"คุณกำลังทำให้ผมเสียสมาธิ ริน"
เสียงของธันวาทุ้มต่ำและสั่นพร่าเล็กน้อยในจังหวะที่เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ จนแผ่นหลังของฉันปะทะเข้ากับผนังห้องพักรับรองแขกวีไอพีที่เงียบเชียบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ จากตัวเขาปะทะเข้ากับจมูกจนฉันแทบจะลืมวิธีหายใจ
ข้างนอกนั่น... เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงอย่างแผ่วเบา แต่ภายในห้องแคบๆ นี้ ความเงียบกลับดังกึกก้องยิ่งกว่า
ฉันเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก แต่ในฐานะที่ปรึกษาโครงการที่ต้องคุมสถานการณ์ให้ได้ ฉันต้องไม่ยอมแพ้ "คนที่เป็นฝ่ายพูดเรื่องเกมก่อน คือคุณนะธันวา และคนที่ลากฉันมาหลบมุมตรงนี้ ก็คือคุณ"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลงมาที่ริมฝีปากของฉันอย่างจงใจ ความเย็นชาที่เขามักใช้เป็นหน้ากากบดบังความรู้สึกดูจะแตกร้าวลงทุกที "เพราะถ้าให้อยู่ตรงนั้นต่อ... ผมคงควบคุมตัวเองไม่ได้"
"ควบคุมอะไร?" ฉันแกล้งถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ทั้งที่มือสองข้างแอบกำชายกระโปรงแน่น "ควบคุมสัญชาตญาณสัตว์ป่าหรือวิศวกรที่ยึดติดกับทฤษฎีกันแน่คะ?"
แทนที่จะตอบ เขาเลื่อนมือขึ้นมาวางนาบบนผนังข้างศีรษะฉัน กักขังฉันไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา ธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกของเราเกือบจะสัมผัสกัน จังหวะหัวใจของเราสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกันจนฉันสัมผัสได้ถึงความสับสนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมนั้น
"จิตวิทยาบอกว่า ระยะห่างของคนสองคนจะบอกความสัมพันธ์..." เขาเว้นวรรค เสียงของเขากระซิบอยู่ชิดริมฝีปาก "ตอนนี้เราอยู่ใกล้กันจนไม่มีพื้นที่สำหรับเหตุผลแล้วนะ ริน"
ฉันนิ่งค้างไป วินาทีนั้นทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดหมุน ความฉลาดปราดเปรื่องที่ฉันเคยมีมลายหายไป เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งให้ฉันอยากจะลองทำลายกำแพงของเขาสักครั้ง ปากเก่งอย่างเขา... ถ้าหากฉันข้ามเส้นที่เขาขีดไว้นี้ไปล่ะ?
ฉันตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าที่สุด ฉันวางมือลงบนแผงอกแกร่งใต้สูทเนื้อดีของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน "ถ้าทฤษฎีมันทำให้คุณอึดอัด... ทำไมไม่ลองเลิกใช้ทฤษฎีแล้วทำตามใจตัวเองดูบ้างล่ะคะ?"
ธันวาชะงัก สายตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นมาทันที เหมือนเปลวไฟที่ถูกจุดขึ้นในเตาหลอมเหล็ก มือหนาของเขาเลื่อนมาเชยคางฉันขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่หนักแน่นด้วยความปรารถนาที่เขาพยายามกดทับไว้ "คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังเล่นกับไฟ... และผมไม่ใช่คนที่ใจดีพอจะปล่อยให้เหยื่อวิ่งหนีไปได้ง่ายๆ"
"ฉันไม่เคยบอกว่าฉันเป็นเหยื่อสักหน่อย" ฉันโต้กลับ แม้ลมหายใจจะขาดช่วง
"งั้นก็พิสูจน์สิ"
เขาโน้มใบหน้าลงมาจนแทบจะจุมพิต แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นอย่างถือวิสาสะก็ทำให้บรรยากาศฉาบไปด้วยความตึงเครียดทันที
"ไอ้ธัน! นายอยู่นี่เอง... โทษทีที่ขัดจังหวะนะ แต่ 'คนๆ นั้น' กำลังเดินตรงมาทางห้องนี้แล้ว ถ้าไม่อยากให้งานพัง นายควรเลิกเล่นบทพระเอกหนังรักในห้องเก็บของได้แล้ว"
เสียงของเมฆดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ยืนขวางประตูไว้ แววตาของเมฆฉายชัดถึงความสะใจที่ได้เห็นสภาพกระเซอะกระเซิงของธันวา และดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความโกรธของเขาที่ถูกขัดจังหวะ
ธันวาผละออกทันที ใบหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยดังเดิมราวกับติดสวิตช์ปิดตายความรู้สึก แต่ประกายตาที่ยังค้างอยู่บอกฉันว่า... บทสนทนาของเรายังไม่จบ และความลับที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในห้องนี้ กำลังจะถูกสั่นคลอนด้วยบุคคลที่สามที่เพิ่งเดินเข้ามา
ฉันรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ใจจะยังสั่นไม่หยุด เมฆเดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูอันตราย "สวัสดีครับคุณริน... ดูท่าทางคุณสองคนกำลัง 'ปรึกษา' งานกันอย่างเคร่งเครียดเลยนะครับ"
ฉันเม้มปากแน่น มองไปที่ธันวาที่ตอนนี้ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน แต่กำปั้นของเขาที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวกลับบอกความจริงที่ต่างออกไป
"เราคุยกันจบแล้วค่ะ" ฉันเอ่ยขึ้น ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับไปมองใคร แต่ก่อนที่จะพ้นประตู เสียงของธันวาก็ดังไล่หลังมา
"ริน... พรุ่งนี้ที่ไซต์งาน เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันให้จบ"
ฉันหยุดเดินเพียงเสี้ยววินาทีโดยไม่หันกลับไป ก่อนจะก้าวออกจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัวและเต็มไปด้วยคำถาม... ที่เริ่มรู้คำตอบแล้วว่ามันนำไปสู่หายนะหรือความสุขกันแน่
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้รินกับธันวานะคะ ทุกคอมเมนต์คือพลังงานบวกของนักเขียนจริงๆ ค่ะ!
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 11
ข้ามเส้นที่ตั้งไว้
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!