"อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย พอดีมีนแค่จะเอาแบบร่างไปให้พี่กรณ์ดูเฉยๆ ไม่คิดว่าจะเจอช็อตฟีลเบอร์นี้"
เสียงหัวเราะคิกคักในลำคอของมีนดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางฝุ่นปูนและกลิ่นสีทาผนังที่ยังไม่แห้งสนิท ดีไซเนอร์สาวในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวสะอาดก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว รอยยิ้มที่แต่งแต้มบนริมฝีปากดูเหมือนจะกว้างเกินความจำเป็นสำหรับสถานการณ์ปกติ ดวงตาคู่สวยกวาดมองร่างของพิมพ์ตะวันที่ยังคงแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของสถาปนิกหนุ่มด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
ให้ตายเถอะ! นี่มันภาพอุบาทว์อะไรกันเนี่ย!
พิมพ์รีบดีดตัวออกจากอ้อมอกของกรณ์ราวกับโดนไฟลวก ฝ่ามือเล็กผลอกำแพงอกกว้างของคนตัวสูงเต็มแรงจนเจ้าตัวเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหู สมองประมวลผลแทบไม่ทันว่าทำไมสถานการณ์มันถึงได้บานปลายกลายเป็นภาพชวนเข้าใจผิดไปไกลถึงดาวอังคารได้ขนาดนี้
"ไม่ใช่แบบนี้นะคะ! คือเมื่อกี้ฝุ่นมัน... ฝุ่นมันเข้าตา แล้วพี่กรณ์เขาก็แค่... เออ ช่วยเขี่ยออกเฉยๆ ค่ะ!" พิมพ์ละล่ำละลักแก้ตัว เสียงสูงปรี๊ดด้วยความร้อนรน มือไม้ปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ยิ่งแก้ตัวก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นยัยตัวร้ายในละครหลังข่าวที่กำลังจำนนต่อหลักฐาน
กรณ์ที่เพิ่งตั้งหลักได้ ยืนจัดปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีนิ่งสงบ ใบหน้าหล่อเหลายังคงรักษาฟอร์มความหน้าตายไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ราวกับเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่ได้ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะเลยแม้แต่น้อย ต่างจากพิมพ์ที่ตอนนี้อยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด
"แบบร่างอยู่ไหนล่ะมีน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ ปรายตามองลูกน้องสาวด้วยแววตาปกติ ไม่มีร่องรอยความกระดากอายแม้แต่น้อย
"อยู่นี่ค่ะพี่กรณ์ พอดีมีนแก้สเปซตรงโซนบาร์ตามที่ลูกค้าคอมเมนต์มาเมื่อเช้า ลองเช็กดูนะคะว่าโอเคหรือยัง" มีนยื่นแท็บเล็ตในมือให้กรณ์ พร้อมกับชายตามามองพิมพ์ด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่มอีกรอบ "ส่วนเรื่องเมื่อกี้... มีนตาฝาดไปเองเนอะ ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นค่ะ พิมพ์... สู้ๆ นะคะ พอดีพี่กรณ์เขารักความสะอาดยากหน่อย ระวังตัวด้วยล่ะ"
พูดจบแม่คุณก็หมุนตัวเดินนินทากรายๆ กลับไปยังโซนออฟฟิศชั่วคราว ทิ้งให้พิมพ์ยืนกำมือแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ
ฮึ่ม! ยัยมีน! รอยยิ้มแบบนั้นมันหมายความว่าอะไรวะคะ! หล่อนต้องเอาไปเม้าท์กับทีมครึ่งออฟฟิศแน่ๆ ว่ายัยผู้จัดอีเวนต์คนนี้แอบอ้อยสถาปนิกหนุ่มหน้าตาย!
"ยืนทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองตากแห้งอยู่ทำไมคะ" เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นเหนือหัว พิมพ์เงยหน้าขึ้นขวับ เจอเข้ากับรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ทีจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้
"ใครปลาทูคะ! ปากเสียชะมัด!" พิมพ์แหวใส่ทันที "ทั้งหมดนี่มันเพราะคุณคนเดียวเลยนะกรณ์! ถ้าคุณไม่เดินมาใกล้แล้วทำท่าทางประหลาดๆ มีนก็ไม่เข้าใจผิดหรอ"
"ผมทำอะไรประหลาด" กรณ์เลิกคิ้วสูง กอดอกมองผู้หญิงตรงหน้าที่ตอนนี้แก้มป่องกลมเป็นกระรอกตุนถั่วเข้าไปทุกที "ผมแค่จะช่วยเขี่ยฝุ่นให้ คุณต่างหากที่สะดุ้งเป็นแมวโดนน้ำร้อนลวกแล้วพุ่งชนผมเอง"
"นี่คุณ...!"
"เที่ยงแล้ว" กรณ์ตัดบทหน้าตาเฉย ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาเรือนหรู "ผมหิวข้าว พาไปกินอะไรอร่อยๆ หน่อยสิ ในฐานะที่คุณทำผมเสียเวลาอธิบายเรื่องเข้าใจผิดเมื่อกี้"
"ห๊ะ? เดี๋ยวๆๆ ทำไมฉันต้องพาคุณไปกินข้าวด้วยคะ งานก็กองอยู่ตรงนี้ อีเวนต์สัปดาห์หน้ายังเคลียร์ไม่จบเลยนะ!" พิมพ์อ้าปากค้าง โวยวายเสียงหลง
"กองทัพต้องเดินด้วยท้องครับคุณผู้จัดอีเวนต์ หน้าตาคุณตอนนี้ดูเหมือนคนอดอยากปากแห้งมาสามวัน ประเดี๋ยวเป็นลมล้มพับไป ทีมผมต้องมาแบกอีก เป็นภาระเปล่าๆ"
ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร ปากคอเราะร้ายเป็นบ้า! ถ้าไม่ติดว่าหล่อและเป็นสถาปนิกหลักของงานนี้ พิมพ์สาบานเลยว่าจะหยิบรองเท้าส้นสูงฟาดหน้าสักทีสองที!
แต่สุดท้าย... เธอก็ต้องยอมเดินตามหลังร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มออกมาจากไซต์งานจนได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าท้องมันร้องโครกคราจนน่าอาย และเธอก็ขี้เกียจจะเถียงกับคนหน้ามึนให้เสียพลังงานชีวิต
แสงแดดจ้าของยามเที่ยงแผดเผากรุงเทพฯ จนถนนแทบละลาย พิมพ์เดินบ่นงึมงำอยู่ข้างกายกรณ์ พยายามเว้นระยะห่างให้ดูเหมาะสม แต่เพราะฟุตปาธแคบๆ ที่มีกองวัสดุก่อสร้างวางเกะกะ ทำให้บางจังหวะไหล่ของเธอ וไหล่กว้างของเขาก็เบียดเสียดกันโดยไม่ตั้งใจ
"เราจะไปกินอะไรกันคะ บอกไว้ก่อนนะว่าฉันงบจำกัด ร้านหรูติดแอร์ราคาจานละสามร้อยฉันไม่ไปกินด้วยหรอกนะ จะบอกให้" พิมพ์เอ่ยปากเตือนดักคอ ขณะกวาดสายตามองหาร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ
"ใครจะพาไปร้านหรู" กรณ์ตอบสั้นๆ โดยไม่หันมามอง เดินนำลิ่วเลี้ยวเข้าซอยย่อยข้างไซต์งานที่มีบรรยากาศแตกต่างจากตึกสูงระฟ้าลิบลับ ซอยนี้เต็มไปด้วยตึกแถวเก่าแก่ ควันโขมงจากเตาถ่าน และกลิ่นหอมยั่วยวนของเครื่องเทศที่ลอยมาแตะจมูก
"เฮ้ย..." พิมพ์อุทานเบาๆ เมื่อเดินตามมาจนถึงร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำริมทางร้านเล็กๆ มีโต๊ะพลาสติกสีแดงตั้งอยู่ริมฟุตปาธใต้ร่มผ้าใบสีซีดๆ มีคราบน้ำมันเกรอะกรังเล็กน้อยตามประขาสตรีทฟู้ดดั้งเดิม "นี่คุณ... จะพาฉันมากินก๋วยเตี๋ยวข้างทางเนี่ยนะ?"
กรณ์หยุดเดิน หันมาเลิกคิ้วมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ทำไมครับ รังเกียจเหรอ หรือว่าคุณหนูผู้จัดอีเวนต์กินอาหารข้างทางไม่เป็น กลัวท้องเสีย?"
"เปล่าสักหน่อย! แค่..." พิมพ์กวาดสายตาสำรวจสภาพร้าน สลับกับมองชุดเสื้อเชิ้ตสถาปนิกแบรนด์เนมราคาแพงของคนตรงหน้า "แค่แปลกใจมากกว่าค่ะ คนรักความสะอาดระดับคุณกรณ์เนี่ยนะ จะยอมมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวริมถนนแบบนี้ ฉันนึกว่าชีวิตคุณต้องกินสเต็กในห้องแอร์สลัวๆ ฟังเพลงแจ๊สซะอีก"
กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดึงเก้าอี้พลาสติกสีแดงออกมาแล้วหยิบกระดาษทิชชิจากกล่องบนโต๊ะมาเช็ดทำความสะอาดเบาะที่นั่งอย่างเบามือและพิถีพิถันแบบสุดๆ ชนิดที่เรียกว่าถ้าเชื้อโรคเห็นยังต้องยอมแพ้
"สะอาดพอมั้ยครับคุณผู้จัดอีเวนต์ เชิญนั่งได้" เขาส่งยิ้มกวนประสาทมาให้ พร้อมผายมือเชิญด้วยความสุภาพจอมปลอม
พิมพ์ค้อนควักใส่หนึ่งวงใหญ่ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งฝั่งตรงข้าม หยิบตะเกียบมาลวกน้ำร้อนในแก้วพลาสติกตามธรรมเนียมสตรีทฟู้ดที่เธอคุ้นเคยดี ต่างจากกรณ์ที่ทำหน้าเหมือนกำลังนั่งอยู่กลางสนามรบ แต่ก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามโดยบ่นอะไรออกมาสักคำ
"ยายบอกว่าร้านนี้อร่อยที่สุดในย่านนี้" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ ระหว่างที่กำลังรอป้าเจ้าของร้านมาจดออเดอร์
พิมพ์ชะงักเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่ม แววตานิ่งสนิทคู่นั้นทอประกายอ่อนลงวูบหนึ่งเมื่อพูดถึงยาย บรรยากาศรอบตัวที่เคยมีแต่ความกวนประสาทจางหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความเงียบงันอุ่นๆ ที่โรยตัวอยู่ระหว่างพวกเขาท่ามกลางเสียงรถราที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนใหญ่
"คุณ... สนิทกับยายเหรอคะ" พิมพ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เบาลงโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเริ่มแทรกซึมเข้ามาแทนที่ความหงุดหงิดเมื่อครู่
"อืม เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กๆ" กรณ์ตอบสั้นๆ สายตามองเลยไปที่แม่ค้ากำลังลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวควันโขมง "ตอนเด็กๆ เวลาผมสอบได้ที่หนึ่ง ยายจะพามาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวต้มยำร้านนี้แหละ เส้นเล็กแห้ง ไม่ใส่ถั่วงอก"
พิมพ์อมยิ้มบางๆ โดยไม่รู้ตัว ภาพสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งหน้าตายในปัจจุบัน ซ้อนทับกับเด็กชายตัวเล็กๆ ที่คงจะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวหน้าตาเลอะเทอะอยู่ตรงนี้เมื่อหลายปีก่อน มันเป็นภาพที่... น่ารักจนเผลอใจเต้นแรงขึ้นมานิดหน่อย
"โอโห เป๊ะเวอร์ นี่คุณจำเมนูเด็กอนุบาลได้ด้วยเหรอคะเนี่ย" พิมพ์แกล้งแซวกลบเกลื่อนอาการประหลาดในอก "แสดงว่ามากินบ่อยสินะคะ ถึงได้รู้ซอกรู้ซอยแถวนี้ดี"
"ก็ไม่เชิง..." กรณ์หันกลับมาสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของเธอชัดเจน "แต่ตอนนี้... เหมือนจะมีคนมากินเป็นเพื่อนบ่อยกว่าเดิมแล้วมั้ง"
ตึ้บ!
หัวใจของพิมพ์กระตุกวูบไปสามจังหวะ สมองหยุดทำงานกะทันหัน คำพูดแซวเล่นติดอยู่ที่ริมฝีปาก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยัยพิมพ์ แกแพ้ทางผู้ชายคนนี้อีกแล้วนะ! ทำไมเขาต้องขยันหยอดมุกเลี่ยนๆ แบบนี้ในสถานการณ์ธรรมดาๆ ด้วยเล่า!
ป้าเจ้าของร้านเดินมาเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวต้มยำชามโตส่งกลิ่นหอมฉุย ขัดจังหวะความเงียบที่ชวนให้หัวใจวายวอดพอดี พิมพ์รีบก้มหน้าก้มตาตักพริกป่นใส่ชามของตัวเองราวกับคนเป็นโรคจิตเภทกลัวผักชี เพื่อหลบสายตาคมกริบทรงเสน่ห์คู่นั้น
"กินซะ อย่ามัวแต่มองหน้าผม เดี๋ยวอาหารจะหมดอร่อย" เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของกรณ์ดังลอดมาพร้อมกับเสียงตะเกียบกระทบชาม
พวกเขานั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันท่ามกลางเสียงจอแจของย่านชุมชน รสชาติจัดจ้านของต้มยำทำให้พิมพ์ต้องสูดปากด้วยความเผ็ดร้อน แต่บรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้แย่อย่างที่เธอคิดไว้ตอนแรก การได้นั่งมองผู้ชายที่เนี้ยบที่สุดในสามโลกพยายามคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวริมถนนโดยไม่ให้กระเด็นโดนเสื้อราคาแพง มันเป็นภาพที่ชวนอมยิ้มจนแก้มแทบแตก
หลังมื้ออาหารผ่านไปอย่างเรียบง่าย ทั้งคู่เดินกลับมายังไซต์งานที่มีบรรยากาศวุ่นวายตามปกติ พิมพ์แยกตัวไปเช็กคิวงานกับทีมงานคนอื่น ส่วนกรณ์ก็หายเข้าไปคุยเรื่องโครงสร้างกับวิศวกรหน้างาน
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มยามเย็นสาดส่องผ่านโครงสร้างเหล็กเปลือยเปล่าของอาคาร ท่ามกลางความเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน พิมพ์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะเช็กกรุ๊ปแชตของบริษัท แต่นิ้วเรียวกลับเผลอกดเข้าไปในหน้าแชตส่วนตัวของใครบางคนโดยอัตโนมัติ
หน้าจอแสดงชื่อแชต: **'สถาปนิกหน้าตาย'**
ในช่องพิมพ์ข้อความ ปรากฏประโยคยาวเหยียดที่เธอพิมพ์ค้างไว้ตั้งแต่ตอนนั่งรถกลับมา แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไร มือเจ้ากรรมก็ดันเผลอกดส่งข้อความนั้นออกไปซะแล้ว!
*[พิมพ์ตะวัน]: "นี่กรณ์... ที่คุณพาไปกินก๋วยเตี๋ยววันนี้น่ะ เพราะอยากกินเอง หรือว่า... แอบอยากชวนฉันไปเดทกันแน่คะเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย"*
เหี้ยแล้ว!
พิมพ์เบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน สมองขาวโพลนเป็นแถบสีขาว ขาแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน นิ้วมือสั่นระริกพยายามจะกดปุ่มกดยกเลิกข้อความ (Unsend) ให้เร็วที่สุดก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้เห็น
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความบนหน้าจอของกรณ์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตรดังขึ้นชัดเจนท่ามกลางความเงียบของไซต์งานยามเย็น สถาปนิกหนุ่มก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองช้าๆ แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอที่ยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงเสาปูน!
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความฟินให้ยัยพิมพ์กับคุณสถาปนิกหน้าตายในตอนนี้นะคะ! ❤️
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 5
มื้อเที่ยงริมทาง
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!