"ถอยไปค่ะมินท์... ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับความพยายามน่าสมเพชของคุณ"
สุ้มเสียงของรินไม่ได้ดัง แต่มันคมกริบและเยียบเย็นพอกับอุณหภูมิในห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้า ปลายนิ้วเรียวสวยบรรจงรูดซิปกระเป๋าเอกสารหนังแท้เสียงดังแคว่ก ราวกับเป็นการประกาศิตตัดขาดความสัมพันธ์และการเจรจาทุกรูปแบบ สายตาคู่สวยที่เคยฉายแววประนีประนอมมาตลอด บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความผิดหวังที่ตกตะกอนจนขุ่นข้น
มินท์หน้าเสีย กัดริมฝีปากจนแทบห้อเลือดเมื่อเห็นท่าทีเด็ดขาดนั้น "ริน! เธอฟังฉันก่อนสิ เรื่องเมื่อกี้มันเป็นแค่ความเข้าใจผิด ธันวาเขาก็แค่—"
"แค่กำลังทำตามหน้าที่ หรือแค่กำลังโง่ให้คุณปั่นหัวเล่นคะ?" รินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมวาววับด้วยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้อย่างสุดชีวิต เธอเชิดหน้าขึ้นสูง ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้เห็นความอ่อนแอแม้แต่น้อย "และที่สำคัญ... มันไม่ใช่เรื่องของฉันอีกต่อไปแล้วค่ะ"
ตึ้ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ที่ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูสเตนเลสที่เลื่อนเปิดออก ขัดจังหวะการปะทะคารมพพอดี รินไม่รอช้า เธอหมุนตัวก้าวเข้าไปข้างในทันทีโดยไม่ชายตาแลวิศวกรหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งก้าวขายาวๆ พ้นมาจากมุมตườngเดิน แม้เธอจะสัมผัสได้ถึงไอความร้อนและรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากตัวธันวา แต่ทิฐิและความเจ็บปวดในอกก็สั่งให้เธอยกมือขึ้นกดปุ่มปิดประตูอย่างรวดเร็ว
"ริน! เดี๋ยว...!"
ธันวาคำรามลั่น เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความร้อนรน ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าใส่ราวกับเสือชีตาร์ล่าเหยื่อ ขายาวก้าวพรวดเดียวถึงหน้าลิฟต์ แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสี้ยววินาที
แกร็ก... บานประตูสเตนเลสสีเงินสนิทปิดทับเข้าหากันอย่างไร้ความปรานี สะท้อนภาพใบหน้าเคร่งเครียด หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นจนแทบผูกกันเป็นปม และแววตาที่เต็มไปด้วยความตระหนกของธันวาให้เห็นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกตัดขาดออกจากกัน
"โธ่เว้ย!" ธันวาซัดหมัดเข้ากับผนังปูนข้างลิฟต์เต็มแรงจนเสียงดังสนั่น ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
ในทางจิตวิทยาพฤติกรรมมนุษย์ การที่คนเราเลือกที่จะ 'ปิดประตูใส่หน้า' ทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อธิบาย นั่นคือกลไกการป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด (Defense Mechanism) เมื่อความเชื่อใจถูกทำลายจนถึงขีดจำกัด และเขาก็เป็นคนโง่เง่าเอง... ที่ปล่อยให้สถานการณ์มันบานปลายมาถึงจุดนี้ได้
"ไงคุณวิศวกร... หมาโบ้สมใจอยากไหมล่ะเพื่อน"
เสียงกวนประสาทของเมฆดังขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เจือความระอา เมฆเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ สองที "บอกแล้วว่าปากแข็งนัก เดี๋ยวก็โบ๋สมชื่อ แฟนตัวเองแท้ๆ แต่ดันปล่อยให้ยัยงูพิษนั่นมาปั่นหัวซะเป๋"
ธันวาหันขวับกลับมามองหน้าเพื่อนสนิทด้วยแววตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้านายยังไม่หุบปาก ฉันจะส่งนายไปคุมไซต์งานก่อสร้างที่เกาะส이사วันพรุ่งนี้เลย เมฆ"
"อูu... น่ากลัวจังครับคุณประธานโครงการ" เมฆยักไหล่ไม่สะทกสะท้าน แม้จะรู้ดีว่าตอนนี้อารมณ์ของธันวากำลังเดือดดาลถึงขีดสุด "แต่ถ้านายมัวแต่ยืนทำหน้ายักษ์อยู่แบบนี้ ระวังเถอะ... รินเขาไม่ได้แค่ปิดประตูลิฟต์ใส่หน้านะเว้ย แต่อาจจะปิดตายหัวใจไม่ให้คบหากับผู้ชายปากแข็งอย่างนายไปตลอดกาลเลยก็ได้"
คำพูดของเมฆราวกับน้ำสيلด์จัดที่ราดลงบนกองเพลิง แม้จะแสบสันต์ แต่มันก็ดึงสติของธันวาให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง
ใช่... ทฤษฎีจิตวิทยาที่เขาใช้ศึกษาโครงสร้างสะพานหรือความเค้นของวัสดุ มันใช้ไม่ได้ผลกับ 'หัวใจ' ของผู้หญิงที่ชื่อรินหรอก ความรักไม่ใช่สมการฟิสิกส์ที่มีสูตรตายตัว แต่มันคือความรู้สึกที่เปราะบาง และเขา... เป็นคนทำมันร้าวเอง
สองวันถัดมา บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของแผนกวิศวกรรมเงียบงันจนน่าอึดอัด บนโต๊ะทำงานไม้สักทองเต็มไปด้วยแปลนพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ กองเอกสารงบประมาณ และรายงานการประเมินความเสี่ยงที่ถูกกองสุมไว้ รินนั่งไขว่ห้างอยู่หลังแล็ปท็อปคู่ใจ ใบหน้าเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม และแววตาคู่นั้นก็เย็นชาเสียจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่ร่างสูงของธันวาจะก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้อินวิเทชัน วันนี้เขาไม่ได้สวมสูทเนี๊ยบเฉียบคมเหมือนทุกที เสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี และเรือนผมที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงไม่ได้นอนมาทั้งคืน
รินเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ช้าๆ สายตาคมกราบกวาดมองผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง "ถ้าจะมาคุยเรื่องงาน เชิญนั่งทางโน้นค่ะ แต่ถ้าจะมาพูดเรื่องไร้สาระ... ฉันแนะนำให้เดินกลับออกไปทางเดิมจะดีกว่า"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเจอไม้นี้ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความกระด้างในดวงตาคู่คมค่อยๆ อ่อนลง เหลือเพียงความเว้าวอนที่ถูกซ่อนไว้ใต้มาดขรึมตามนิสัย
ชายหนุ่มหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ดูเหมือนจะเกร็งขึ้นมาถนัดตาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาพิฆาตของหญิงสาว "ผม... ผมไม่ได้จะมาพูดเรื่องไร้สาระ"
"งั้นเหรอคะ?" รินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "แปลกนะคะ วิศวกรอัจฉริยะอย่างคุณธันวา เคยเก่งเรื่องการคำนวณความเสี่ยงไม่ใช่เหรอ ทำไมช่วงนี้ถึงดูพลาดท่าให้เรื่องโง่ๆ ซ้ำซากได้ล่ะคะ"
คมมีดที่เชือดเฉือนผ่านคำพูด ทำให้สันจมูกโด่งเป็นสันของธันวากระตุกวูบ เขารู้ตัวดีว่าไม่มีสิทธิ์แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลแผ่นหนึ่งมาวางไว้ตรงกลางโต๊ะ
"ผมรู้ว่าผมผิด..." ธันวาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ "ผมปล่อยให้ความมั่นใจบดบังความรู้สึก จนมองข้ามเจตนาที่แท้จริงของมินท์ แต่วันนี้... ผมไม่ได้มาขอร้องให้เธอยกโทษให้ผมแบบลอยๆ"
รินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองแฟ้มเอกสารนั้นด้วยความสงสัยระคนระแวง "นี่คืออะไรคะ? จดหมายลาออก? หรือว่าเอกสารฟ้องร้อง?"
"นี่คือ 'โปรเจกต์สุดท้าย' ของเรา" ธันวาเงยหน้าสบตากับเธอตรงๆ แววตาคมกริบคู่นั้นฉายแสงระยิบระยับด้วยความมุ่งมั่นที่ปฏิเสธไม่ได้ "โครงการปรับปรุงโครงสร้างสะพานขนส่งสินค้าโซน C ที่เธอกลัวนักกลัวหนาว่ามันจะพังคามือ... ผมยกสิทธิ์ในการตัดสินใจทั้งหมดให้เธอเป็นคนอนุมัติ"
รินชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "คุณว่าอะไรนะ?"
"เธอฟังไม่ผิดหรอกริน" ธันวายื่นมือหนาออกมาวางบนโต๊ะ ใกล้กับมือของเธอโดยเว้นระยะห่างไว้นصفนิ้ว "นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของผม... ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องของเรา"
วิศวกรหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบวาบ
"เราจะทำงานชิ้นนี้ร่วมกันโดยไม่มีข้อแม้ เธอคือหัวหน้าโครงการนี้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทุกคำสั่งของเธอคือประกาศิต... และถ้าฉันทำพัง หรือถ้าฉันทำให้เธอเสียใจอีกแม้แต่ครั้งเดียว เธอก็มีสิทธิ์ที่จะเขี่ยฉันออกไปจากชีวิตเธอได้ทันที... ตลอดกาล"
หัวใจของรินกระหน่ำเต้นรัวรากับกลองชุด ทฤษฎีจิตวิทยาบ้าบออะไรกันที่ธันวากำลังเอามาใช้ เขากำลังใช้ 'งาน' ซึ่งเป็นจุดอ่อนและสิ่งที่เธอรักที่สุด มาเป็นเดิมพันในการซื้อใจเธออย่างหน้าด้านที่สุด!
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ปากคอเราะร้ายที่เคยเตรียมไว้จิกกัดกลับจุกแน่นอยู่ในลำคอ ความโกรธเคืองที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวแปลกประหลาดที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา
"คุณมั่นใจมากเหรอคะธันวา..." รินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความแข็งกร้าวกลับมาประดับใบหน้า "ว่าฉันจะยอมเอาชื่อเสียงและอนาคตของตัวเอง มาเสี่ยงกับผู้ชายปากเสียอย่างคุณอีกเป็นครั้งที่สอง"
ธันวาไม่ตอบทันที ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าหาเธอช้าๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนรินสัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ดวงตาคมกราบคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราจะอ่านทะลุปรุโปร่งถึงหัวใจที่กำลังสั่นไหว
"เพราะผมรู้ว่า... ลึกๆ แล้ว เธอก็ยังอยากให้โอกาสผมเหมือนกันยังไงล่ะ" ธันวากระซิบเสียงพร่า แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาสติของรินแทบกระเจิง "พิสูจน์ผมสิริน... ใช้โปรเจกต์นี้ เป็นเครื่องประหารหัวใจผมได้เลย"
รินนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของธันวาเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่หลังมือของเธอที่กำหมัดแน่นอยู่บนโต๊ะ แรงสัมผัสเพียงน้อยนิดแต่มันกลับส่งกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่างจนเธอสะท้านเยือก
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะดึงมือออกและตอกกลับเขาด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศความซาบซึ้งนั้นลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ
แกร็ก...
บานประตูห้องทำงานเปิดผางออกพร้อมกับร่างเพรียวบางของมินท์ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือเรียวถือแท็บเล็ตเครื่องโปรดพ่วงด้วยเอกสารด่วนจี๋
"ธันวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! แปลงคำนวณโครงสร้างสะพานโซน C ที่รินเพิ่งอนุมัติเมื่อสัปดาห์ก่อน... กำลังถูกส่งตรวจสอบจากทางกระทรวง และระบบแจ้งเตือนว่า... มีตัวเลขบางชุดถูกแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ!"
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที นัยน์ตาดุดันหันขวับไปมองมินท์สลับกับรินที่หน้าถอดสีลงในพริบตาเดียว!
(ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนที่ 27 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 27
โอกาสครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!