"พิมพ์ตะวัน! ถ้าคุณยังยืนยันว่าจะแก้แบบแปลนโซน VIP ให้ออกมาเป็นทรงเรขาคณิตอวกาศยุค 80s อีกรอบ ฉันจะเอาไม้บรรทัดทีสเกลฟาดก้นคุณจริงๆ ด้วยนะคะ พูดไม่รู้เรื่องแล้วนะคนนี้!"
เสียงแหลมปนหงุดหงิดของยัยผู้จัดอีเวนต์ตัวแสบดังทะลุโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดออกมา จนกรณ์ที่กำลังนั่งหมุนปากกาเล่นบนโต๊ะทำงานโล่งๆ ในห้องสถาปนิกเงียบกริบถึงกับต้องยกเครื่องห่างจากหูเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอัตโนมัติอย่างที่เจ้าตัวก็ห้ามไม่ได้
ให้ตายสิ... ผู้หญิงอะไร บ่นเก่งยิ่งกว่ายายที่บ้านแถมยังพลังงานเหลือเฟือ ทั้งที่นี่มันตีสองกว่าเข้าไปแล้ว
"นี่คุณกรณ์ ฟังอยู่หรือเปล่าคะ หรือว่าหลับไปแล้ว ฮัลโหล! คุณสถาปนิกหน้าตาย!" พิมพ์ส่งเสียงแหวใส่สายอีกรอบ เมื่อปลายสายเงียบหายไปนานเกินสามวินาที มืออีกข้างของเธอกำลังรัวคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กจนเกิดเสียงดังรัวราวกับกำลังปะทะกับศัตรูในเกมออนไลน์ เอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานรกๆ ในออฟฟิศอีเวนต์แทบจะทับร่างเธออยู่รอมร่อแล้ว
"ฟังอยู่ครับ... เอ๊ย ฟังอยู่ค่ะ" กรณ์แกล้งดัดเสียงรับคำเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ พร้อมกับเอียงคอหนีบโทรศัพท์ไว้ระหว่างบ่ากับใบหู ขณะที่มือเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มกำลังจัดการลากเส้น 3D ในโปรแกรมออกแบบหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่ว "ผมไม่ได้หูหนวกนะพิมพ์ตะวัน แค่กำลังคิดอยู่ว่าสมองคุณทำด้วยอะไร ถึงได้คิดธีมงานอีเวนต์เปิดตัวคอนโดหรูออกมาเป็นแนว 'ดิסโก้เรโทร' ผสมอวกาศได้... นี่คุณแอบไปกินยาดองอะไรมาหรือเปล่าเนี่ย"
"ปากเสีย!" เสียงตวาดแว้ดๆ ลอยมาตามสายทันที "เขาเรียกว่าความคิดสร้างสรรค์ระดับยูนีคต่างหากเล่าคุณกรณ์! แบรนด์เขาต้องการความจัดจ้าน ชวนฝัน แต่น่าค้นหา คุณเข้าใจคำว่า 'น่าค้นหา' ไหมคะ หรือในหัวคุณมีแต่ซีเมนต์ คอนกรีตเสริมเหล็ก กับมุมฉากเก้าสิบองศาแค่นั้น!"
กรณ์หลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ เสียงทุ้มต่ำที่หลุดลอดผ่านไมโครโฟนไปทำให้ทางฝั่งพิมพ์ชะงักกึกไปชั่วขณะ
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างรอยต่อของสัญญาณอินเทอร์เน็ตชั่วครู่ มีเพียงเสียงพิมพ์ดีดเบาๆ และเสียงถอนหายใจยาวเหยียดราวกับคนแบกโลกไว้ทั้งใบของหญิงสาว
"นี่... ดึกแล้วนะพิมพ์" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นโดยอัตโนมัติ ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความห่วงใยเจือจางที่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้ตัวว่าเผลอแสดงมันออกมา "งานเปิดตัวสัปดาห์หน้า ยังไงก็ทันน่า คุณไม่ต้องหักโหมจนเป็นลมคาโต๊ะทำงานหรอก เดี๋ยวถ้าคุณน็อคไปใครจะมาเถียงกับผมเรื่องแปลนบูธล่ะจริงไหม"
"ใครหักโหม... ฉันไม่ได้... หัก... สักหน่อย..."
เสียงบ่นงึมงำของพิมพ์เริ่มขาดช่วง ลมหายใจที่เคยพ่นคำด่าทอใส่เขาฉอดๆ เมื่อครู่เริ่มผ่อนยาวและสม่ำเสมอขึ้นทีละนิด ความเหนื่อยล้าสะสมจากการวิ่งวุ่นเตรียมงานมาทั้งสัปดาห์ผสมกับฤทธิ์กาแฟเย็นที่หมดฤทธิ์ไปนานแล้ว กำลังรุมเร้าสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอยไปในห้วงนิทรา
กรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงปลายสายเงียบไปผิดปกติ มีเพียงเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกแผ่วเบา... นุ่มนวล... และยาวนาน
"พิมพ์? พิมพ์ตะวัน?" เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงกระดาษพลิกเบาๆ ตามด้วยเสียงศีรษะที่กระแทกกับพื้นโต๊ะทำงานตุบใหญ่ ตามด้วยเสียงครางฮือเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจ
สถาปนิกหนุ่มหลุดยำเกรงในใจทันที เขาเดาภาพออกเลยว่าตอนนี้ยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋วคงจะฟุบหลับคาหน้าจอโน้ตบุ๊กในท่าทางแปลกประหลาดแน่นอน ยัยนี่นะ... ปากเก่งซะเปล่า แต่เรื่องดูแลตัวเองติดลบตลอดกาล
กรณ์ไม่ได้กดวางสาย มือหนายังคงถือสมาร์ทโฟนแนบหูไว้เช่นนั้น เขาย้ายตัวเองจากเก้าอี้ทำงานตัวโปรดไปยืนพิงระเบียงห้องพัก มองทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองกรุงที่แสงไฟเริ่มเบาบางลง สายลมยามดึกพัดเอื่อยๆ เข้ามาปะทะกรอบหน้าคมคาย แต่ในโสตประสาทของเขากลับมีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่อยู่อีกฟากฝั่งของเมือง
มันแปลกดีเหมือนกัน...
ปกติแล้วกรณ์เป็นคนเกลียดความวุ่นวาย เกลียดเสียงบ่นจุกจิก และรักความเงียบสงบเป็นที่สุด แต่ในเวลานี้ เสียงลมหายใจแผ่วเบาปนเสียงกรนฮึ่มๆ ในลำคอเบาๆ ของพิมพ์ตะวัน กลับทำหน้าที่เหมือนเสียงเพลงกล่อมเด็กชั้นดีที่ขับไล่ความเครียดจากการทำงานหนักมาทั้งวันให้มลายหายไปจนหมดสิ้น
เขายืนฟังเสียงลมหายใจนั้นเงียบๆ นานนับสิบนาที โดยไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อหน่าย มุมปากหนายังคงประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่คนรอบข้างแทบไม่เคยได้เห็นจากสถาปนิกหนุ่มหน้าตายคนนี้เลย
"ยัยตัวแสบเอ๊ย..." กรณ์พึมพำกับความมืดเบาๆ "หลับง่ายขนาดนี้เลยหรือไง ฝากอนาคตไว้กับสถาปนิกอย่างผมเนี่ย... คุณกล้าหาญเกินไปแล้วนะ"
เขากำลังจะตัดสินใจกดวางสายและส่งข้อความเตือนสติเธอเบาๆ ในแชท แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงสัญญาณแทรกแปลกปลอมก็ดังขึ้นเบาๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเปิดประตูห้องทำงานของฝั่งพิมพ์ที่ดังสะท้อนผ่านไมโครโฟนเข้ามาในสายอย่างชัดเจน
*แกร็ก... แอ๊ด...*
หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระแวงฉับพลัน เมื่อเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งดังลอดเข้ามาใกล้โทรศัพท์ที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะของพิมพ์
*“อ้าว พิมพ์... หลับไปแล้วเหรอเนี่ย ขยันจริงๆ เลยนะเรา... ไหนดูซิ ทำงานถึงไหนแล้วเนี่ย”*
น้ำเสียงนั้นคุ้นหูอย่างประหลาด และมันไม่ใช่เสียงของเจตน์เพื่อนสนิทของเธอแน่นอน!
กรณ์ดึงโทรศัพท์ออกจากหูมามองหน้าจอด้วยแววตาที่คมกราบและเย็นเยียบขึ้นมาทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นเล็กน้อย ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุเมื่อตระหนักได้ว่า... มีใครอีกคนกำลังยืนอยู่ใกล้ชิดกับพิมพ์ในยามวิกาลแบบนี้
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและอินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของพี่กรณ์กับน้องพิมพ์ในตอนนี้นะคะ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 6
เสียงบ่นที่เป็นเพลงกล่อม
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!