“ถอยไปค่ะคุณเมฆ... เรื่องของฉันกับคุณธันวา ฉันจัดการเองได้”
น้ำเสียงของรินแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความระแวง ดวงตากลมโตฉายแววไม่ไว้วางใจผู้ชายตรงหน้าอย่างชัดเจน แม้ในมือของเมฆจะมีแฟ้มเอกสารที่อ้างว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเกี่ยวกับตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังการปั่นป่วนโครงการวิศวกรรมทั้งหมด แต่สำหรับรินแล้ว เมฆก็เป็นเพียงเพื่อนสนิทจอมเจ้าเล่ห์ของธันวา ผู้ชายที่มักจะยืนกอดอกดูความฉิบหายของคนอื่นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบเสมอ
แต่ก่อนที่เมฆจะได้อ้าปากพูดอะไรต่อ ประตูห้องทำงานกระจกฝ้าก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง เสียงกระทบของบานพับดังสนั่นจนสะเทือนไปทั้งยูนิต
รินสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมอง ร่างสูงโปรดของธันวาปรากฏขึ้นตรงกรอบประตู สภาพของวิศวกรหนุ่มผู้เนี๊ยบและยึดถือตรรกะเหตุผลเป็นสรณะในตอนนี้... กลับยับเยินจนน่าตกใจ เนคไทสีเข้มถูกกระชากจนหลุดลุ่ย กระดุมเม็ดบนปลดออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งที่ไหวระริกตามจังหวะการหายใจหอบถี่ เส้นผมที่เคยเซ็ตไว้อย่างดีกลับยุ่งเหยิงราวกับเจ้าตัวใช้มือขยี้มันซ้ำๆ ด้วยความเครียด
ดวงตาคมกริบที่เคยเยชาและเต็มไปด้วยทฤษฎีจิตวิทยา ตอนนี้กลับแดงก่ำอย่างไร้การควบคุม ราวกับคนอดนอนมาหลายคืน และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาที่ปิดไม่มิด
“ริน...”
เสียงเรียกนั้นแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมของนายช่างใหญ่ผู้เย่อหยิ่ง ธันวาไม่สนใจเมฆแม้แต่หางตา ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวรินด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน
“คุณธันวา... เข้ามาทำไมคะ ออกไปก่อน ฉันกำลังคุยกับคุณเมฆอยู่—”
“ฉันบอกให้หยุดพูดเรื่องคนอื่นสักที!” ธันวาโพรงขึ้นเสียงดังลั่นห้อง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและรauร้าว จนเมฆที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องยกมือขึ้นยอมแพ้แล้วค่อยๆ ถอยฉากเดินเลี่ยงออกไปเงียบๆ ปิดประตูให้คนทั้งคู่ได้เคลียร์กันตามลำพัง
รินหายใจติดขัด หัวใจเต้นรำไม่เป็นส่ำเมื่อกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนรุ่มจากตัวของธันวาโอบล้อมเธอไว้ ชายหนุ่มใช้มือทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ดวงตาคู่นั้นมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ตำราจิตวิทยาเล่มไหนในโลกจะอธิบายได้
“คุณบ้าไปแล้วหรือไงคะ?” รินเค้นเสียงดุ พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “ปล่อยฉันนะ สภาพคุณตอนนี้มัน—”
“ใช่... ฉันมันบ้า!” ธันวาตัดบท เสียงของเขาเจือสะอื้นเล็กน้อยอย่างน่าตกใจ ผู้ชายที่เชื่อมั่นในสมการและเหตุผล ปฏิเสธความรู้สึกมาตลอดชีวิต ตอนนี้กลับยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้หญิงที่เขารักอย่างหมดรูป “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันบอกตัวเองว่าทุกอย่างต้องมีเหตุผล ต้องมีขั้นตอน ต้องวิเคราะห์ความเสี่ยง... แต่พอไม่มีคุณนั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานตรงข้าม ไม่มีเสียงเถียงกวนประสาทของคุณ... ทฤษฎีบ้าบออะไรนั่นมันก็ใช้ไม่ได้ผลสักอย่าง!”
รินชะงัก เปลือกตากระพริบปริบๆ ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนวูบไหวในอก
“คุณธันวา...”
“ฉันกลายเป็นคนไร้สติไปแล้วจริงๆ ริน” ธันวาก้มหน้าลง ซบหน้าผากของตัวเองลงกับลาดไหล่บางของเธอ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผากลับสั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันตัวบัดนี้ละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางของ ‘หมาโบ้’ ตัวหนึ่งที่กำลังเวทนาตัวเอง “ฉันกลัว... กลัวว่าคุณจะเดินออกไปจากชีวิตฉันจริงๆ กลัวว่าคำพูดใจร้ายของฉันมันจะผลักไสคุณไปให้คนอื่น... ฉันยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว ขอร้องล่ะ... อย่าทำแบบนี้อีกเลย”
อารมณ์ดราม่าที่เคยคุกรุ่นพังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตารินร้อนผ่าว ปากที่เคยเก่งกาจและชอบเอาชนะเริ่มสั่นเทา เธอยกมือขึ้นค้างไว้กลางอากาศลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่ความโหยหาลึกๆ จะเอาชนะความถือดีทั้งหมด นิ้วเรียวค่อยๆ วางลงบนกลุ่มผมนุ่มยุ่งเหยิงของวิศวกรหนุ่ม แล้วออกแรงสางเบาๆ อย่างปลอบประโลม
“ใครบอกให้คุณมาทำตัวน่าสงสารแบบนี้ล่ะคะ...” รินเสียงสั่น เจือรอยยิ้มทั้งน้ำตา “เวลาคุณปากแข็ง น่าหมั่นไส้ตั้งเยอะ ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นหมาโบ้ขี้แยไปได้”
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของเธอ ดวงตาคมกริบฉายแววเวงและดื้อรั้นในเวลาเดียวกัน มุมปากหยักยกยิ้มสมเพชตัวเองนิดๆ แต่สายตาที่มองเธอนั้นกลับคลั่งรักจนแทบจะกลืนกิน
“ก็เพราะเป็นคุณไง... ริน” เขากระซิบเสียงพร่า ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ “ต่อให้ต้องทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี หรือให้คุกเข่าขอร้องคุณตรงนี้ ฉันก็ยอม... ขอแค่คุณบอกว่ายังรู้สึกเหมือนกัน”
“คนฉวยโอกาส...” รินบ่นอุบ แต่ใบหน้ากลับแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เคมีที่เคยปะทะกันด้วยคารมคมคาย บัดนี้เปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดมหาศาลที่ฉุดรั้งให้ทั้งคู่โน้มเข้าหากันโดยไม่ต้องมีทฤษฎีมารองรับ
ธันวาไม่รอช้า มือหนาเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าของเธอไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยพวงแก้มใสแผ่วเบาราวกับเผลอไผล รินหลับตาลงรับสัมผัสอุ่นร้อนที่โหยหา ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงลมหายใจอุ่นที่รดรินเข้าหากัน...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผงะเข้ามาทันทีโดยไม่รออนุญาต
“พี่ธันวา! เอกสารโครงการด่วน— อุ๊ย! ขอโทษครับ! ผมไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะความหวาน!”
เสียงของเด็กฝึกงานแผนกวิศวกรรมดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับร่างของรุ่นน้องที่รีบหันหลังกลับปิดตาปีนเกลียววิ่งหนีออกจากห้องแทบไม่ทัน
รินสะดุ้งสุดตัว ผลักอกธันวาให้ออกห่างทันที ใบหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เธอกระแอมไอแก้เก้อแล้วรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
ธันวาถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิดอย่างที่สุด เขากัดกรามแน่น หันไปถลึงตาใส่ประตูที่ปิดสนิทด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะหันกลับมามองรินที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่ข้างโต๊ะ
“ไว้เราเคลียร์กันต่อ...” ธันวากระซิบเสียงต่ำด้วยความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับดวงตาที่ประกายความคลั่งรักกลับมาเต็มเปี่ยม “แต่คืนนี้... คุณไม่รอดแน่ ริน”
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความซึนของพี่ธันวามาจนถึงตอนนี้นะคะ!
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 24
เมื่อพระเอกกลายเป็นหมาโบ้
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!