"ปล่อยแขนฉันนะธันวา คุณไม่มีสิทธิ์มาลากฉันออกมากลางงานแบบนี้!"
ฉันสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างแรง แรงบีบจากอุ้งมือหนาของวิศวกรหนุ่มเมื่อครู่ยังทิ้งความร้อนผ่าวไว้บนผิวเนื้อ แต่สิ่งที่ร้อนยิ่งกว่าคือสายตาของเขาที่กำลังมองตรงมา
ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขาใช้ความเงียบอันกดดันเป็นอาวุธ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่มักจะนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ยามนี้กลับระอุไปด้วยประกายไฟแห่งความหึงหวงที่เจ้าตัวไม่มีวันยอมรับออกมาตรงๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันทีละก้าว บีบให้แผ่นหลังของฉันต้องแนบชิดไปกับผนังปูนเปลือยของมุมอับหลังบูธจัดแสดงนิทรรศการ
บรรยากาศรอบตัวเราราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเยียบเย็น แม้เสียงเพลงบรรเลงจากงานสัมมนาจะยังคงดังคลออยู่ไม่ไกล แต่พื้นที่ตรงนี้มีเพียงแรงปะทะจากสนามอารมณ์ของเราสองคนเท่านั้น
"มีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ คุณก็น่าจะรู้ดีที่สุดนะริน" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ เขายื่นมือข้างหนึ่งมาค้ำยันผนังด้านข้าง กักตัวฉันไว้ในวงแขนอย่างจงใจ "หรือว่าการยืนให้ผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงชั่วโมงมาหยอดคำหวานใส่ แถมยังขอช่องทางติดต่อ... มันเป็นงานในหน้าที่ของที่ปรึกษาโครงการด้วย?"
ฉันเผลอหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นไส้ นี่สินะอาการของคนปากแข็งที่ทางจิตวิทยาเรียกว่า *Reaction Formation* หรือการแสดงออกตรงข้ามกับความรู้สึกจริง ยิ่งหวง ยิ่งกระวนกระวาย ก็ยิ่งทำเป็นพูดจาถางถางเพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ในใจ
"แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะคะ?" ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่หลบเลี่ยงความดุดันในแววตาคู่นั้น "คุณกร ภาคิน เขาเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สนใจโปรเจกต์ของเรา การที่ฉันจะสร้างมนุษยสัมพันธ์อันดีเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท มันก็คือหน้าที่ไม่ใช่หรือไงคะ หรือว่าคุณธันวาอิจฉา... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบประโยคดี ธันวาก็ก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะเข้าหากัน มือหนาที่เคยค้ำผนังเปลี่ยนมาจับคางฉันให้เงยขึ้นบังคับสบตา ปลายนี้มนของเขาเฉียดผ่านแก้มฉันไปนิดเดียวจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวผิดจังหวะ
"อย่ามาใช้จิตวิทยาตื้นๆ มาวิเคราะห์ฉันนะริน" เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย แววตาที่มองมาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "ผมไม่ได้อิจฉา... แต่ผมแค่ไม่ชอบให้ใครมามองของของผมด้วยสายตาแบบนั้น"
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้... ปากบอกว่าไม่ได้คิดอะไร แต่การกระทำและคำพูดแต่ละคำมันช่างชวนให้เลือดในกายสูบฉีดเสียเหลือเกิน ฉันเม้มริมฝีปากแน่น พยายามตั้งสติไม่ให้หลงกลไปกับเสน่ห์ร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาของเขา
"ใครเป็นของๆ คุณกัน อย่ามาพูดจาเอาเปรียบ..."
"ถ้าไม่เชื่อ จะให้พิสูจน์ตรงนี้เลยไหมล่ะว่าคุณเป็นของใคร" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนริมฝีปากของเราแทบจะชิดกัน ความกดดันจากตัวเขาแผ่ซ่านจนฉันแทบหายใจไม่ออก สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วตอนนี้กลับขาวโพลนไปหมด
*ตึกตัก ตึกตัก...*
เสียงหัวใจของฉันดังแข่งกับเสียงดนตรีในงาน หรือบางที... มันอาจจะดังมาจากอกของคนตรงหน้าด้วยซ้ำ เพราะแผงอกกว้างที่แนบชิดกันอยู่กำลังสะท้อนจังหวะการเต้นที่รุนแรงไม่แพ้กันเลย
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังสุกงอมและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากมุมทางเดิน
"อ้าว... อยู่นี่เองเหรอครับคุณริน ผมกำลังตามหาอยู่พอดีเลย พอดีมีเรื่องอยากจะปรึกษาเกี่ยวกับแผนงานเฟสต่อไปสักหน่อย..."
เสียงของ 'กร ภาคิน' ดังขึ้น ทำลายภวังค์สีชมพูอมเลือดนัดนั้นลงในเสี้ยววินาที ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มจนฉันสัมผัสได้ รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปากของธันวา—รอยยิ้มแบบที่ฉันรู้ดีว่า... กำลังมีใครบางคนกำลังจะซวยอย่างเลือดเย็น
ธันวาค่อยๆ ขยับถอยหลังออกห่างจากฉันช้าๆ แต่ทว่ามือข้างหนึ่งของเขายยังคงคว้าเอวฉันไว้หลวมๆ เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าคู่แข่งทางหัวใจคนนั้น
"เชิญครับคุณกร..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่แฝงด้วยความเยียบเย็นจนน่าขนลุก "พอดีเลย ผมกับรินกำลังปรึกษาเรื่อง 'แผนระยะยาว' กันอยู่พอดี... คุณอยากรู้เรื่องส่วนไหนของ *แฟนผม* ก่อนดีล่ะครับ?"
รอยยิ้มของกร ภาคิน แข็งค้างไปทันทีในขณะที่ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หือ... แฟนฉันงั้นเหรอ?! นายธันวาคนซึนยอมรับสถานะนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!
ทว่า ก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากแก้ข่าวหรือต่อว่าอะไร ประตูหนีไฟข้างทางเดินก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างของ 'เมฆ' ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกพร้อมกระดาษรายงานในมือ
"ธันวา! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานหลัก ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักล่มเพราะ..."
เมฆชะงักกึกเมื่อเห็นบรรยากาศมาคุระหว่างเราสามคน ดวงตากลมโตมองสลับไปมาระหว่างธันวา ริน และกร ก่อนที่มุมปากของเพื่อนสนิทตัวแสบจะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
"อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?" เมฆลากเสียงยาวอย่างจงใจ "เชิญเคลียร์เรื่องหัวใจกันต่อได้เลยนะ เดี๋ยวเรื่องบริษัทผมจัดการเอง... แต่บอกไว้ก่อนนะเพื่อน ว่าถ้าเคลียร์ไม่จบ งานนี้มีคนเสียน้ำตาแน่!"
ฉันหันขวับไปจ้องหน้าธันวาที่ตอนนี้กำลังขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่แผนการประกาศอาณาเขตถูกขัดจังหวะอีกรอบ ดวงตาคู่นคมหันกลับมามองฉันด้วยประกายตาดุดันที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ไม่มิด
แล้วจู่ๆ ธันวาก็ก้มกระซิบข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่, ริน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเอ็นดูความซึนของพี่ธันวามาจนถึงตอนนี้ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 13
ปะทะคนมาขายขนมจีบ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!