กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทวิศวกรรมชั้นนำ ช่างเป็นส่วนผสมที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องเอาเสียเลยค่ะ
รินตวัดสายตามองเอกสารสรุปโครงการในมือด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะตัวเลขงบประมาณหรือปัญหาหน้างานที่กำลังรุมเร้า แต่เป็นเพราะ 'สิ่งมีชีวิต' เพศชายตัวสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต่างหาก... ธันวา วิศวกรหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเยือกเย็นยิ่งกว่าไนโตรเจนเหลว กำลังแสดงพฤติกรรมที่ทำให้พนักงานแผนกบัญชีกระซิบกระซาบกันจนโต๊ะข้างๆ แทบจะลุกขึ้นเต้นระบำ
"คุณริน... กาแฟไหมครับ แก้วนี้ผมชงเอง หวานน้อย... เอ๊ย ไม่ใช่ สูตรลดคาเฟอีน เหมาะกับคนทำงานหนัก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยทฤษฎีจิตวิทยา กลับติดขัดและตะกุกตะกักอย่างน่าประหลาด ธันวาเลื่อนแก้วกระดาษสีน้ำตาลอ่อนมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับทำท่าทางเก้ๆ กังๆ มือหนาที่เคยจับแต่ประแจและแบบแปลนสะพานขนาดใหญ่ ตอนนี้กลับวางไม่ถูกที่ ถูกทาง ปลายเล็บเคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัวๆ ฟ้องถึงความประหม่าที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนเต็มที่
รินเลิกคิ้วเรียวขึ้นสูง นัยน์ตาสีเข้มฉายแววระแวดระวัง เธอจ้องแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้หูเริ่มแดงเรื่อโดยไม่ทราบสาเหตุ
"คุณธันวาคะ" รินเอ่ยเสียงเรียบ เจือแววเย้าหยอกตามนิสัย "ปกติคุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่า การดื่มคาเฟอีนระหว่างประชุมโปรเจกต์ใหญ่จะทำให้สมองส่วนอะมิกดาลทำงานผิดเพี้ยน แล้วนี่อะไรคะ... คิดจะวางยาพิษฉันทางอ้อม หรือว่าสมองส่วนไหนของคุณกำลังช็อตไปเรียบร้อยแล้วคะ"
ธันวาสำลักน้ำลายตัวเองทันที ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นปิดปาก ไอโฮกฮัคเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเสียทรง ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นมาเสี้ยววินาทีเพื่อเรียกฟอร์มวิศวกรผู้เย็นชา
"ผม... ผมก็แค่เห็นว่าคุณหน้าซีดตั้งแต่เช้าตามหลักการประเมินสภาวะอารมณ์และสุขภาพเบื้องต้นต่างหากเล่า! อย่ามาทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลยน่า คุณริน" ธันวาเถียงกลับเสียงแข็ง ปากก็ปฏิเสธเสียงสูง แต่ดวงตาคมกริบกลับหลบวูบไปมองหน้าต่างกระจกใสอย่างมีพิรุธ
รินแอบอมยิ้มมุมปาก ความซึนเดระของพ่อวิศวกรหนุ่มนี่ช่างเป็นอะไรที่ดูออกง่ายเสียจนน่าแกล้งให้เขินตายไปข้างหนึ่ง
ในมุมหนึ่งของห้องประชุม เมฆ เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนตัวแสบที่นั่งไขว่ห้างอยู่ริมสุด กำลังยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะจนไหล่สั่น เมฆส่งสายตากรุ้มกริ่มล้อเลียนมาให้ธันวา พร้อมกับทำปากมุบมิบเป็นคำว่า 'หมาโบ้คลั่งรัก' ชัดเจนจนธันวาต้องส่งสายตาดุๆ กลับไปแทบฆ่าเพื่อนสนิทให้ตายคาที
"หัวเราะอะไรเมฆ!" ธันวาตวาดแว้ดใส่เพื่อนเสียงเขียว "เคลียร์งบโครงสร้างเสร็จหรือยัง ถึงได้มานั่งว่างงานทำหน้าทำตาอยู่ตรงนี้!"
"แหม... ฉันก็แค่มองว่า บรรยากาศการทำงานวันนี้มันสดใสผิดปกติ ดีกว่านั่งประชุมหน้าดำคร่ำเครียดกับยักษ์มารตั้งเยอะจริงไหมครับทุกคน" เมฆลอยหน้าลอยตาพูด ยักคิ้วกวนประสาทใส่ธันวาจนวิศวกรหนุ่มกัดกรามกรอดด้วยความหมั่นไส้
รินมองการปะทะฝีปากระหว่างสองหนุ่มแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เสียงหัวเราะใสๆ ของเธอดังก้องอยู่ในห้องประชุมเงียบๆ ทำให้ธันวาที่กำลังโมโหเมฆต้องชะงักกึก ดวงตาคู่คมหันกลับมามองรินทันที ราวกับถูกดึงดูดด้วยแรงโน้มถ่วงบางอย่างที่ทรงพลังเกินกว่าจะต้านทาน
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะลดอุณหภูมิลงเหลือเพียงแค่คนสองคน ท่ามกลางเสียงจอแจของพนักงานคนอื่นที่กำลังจัดเอกสาร ธันวากลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ ความซึนและมาตรzฐานความเย็นชาที่เคยสร้างขึ้นมาเพื่อกำbạnหัวใจตัวเอง พังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาสุกใสที่มองมาด้วยความเอ็นดู
"คุณ... มองอะไรหน้าฉันติดกาวเหรอคะ" รินแกล้งเอียงคอถาม น้ำเสียงแพรวพราวท้าทาย
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น ความลังเลฉายชัดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คล้ายกับคนที่กำลังจะกระโดดร่มลงมาจากเครื่องบินโดยไม่มีรูชูชีพ มือหนาเอื้อมไปเลื่อนแก้วกาแฟเข้าไปใกล้เธออีกนิด ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความเขินอายที่ปิดไม่มิด
"เปล่า... แค่คิดว่า..." ธันวาเว้นจังหวะ กลืนก้อนความประหม่าลงคอ "เวลาที่คุณยิ้ม... มันรบกวนสมาธิในการทำงานของผมมากกว่าสมการทางวิศวกรรมซะอีก"
เพล้ง!
เสียงเหมือนกระจกแตกในใจของรินดังขึ้นเบาๆ หญิงสาวรู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว ปากที่เคยคิดคำพูดคมคายมาโต้กลับได้ทุกสถานการณ์ ตอนนี้กลับแข็งค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพแบบไร้ฟิลเตอร์ของพ่อหนุ่มปากแข็ง
นี่เขา... กำลังหยอดเธอกลางห้องประชุมต่อหน้าลูกน้องทุกคนอย่างหน้าตาเฉยเลยอย่างนั้นหรือคะ!
รินอ้าปากพะงาบๆ จะเถียงกลับแต่ก็หาเสียงของตัวเองไม่เจอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจปนความเขินจัดที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก เคมีระหว่างพวกเขาทั้งสองคนพุ่งทะยานสูงจนคนรอบข้างสัมผัสได้ เมฆที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับเป่าปากหวูดเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ในความคลั่งรักที่ปิดไม่มิดของเพื่อนรัก
แต่ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนมดแทบจะเดินขึ้นโต๊ะประชุม เสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในห้องทำงานของรินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
*กริ๊งงงง!*
รินสะดุ้งเฮือก รีบดึงสติกลับมาแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นรับสายด้วยความรวดเร็ว เพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังขึ้นสีแดงจัดของตัวเอง
"สวัสดีค่ะ... รินพูดค่ะ"
น้ำเสียงของเธอยังคงติดความสั่นพร่าเล็กน้อยจากการโดนรุกฆาตเมื่อครู่ แต่ทว่า... เสียงปลายสายที่ตอบกลับมา กลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของรินแข็งค้าง และทำให้บรรยากาศทั้งหมดในห้องประชุมดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา
*(คุณรินคะ... แย่แล้วค่ะ!) เสียงเลขาหน้าห้องตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ (ตอนนี้มีตัวแทนจากสำนักงานใหญ่ตรวจสอบบัญชี บุกเข้ามาที่ห้องทำงานของคุณ พร้อมกับตำรวจเศรษฐกิจ... พวกเขาบอกว่าพบหลักฐานว่าโปรเจกต์ที่เรากำลังทำอยู่ มีการทุจริตงบประมาณและข้อมูลรั่วไหลค่ะ!)*
มือที่ถือโทรศัพท์ของรินสั่นเทาขึ้นมาทันที ดวงตาสุกใสเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เอกสารในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นห้องเสียงดังสนั่น
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันทีเมื่อเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของหญิงสาว ความซึนเดระเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของวิศวกรหนุ่มผู้พร้อมจะปกป้องคนที่ตนรักจากอันตราย
"เกิดอะไรขึ้นริน?" ธันวาถามเสียงเข้ม แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันและจริงจังขั้นสุด
รินเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง หัวใจเต้นรัวระทึกด้วยความหวาดหวั่น เพราะเธอรู้ดีว่า... หมากตานี้ไม่ได้เล่นแค่เกมหัวใจเสียแล้ว แต่มันคือเกมที่เดิมพันด้วยอนาคตทั้งหมดของเธอ!
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางความฟินมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นบทสรุปความรักที่ต้องเดิมพันด้วยเดิมพันครั้งใหญ่ในตอนต่อไปด้วยกันนะคะ
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 20
เมื่อความซึนพ่ายแพ้ต่อความรัก
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!