"สวัสดี... หัวหน้าผู้สูงส่ง พวกท่านคงไม่คิดว่าฉันจะตายง่ายขนาดนั้นหรอกใช่ไหมครับ?"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากช่องสัญญาณสื่อสารฉุกเฉิน ทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมลับของกิลด์ดราก้อนฟางที่กำลังตึงเครียดอยู่แล้ว ยิ่งดิ่งลงเหวไปอีกขั้น แสงไฟนีออนสีส้มกะพริบถี่เพื่อเตือนภัยระดับวิกฤตบนหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ เผยให้เห็นพิกัดสัญญาณชีพที่ถูกระบุว่าเป็น "บุคคลที่ควรจะสูญหายไปตลอดกาล" ในดันเจี้ยนระดับ SSS เมื่อสัปดาห์ก่อน
บารอน หัวหน้ากิลด์ผู้สวมชุดเกราะโลหะผสมไทเทเนียมสลักลายมังกรคำราม ขยับกายลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึงจนเก้าอี้หนังราคาแพงล้มคว่ำ ดបหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนเห็นผี ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังจุดสีเขียวที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เขตปลอดภัยของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
"เป็นไปไม่ได้..." บารอนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเทา "มันถูกทิ้งไว้ใต้ซากกองศากศพของราชันย์อสูร... ไม่มีทางที่ฮีลเลอร์แรงก์ E ไร้ความสามารถคนนั้นจะรอดชีวิตออกมาได้โดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!"
ทว่า ในขณะที่ความตื่นตระหนกกำลังกัดกินจิตใจของเหล่าผู้บริหารกิลด์ชั้นสูง เซร่า อดีตนักฆ่าสาวแรงก์ S ในชุดหนังสีดำสนิท กลับยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาสีเพลิงของเธอกวาดมองใบหน้าหวาดกลัวของพวกที่เคยเหยียดหยามเรย์ด้วยความสมเพชเวทนา นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนด้ามจับมีดสั้นคู่ใจเบาๆ เป็นจังหวะราวกับกำลังนับถอยหลังสู่วันพิพากษา
"พวกท่านประเมินค่าของคำว่า 'ความตาย' ต่ำเกินไปนะครับ" เซร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องหุบปากสนิท "และที่สำคัญ... พวกท่านยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ของขวัญที่เรย์เตรียมไว้ต้อนรับการกลับมาของพวกท่านมันหอมหวานขนาดไหน"
ตัดภาพมาที่ห้องพยาบาลฉุกเฉินระดับ V.I.P. ของโรงพยาบาลกลางเมือง เรย์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับเน้นใบหน้าด้านข้างที่เรียบนิ่งและเยชา แว่นตากรอบทองที่เขาสวมอยู่สะท้อนแสงไฟวับวาว บาดแผลฉกรรจ์ที่เคยเกือบคร่าชีวิตเขาเมื่อหลายวันก่อนบัดนี้เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายของโลกใบนี้
ตรงหน้าของเขาคือ ดร.วิชัย แพทย์ชื่อดังระดับประเทศผู้เคยปฏิเสธการรักษาและเหยียดหยามเรย์อย่างไม่ใยดีเมื่อปีก่อน บัดนี้ ชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นพรมราคาแพง สองมือสั่นเทากุมชายเสื้อของเรย์ไว้แน่น ใบอาบหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา
"คุณเรย์... ได้โปรดเถอะครับ!" ดร.วิชัยละล่ำละลักอ้อนวอน เสียงของเขาขาดห้วงด้วยความหวาดกลัว "เนื้องอกในสมองของผมมันลุกลามเกินกว่าที่แพทย์คนไหนจะรักษาได้แล้ว... ทางโรงพยาบาลยอมจ่ายทุกอย่างที่คุณต้องการ ขอแค่... ขอแค่คุณช่วยปัดมือรักษามันให้ผมที!"
เรย์ก้มมองชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างช้าๆ เขาไม่ได้ขยับตัวหนี ปล่อยให้ร่างของอดีตแพทย์ชื่อดังหมอบกราบแทบเท้าเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง
"คุณหมอวิชัยครับ... จำคำพูดเมื่อปีที่แล้วได้ไหมครับ?" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "คุณบอกว่า 'ขยะอย่างแก ต่อให้ตายคากองเลือดก็ไม่มีสิทธิ์มาเหยียบห้องพยาบาลของฉัน' ใช่ไหมครับ?"
ดร.วิชัยสะดุ้งสุดตัว น้ำตาไหลพรากด้วยความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง "ผม... ผมมันตาบอดเองครับ! ได้โปรด เมตตาผมด้วยเถอะ..."
เรย์ยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือของเขาส่องประกายแสงสีทองอร่ามเรืองรอง เป็นแสงแห่งการรักษาที่บริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ใดๆ ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ แสงนั้นสาดส่องปกคลุมร่างของดร.วิชัยในพริบตา เซลล์มะเร็งที่ร้ายแรงถูกชำระล้างและฟื้นฟูจนสมบูรณ์แบบภายในเสี้ยววินาที ร่างกายที่เคยโรยรากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างไร้ที่ติ
ดร.วิชัยอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง เขาสำรวจร่างกายตัวเองที่ไม่หลงเหลือความเจ็บปวดใดๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเรย์ด้วยความหวังที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่
"ฮะ... หายแล้ว? เนื้องอกหายไปหมดแล้ว!" ดร.วิชัยอุทานออกมาด้วยความดีใจสุดขีด "คุณเรย์ คุณคือพระเจ้า! คุณคือผู้ช่วยชีวิตผมจริงๆ!"
เรย์ดึงมือกลับ ชักสีหน้าเรียบเฉยทันที เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวขึ้นมาเช็ดมืออย่างช้าๆ ราวกับเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรกโสโครก
"อย่าเข้าใจผิดนะครับ ดร.วิชัย" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แววตาคมกริบมองทะลุผ่านกรอบแว่นทอง "ผมไม่ได้รักษาคุณเพราะความเมตตา... แต่ผมรักษาคุณเพื่อให้คุณมีชีวิตอยู่ดูความพินาศของกิลด์ดราก้อนฟาง และเพื่อให้คุณได้ลิ้มรสชาติของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนกับที่พวกมันเคยทำกับผม"
สิ้นคำพูด ประตูห้องพยาบาลก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก้าวเข้ามาพร้อมกับออร่าพลังปราณอันดุร้าย แรงกดดันระดับแรงก์ A แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนอากาศแทบหายใจไม่ออก
บารอน หัวหน้ากิลด์ดราก้อนฟาง ก้าวเข้ามาพร้อมกับลูกน้องมือดีนับสิบชีวิต ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดระแวง ดวงตาดุดจดจ้องมาที่เรย์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ไอ้สวะเรย์! แกกล้าดียังไงถึงโผล่หัวมาเหยียบที่นี่ แถมยังกล้าส่งเสียงขู่ก้าวร้าวใส่กิลด์ของฉัน!" บารอนคำรามเสียงต่ำ มือหนากำดาบยาวข้างเอวแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "คิดว่าหนีรอดจากดันเจี้ยนมาได้แล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าอย่างนั้นเรอะ วันนี้แหละคือวันตายรอบที่สองของแก!"
เรย์ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังชมละครสัตว์ราคาถูก มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า
"ตายรอบที่สองงั้นเหรอครับ?" เรย์เอ่ยทวนคำ พลางเอื้อมมือไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงิน ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น "ก่อนจะพูดเรื่องความตาย... หัวหน้าบารอนครับ คุณแน่ใจแล้วเหรอครับว่า 'เงินและอำนาจ' ที่คุณภาคภูมิใจนักหนา จะยังคงเป็นของคุณอยู่หลังจากวินาทีนี้ไป?"
เรย์เลื่อนนิ้วไปสัมผัสกับเครื่องรูดบัตรดิจิทัลที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของแพทย์ พร้อมกับส่งสัญญาณมือให้เซร่าที่ยืนรอจังหวะอยู่ภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่
เฮลิคอปเตอร์รบส่วนตัวติดอาวุธหนักนับสิบลำบินแหวกนภาลงมาจอดตรึงกำลังอยู่เหนือลานจอดของโรงพยาบาล แรงลมมหาศาลพัดกระจกห้องพยาบาลแตกละเอียดเป็นIจงกระจาย กลิ่นอายของความตายและความฉิบหายพุ่งทะยานเข้าสู่ห้องประชุมในพริบตาเดียว บารอนและลูกน้องหน้าถอดสีทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า ทรัพย์สินทั้งหมดของกิลด์ดราก้อนฟางถูกอายัดและถูกซื้อกิจการต่อโดยบุคคลปริศนาในเวลาไม่ถึงสามวินาทีที่ผ่านมา!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านผลงานชิ้นนี้ด้วยใจระทึกนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ฮีลเลอร์จอมหยิ่งกับพวกฮันเตอร์ที่เคยเหยียดหยาม•ตอนที่ 2
สกิลที่เปลี่ยนโลก
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์จอมหยิ่งกับพวกฮันเตอร์ที่เคยเหยียดหยาม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
