สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 4

ลงพื้นที่ตรวจไซต์งานครั้งแรก

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
"บอกแล้วไงคะว่ารองเท้าผ้าใบสีขาวคู่นี้มันคือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อีเวนต์ของพิมพ์! จะให้ใส่คัทชูหัวแหลมเดินลุยปูนซีเมนต์กับเศษเหล็กเนี่ย... วิญญาณแม่ชีเทрезаประทับแน่ค่ะคุณสถาปนิก!" เสียงโวยวายของพิมพ์ตะวันดังสะท้อนก้องไปทั่วพื้นที่โล่งกว้างของไซต์งานก่อสร้างคอมมูนิตี้มอลล์ย่านพระรามเก้า มือเรียวรีบยกชายกระโปรงพลีทสีดำความยาวคลุมเข่าขึ้นเล็กน้อยเพื่อหลบหลีกกองเศษไม้ที่มีตะปูโผล่ขึ้นมาอย่างน่าหวาดเสียว วันนี้เป็นวันแรกที่เธอต้องมาร่วมตรวจหน้างานจริงกับทางสถาปนิกเจ้าของแบบ และบอกตามตรงว่าสภาพของเธอกับคำว่า 'มืออาชีพ' แทบจะสวนทางกันโดยสิ้นเชิง หมวกนิรภัยสีเหลืองใบใหญ่ที่สวมอยู่บนหัวดูจะใหญ่เกินไปจนหล่นมาบังคิ้วอยู่รอมร่อ ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋วดูเหมือนเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่แอบสวมหมวกของพ่อไม่มีผิด "ถ้าไม่อยากให้วิญญาณใครประทับ ก็ช่วยหุบปากแล้วยกเท้าก้าวให้มันพ้นกองอิฐบล็อกตรงนั้นก่อนดีไหมครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ลืมไปว่าคุณพิมพ์ชอบเดินสะดุดมากกว่ามองทาง" กรณ์ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยอยู่ไม่ไกล ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้หมวกนิรภัยสีขาวสะอาดสะอ้านฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของพิมพ์ด้วยความระอาปนเอ็นดูระคนกัน แว่นตากรอบโลหะนั่นช่างขับเน้นให้เขาดูเหมือนสถาปนิกหนุ่มสุดเนี๊ยบจากนิตยสารสถาปัตยกรรมชื่อดัง แต่คำพูดคำจาช่างตรงกันข้ามกับลุคโดยสิ้นเชิง "นี่คุณกรณ์! จะกวนประสาทฉันสักวันมันจะตายไหมคะเนี่ย! คนเขายิ่งรีบๆ อยู่... เจตน์ก็ดันโทรมาตามเรื่องคิวทีมนักแสดงรอบสื่ออีก ฉันหัวจะปวดเป็นไมเกร็งรอบที่สแปมแล้วเนี่ย!" พิมพ์พ่นคำบ่นยาวเหยียดพร้อมกับทำมือไม้ประกอบท่าทางยุ่งเหยิงจนหมวกกันน็อกเกือบจะหลุดร่วงลงมาจริงๆ กรณ์ถอนหายใจเบาๆ สายตาที่เคยมองตรงอย่างไร้ความรู้สึกกลับอ่อนแสงลงโดยที่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้ตัว เขาก้าวเท้าฉับไวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่กำลังยืนทำหน้ามุ่ยอยู่กลางทางเดินแคบๆ ระหว่างโครงสร้างเหล็ก "ยืนนิ่งๆ ครับ" เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาด มือหนเอื้อมมาจัดหมวกนิรภัยบนหัวให้เข้าที่อย่างเบามือ ปลายนิ้วอุ่นเฉียดผ่านหน้าผากเนียนทำเอาพิมพ์ถึงกับกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานอีเวนต์วิ่งวนด้วยความเร็วสูงกลับหยุดชะงักลงดื้อๆ กลางคัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนและกลิ่นอายแดดอ่อนๆ ลอยแตะจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ "อะ... อะไรของคุณเนี่ย อยู่ๆ ก็เดินเข้ามาใกล้เกินไปแล้วนะ" พิมพ์ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องแสร้งทำเป็นจัดเสื้อผ้ากลบเกลื่อนความประหม่า "ถ้าผมไม่เข้ามาช่วยจัดหมวกให้ ป่านนี้คุณคงเดินชนเหล็กเส้นที่ยื่นออกมาตรงนั้นจนหัวแตกไปแล้วล่ะครับ... ดูสิครับ เดินยังไงไม่ให้สะดุดพื้นเรียบๆ" กรณ์พยักเพยิดหน้าไปยังจุดที่เธอเกือบจะเดินไปชนเมื่อครู่ พิมพ์หันไปมองตามแล้วก็ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นว่าตรงนั้นมีปลายเหล็กเส้นข้ออ้อยโผล่พ้นพื้นปูนขึ้นมาจริงๆ หากเธอเดินเลยไปอีกนิดเดียวมีหวังได้เลือดตกยางออกสมพรปากเขาแน่ๆ แต่ด้วยความที่เป็นคนฟอร์มจัดและยอมรับความพ่ายแพ้ไม่เป็น เธอจึงเชิดหน้าขึ้นแล้วสวนกลับทันควัน "ก็... ก็ฉันไม่ได้มองไงคะ ใครจะไปรู้ว่าไซต์งานคุณจะรกเป็นป่าช้าดิบแบบนี้เล่า!" "ปากเก่งแบบนี้ ค่อยสมเป็นคุณพิมพ์หน่อยครับ" กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาพราวระยับ "แต่ถ้าไม่อยากเป็นภาระให้ผมต้องคอยมาอุ้มตอนขาพลิก แนะนำให้จับชายเสื้อผมไว้แล้วเดินตามมาเงียบๆ ครับ คุณผู้จัดอีเวนต์คนเก่ง" พูดจบ เจ้าตัวก็ยื่นชายเสื้อเชيرสีฟ้าอ่อนด้านหลังให้เธอจับเสียดื้อๆ โดยไม่รอฟังคำปฏิเสธ พิมพ์อ้าปากค้างจะเถียงกลับแต่พอหันไปมองรอบตัวที่มีแต่ซอกมุมอันตรายแล้ว เธอก็จำใจต้องเอื้อมมือไปขยุ้มชายเสื้อของเขาไว้แน่นอย่างเสียไม่ได้ ความอุ่นจากแผ่นหลังกว้างที่สะท้อนผ่านเนื้อผ้าส่งผ่านปลายนิ้วเข้ามาในความรู้สึก ทำให้บรรยากาศการเดินตรวจไซต์งานในวันนี้ไม่ได้น่าเบื่อหรือน่ากลัวอย่างที่คิด กรณ์เดินนำด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ คอยเอ่ยเตือนจุดที่ต้องระวังเป็นระยะด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ ท่าทีที่ดูแข็งกระด้างในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความใส่ใจที่แฝงมากับความกวนประสาทเล็กๆ น้อยๆ พอให้หัวใจคนถูกดูแลได้กระزบกระซับ ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินลัดเลาะไปตามแนวผนังปูนที่ยังไม่ได้ฉาบ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของกรณ์ก็แผדเสียงดังขึ้น ขัดจังหวะความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างตึก กรณ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ชั่ววินาทีนั้นเองที่พิมพ์สังเกตเห็นรอยขมวดคิ้วเล็กน้อยพาดผ่านใบหน้าหล่อเหลา ก่อนที่เขาจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ว่าไงมีน... อ๋อ อยู่ที่ไซต์งานครับ... ตอนนี้เหรอ กำลังตรวจความเรียบร้อยกับทีมอีเวนต์... ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปที่ออฟฟิศช่วงบ่ายนะ" แค่เพียงได้ยินชื่อ 'มีน' หัวใจที่กำลังพองโตด้วยความรู้สึกอบอุ่นเมื่อครู่ก็เหมือนถูกน้ำเย็นสาดเข้าใส่จนเหือดแห้ง พิมพ์เผลอปล่อยมือที่กำชายเสื้อเขาออกโดยอัตโนมัติ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นทันทีด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธลึกๆ ที่เจ้าตัวก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมต้องหงุดหงิด กรณ์วางสายแล้วหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกทำหน้าบึ้งตึงเป็นตูดทอดปลาเค็ม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงงกับอารมณ์ที่เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสภาพอากาศในหน้าฝน "เป็นอะไรอีกครับเมื่อกี้ยังเดินจับเสื้อผมอยู่ดีๆ ทำไมตอนนี้ทำหน้าเหมือนผมไปติดหนี้คุณร้อยล้านล่ะเนี่ย" กรณ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลก "เปล่าค่ะ! ใครจะไปกล้าโกรธคุณสถาปนิกผู้แสนดีที่มีสาวโทรมาตามตัวตลอดเวลากันล่ะคะ เชิญไปเคลียร์งานกับคุณมีนตามสบายเลยนะคะ ฉันเดินเองได้ ไม่ต้องมาเป็นภาระใครหรอกค่ะ!" พิมพ์สะบัดหน้าหนี เตรียมจะเดินจ้ำอ้าwtหนีไปทางทางออก แต่เพราะความรีบร้อนและอารมณ์ที่พุ่งพล่านทำให้เท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับก้อนอิฐที่กองอยู่ตรงทางเดินเข้าจริงๆ! "กรี๊ด!" พิมพ์หลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดจากการล้มคว่ำคะมำหงายบนพื้นคอนกรีต แต่ทว่า... ความเจ็บปวดนั้นกลับไม่เกิดขึ้น ร่างบางถูกดึงเข้าสู่อ้อมอกกว้างอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปนกลิ่นฝุ่นจางๆ โอบล้อมรอบตัวเธอไว้อย่างมั่นคง แขนแกร่งข้างหนึ่งรัดรอบเอวบางไว้แน่นเพื่อพยุงไม่ให้เธอล้มลงไป ส่วนมือหนาอีกข้างทำหน้าที่รองรับศีรษะเธอไม่ให้กระแทกกับพื้นปูนด้านหลัง หัวใจของพิมพ์เต้นโครมครามดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าใบหน้าของเธออยู่ใกล้กับกรณ์มากจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ดวงตาคมกริบของเขากำลังมองจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอด้วยประกายแสงบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันทั้งลึกซึ้ง อบอุ่น และเต็มไปด้วยความหมายที่ทำให้คนมองแทบหยุดหายใจ "บอกให้ระวัง... ก็ยังจะซุ่มซ่ามให้ผมต้องรับไว้ตลอดเลยนะครับ... คุณผู้จัดอีเวนต์ปากเก่ง" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ชิดริมฝีปาก จนพิมพ์รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดแก้ว ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นตรงกันอย่างไร้ข้อกังขา จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลังโครงสร้างเสาปูน "พะ... พี่กรณ์คะ! ตายจริง อยู่กันตรงนี้เองเหรอคะ มีนมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับแบบแปลนที่ต้องให้พี่ช่วยดูหน่อยค่ะ!" เสียงของมีนที่ดีไซเนอร์สาวร่วมทีมดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวเลี้ยวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ภาพของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังโอบกอดผู้จัดอีเวนต์สาวไว้แนบอกท่ามกลางฝุ่นละอองของไซต์งาน ปรากฏชัดเจนอยู่ในสายตาของมีนเต็มๆ ตา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับยัยตัวแสบกับสถาปนิกหนุ่มนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%