทคู่รักคลั่งรักนักใช่ไหมคะ?" รินกระซิบชิดริมฝีปากเขา ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "งั้นก็ช่วยแสดงให้สมบทบาทหน่อยนะคะ... คุณวิศวกร"
สิ้นเสียงหวาน รินก็เป็นฝ่ายดึงรั้งท้ายทอยเขาลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น เคมีที่อัดแน่นด้วยความดื้อรั้นและแรงดึงดูดประหลาดระเบิดตัวขึ้นในความเงียบงัน ท่ามกลางเสียงเพลงรื่นเริงรอบกายที่ราวกับถูกปิดเสียงลงชั่วขณะ ธันวานิ่งค้างไปวินาทีหนึ่งก่อนที่นัยน์ตาสีเข้มจะลẫกวาวโรจน์ด้วยความท้าทายที่ถูกปลุกเร้า เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้นจนแนบชิดไร้ช่องว่าง ปลายจมูกคมเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียวอย่างจงใจหยอกเย้า
บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ชวนให้ใจสั่นระทึก รินเริ่มรู้สึกว่าเธอนั่นแหละกำลังเล่นกับไฟกองโตที่ตัวเองเป็นคนจุดขึ้นมา และดูท่าว่าไฟกองนี้จะแผดเผาหัวใจเธอจนมอดไหม้เร็วกว่าที่คิด
แต่ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุม เสียงปรบมือเบาๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังเสา
"โอ้โห ภาพบาดตาบาดใจขนาดนี้... สงสัยกูคงมาขัดจังหวะโปรเจกต์สร้างบ้านรักหลังใหม่สินะครับเพื่อนธันวา?"
เสียงแซวของเมฆทำลายบรรยากาศสีชมพูลงในพริบตา รินสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกธันวาออกห่างทันที ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายปนโมโหที่เกือบตกหลุมพรางตัวเอง
ธันวาถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย นัยน์ตาสีเข้มยังคงจ้องมองริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยของรินด้วยความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะหันไปตวัดสายตาพิฆาตใส่เพื่อนรักที่ยืนพิงกำแพงยิ้มร่า
"มึงมาทำไม เมฆ" เสียงธันวาแหบพร่าเล็กน้อยจากการควบคุมอารมณ์
"กูไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดความสวีทหรอกนะเว้ย..." เมฆยักไหล่ ยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอแสดงข้อความอีเมลแจ้งเตือนให้ธันวาดู สีหน้าของเพื่อนสนิทเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นทันที "แต่พอดีมีเรื่องด่วนจากบอร์ดบริหาร... เกี่ยวกับโปรเจกต์ใหญ่ที่พึ่งอนุมัติเมื่อกี้ และคนที่ยื่นข้อเสนอตัดหน้าพวกเรา... กลับเป็นคนที่มึงไม่มีวันคาดคิดว่าจะโผล่มาที่นี่"
รินขมวดคิ้วแน่น หันไปมองหน้าธันวาที่ตอนนี้สีหน้าเรียบตึงลงอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากตัววิศวกรหนุ่ม
ธันวากวาดสายตามองข้อความในหน้าจอนั้น นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยประกายความโกรธกรุ่นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความนิ่งสนิท ก่อนที่เขาจะหันมามองรินด้วยสายตาที่ทำให้หัวใจเธอกระตุกวูบ
"เกมที่คุณกับผมกำลังเล่นกันเมื่อกี้... คงต้องพักไว้ก่อนแล้วล่ะครับ" ธันวาเอسเสียงเรียบ เย็นเยือกจนน่ากลัว "เพราะคนที่คุณเกลียดขี้หน้าที่สุด กำลังเดินเข้ามาในงานนี้แล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความซึนของพี่ธันวานะคะ!
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 10
แกล้งรัก หรือ รักแกล้ง
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!