"สัญญาจ้างไม่ได้บอกไว้เหรอคะคุณธันวา ว่าพื้นที่ส่วนตัวในการทำงานร่วมกัน มันมีเส้นแบ่งที่เรียกว่า 'มารยาท' ขีดเอาไว้ชัดเจน"
เสียงหวานใสที่เจือความขุ่นเคืองเล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องประชุมใหญ่ รินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตฉายแววไม่ยอมคน แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะยังเต้นรัวโคมramไม่เป็นจังหวะจากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกือบจะอยู่ในอ้อมกอดของวิศวกรหนุ่มจอมหยิ่งก็ตาม
ธันวาเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง ใบหน้าคมคายแสร้งทำเป็นเรียบเฉยราieกับผืนน้ำนิ่งสนิท ทั้งที่ในอกข้างซ้ายกำลังประท้วงเสียงดังว่ากลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอมันรบกวนสมาธิเขามากเกินไปแล้ว วิศวกรหนุ่มขยับแว่นสายตา เลื่อนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกใสให้พ้นทาง ก่อนจะประสานมือเข้าหากันด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งตามธรรมชาติของเขา
"มารยาทในพจนานุกรมของผม สำหรับที่ปรึกษาที่ชอบล้ำเส้นเข้ามาตรวจสอบระบบโครงสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต มันถูกยกเลิกไปตั้งแต่คุณก้าวเท้าเข้ามาในบริษัทนี้แล้วล่ะครับ... อ้อ ขอโทษทีนะคะ พอดีฉันติดนิสัยพูดความจริง" ธันวาจงใจเน้นเสียงกวนประสาทที่มุมปาก พร้อมกับส่งรอยยิ้มเย็นชาที่ชวนให้คนมองอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาให้สาสม
รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ทางจิตวิทยาแล้ว คนที่แสดงอาการก้าวร้าวและสร้างกำแพงหนาเตอะอย่างธันวา มักจะมีปมบางอย่างที่ซ่อนไว้ใต้ความสมบูรณ์แบบ ทว่า... ตอนนี้เธอยังไม่อยากเปิดตำราจิตวิทยามาวิเคราะห์ความซึนของเขาหรอก เพราะข้อเสนอที่เขากำลังจะยื่นให้มันชวนให้เลือดขึ้นหน้าเสียเหลือเกิน
"พูดจาแบบนี้ ระวังจะโดนฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทวิชาชีพนะคะคุณธันวา" รินยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "ไหนล่ะคะ ข้อตกลงที่คุณบอกว่าจะเสนอ รีบๆ พูดมาเถอะค่ะ ฉันยังมีงานที่ต้องสะสางอีกกองโต ไม่ว่างมานั่งเล่นเกมประสาทกับวิศวกรปากแข็งแถวนี้หรอกค่ะ"
ธันวาไม่โต้ตอบทันที เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาดุดันกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปของรินอย่างจงใจวิเคราะห์ ชายหนุ่มหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเลื่อนหน้าจอ ก่อนจะผลักมันไปตรงหน้าเธอ
"กฎเหล็ก 3 ข้อ... ถ้าคุณอยากทำงานร่วมกับโปรเจกต์นี้ต่อโดยที่ผมไม่เซ็นอนุมัติไล่คุณออกเสียก่อน"
รินก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ต ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่ออ่านข้อความบนนั้น
*ข้อที่ 1: ห้ามเข้าใกล้ห้องทำงานส่วนตัวของผมในระยะ 3 เมตร ยกเว้นได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร*
*ข้อที่ 2: ทุกรายงานการประเมินความเสี่ยง ต้องผ่านการตรวจสอบจากผมแบบตัวต่อตัวเท่านั้น และห้ามส่งอีเมลข้ามขั้นตอน*
*ข้อที่ 3: หากเกิดความผิดพลาดใดๆ ในโครงการ คุณต้องเป็นผู้รับผิดชอบและยอมรับบทลงโทษตามที่ผมกำหนดแต่เพียงผู้เดียว*
"นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไงคะ!" รินทุบโต๊ะเบาๆ ด้วยความเหลืออด แรงปะทะทำให้แฟ้มเอกสารสั่นไหว "ข้อแรกนี่มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลชัดๆ ส่วนข้อสาม... คุณตั้งใจจะหาแพะมารับบาปชัดๆ เลยนี่นา! แบบนี้มันเอาเปรียบกันเกินไปแล้วนะคะคุณธันวา!"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานความเจ้าเล่ห์และความเย่อหยิ่งไว้ในสัดส่วนที่อันตรายต่อหัวใจคนมองที่สุด
"เอาเปรียบตรงไหนครับ? ในเมื่อมันคือ 'ความคุ้มค่า' ที่คุณต้องแลกกับการได้เข้ามาทำโปรเจกต์ระดับพันล้านกับบริษัทผม ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งจริงและมีความสามารถมากพอ คุณก็แค่เซ็นชื่อลงไป... หรือว่ากลัว?" ธันวาจงใจใช้น้ำเสียงท้าทาย พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนรินต้องเอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ
ทฤษฎีทางจิตวิทยาบอกไว้ว่า มนุษย์มักจะถอยหนีเมื่อรู้สึกว่าพื้นที่ส่วนตัวถูกคุกคาม แต่สำหรับรินแล้ว การถอยไม่ได้หมายความว่าเธอพ่ายแพ้ แต่มันคือการตั้งหลักเพื่อสวนกลับต่างหาก!
รินหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้า รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่ริมฝีปากอิ่มสีพีช เธอโน้มตัวกลับเข้าไปใกล้เขาเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนแทบจะปะทะกัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"กลัวเหรอคะ? คำนี้ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของที่ปรึกษาอย่างฉันหรอกค่ะคุณธันวา" รินกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "ในเมื่อคุณอยากเล่นเกมกดดันนัก ฉันก็จะสนองให้... แต่จำไว้เลยนะคะว่า เกมนี้ คนที่จะเจ็บตัวและเผลอใจไปก่อน อาจจะไม่ใช่ฉันคนนี้ก็ได้"
เคมีที่คุกรุ่นระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนบรรยากาศในห้องประชุมคล้ายมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นพล่าน ธันวาชะงักไปชั่วขณะเมื่อเจอสายตาที่เด็ดเดี่ยวและท้าทายกลับมา หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วจนน่าตกใจ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ยัยตัวแสบนี่ช่าง... ต่อต้านได้น่าปราบพยศเสียจริง
ก่อนที่ธันวาจะได้กล่าววาจาเชือดเฉือนใดๆ เพื่อกู้หน้า ทันใดนั้นเอง...
*แกร็ก!*
เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของ 'เมฆ' เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนของธันวาที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่มในมือถือแฟ้มเอกสารชุดใหญ่
"โอ๊ะ... ผมเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาทำงานซีเรียสของท่านวิศวกรผู้เคร่งขรึมกับที่ปรึกษาคนสวยหรือเปล่าเนี่ย?" เมฆเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นสายตาพิฆาตที่เพื่อนรักส่งมาให้ ธันวารีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้าคมคายกลับมาบึ้งตึงสนิททันทีราวกับเปลี่ยนหน้ากาก
รินฉวยโอกาสนี้ดึงแท็บเล็ตมาถือไว้ กดเซ็นลายมือชื่อดิจิทัลลงไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาธันวาด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่แฝงความร้ายกาจ
"เซ็นให้เรียบร้อยแล้วนะคะคุณธันวา... หวังว่ากฎเหล็กของคุณ จะไม่ทำให้คุณต้องกลายมาเป็นฝ่ายร้องขอความช่วยเหลือจากฉันทีหลังก็แล้วกัน"
พูดจบ รินก็หมุนตัวเดินเชิดหน้าผ่านหน้าเมฆออกไปจากห้องประชุมทันที ทิ้งให้ธันวายืนแข็งทื่อมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เมฆเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"หมาโบ้ตัวนี้... ดูท่าทางจะไม่ได้แค่หอนแล้วล่ะมั้งวะเพื่อน น่าจะโดนเขาจูงจมูกตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกมด้วยซ้ำ!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาติดกับดักความซึนของพี่ธันวาและน้องรินด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนปากแข็ง
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!