“ถ้าคุณยังทำหน้าเหมือนฉันไปกินรังแตนใส่คุณแบบนั้นต่ออีกสามวินาที ฉันจะถือว่าคุณกำลังแอบปิ๊งฉันอยู่จริง ๆ แล้วนะคะสถาปนิกกรณ์!”
เสียงหวานติดจะเหวี่ยงนิด ๆ ของพิมพ์ตะวันดังขึ้นทำลายความเงียบราวน้ำแข็งขั้วโลกในห้องประชุมใหญ่ รังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มเมื่อครู่แทบจะระเหยกลายเป็นไอทันที เมื่อเจอประโยคยียวนกวนประสาทกลบเกลื่อนความกลัวของหญิงสาวเข้าไป
กรณ์ที่กำลังหรี่ตามองเธอด้วยมาดนิ่งสนิทตามสไตล์ผู้ชายไร้มนุษยสัมพันธ์ ค่อย ๆ คลายมุมปากหยักลึกออกเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มชนิดที่พิมพ์เรียกว่า ‘รอยยิ้มยั่วโมโหเกรดพรีเมียม’
“ผมไม่ได้ปิ๊งคุณครับ... ผมแค่กำลังคิดอยู่ว่า สมองของผู้จัดอีเวนต์คนเก่งที่ชอบโวยวายกลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเองเนี่ย ข้างในมันบรรจุอะไรไว้บ้าง ถึงได้กล้าส่งเอกสารสรุปงบประมาณที่ตัวเลขติดลบมาให้ผมตรวจตอนตีสอง”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มราบเรียบแต่เชือดเฉือนพูดย้อนกลับมาอย่างใจเย็น กรณ์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง กอดอกมองผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (และส่วนหนึ่งคือความอายที่จับได้คาหนังคาเขาเรื่องความสะเพร่าของตัวเอง)
พิมพ์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวเล็กกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนกระดาษยับย่น อยากจะกรี๊ดใส่หน้าหล่อ ๆ ของเขาให้คอแตกสักสามรอบ แต่ติดตรงที่สายตาคมกริบคู่นั้นดันพ่วงแววตาเอ็นดูเจือความขบขันจาง ๆ มาด้วยนี่สิ... มันทำให้หัวใจเจ้ากรรมของเธอเกิดเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อ ๆ ซะงั้น
ให้ตายเถอะ! นี่เธอแพ้ทางผู้ชายหน้าตายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ!
“มันเป็นแค่วรรคตอนพิมพ์ผิดค่ะ! มนุษย์เราย่อมมีความผิดพลาดกันได้ไหมคะคุณสถาปนิกผู้เพอร์เฟกต์ ยิ่งกับงานอีเวนต์เปิดตัวโครงการหรูของคุณด้วยแล้ว ฉันอดหลับอดนอนจนเบลอไปหมดเพราะใครกันล่ะคะ ถ้าไม่ใช่เพราะแบบแปลนหน้างานที่คุณแก้แล้วแก้อีกจนลิงหลับ!” พิมพ์สวนกลับทันควัน เสียงสูงปรี๊ดเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจสั่น
เจตน์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รีบยกมือขึ้นเป็นปางห้ามญาติ พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาเพื่อลดอุณหภูมิความร้อนระอุในห้อง
“ใจเย็น ๆ ครับคุณพรีเซนเตอร์ทั้งสอง ประเดี๋ยวหลังคาห้องประชุมจะทะลุเอาซะก่อน เรื่องงบประมาณเดี๋ยวผมช่วยสลับตัวเลขให้ใหม่เองครับคุณพิมพ์ ส่วนคุณกรณ์... เลิกแกล้งเพื่อนผมได้แล้ว หน้าตานิ่ง ๆ ของคุณเนี่ย บางทีมันก็ชวนให้คนเข้าใจผิดคิดว่าอยากจะกินหัวพิมพ์เขานะครับ” เจตน์ช่วยตบมุกอย่างรู้หน้าที่
กรณ์ปรายตามองเพื่อนสนิทของพิมพ์เล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ร่างบางซึ่งตอนนี้กำลังเชิดหน้าหนีอย่างแง้างอน
“เลิกประชุมได้แล้วครับ เอกสารที่เหลือค่อยเคลียร์กันพรุ่งนี้” สถาปนิกหนุ่มเอ่ยสั้น ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตคู่ใจแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้พิมพ์ยืนฮึดฮัดอยู่คนเดียวด้วยความหมั่นไส้
บรรยากาศยามค่ำคืนในออฟฟิศเริ่มเงียบสงบลง พิมพ์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองอย่างหมดแรง หลังจากเคลียร์งานกองโตเสร็จสิ้น นาฬิกาบอกเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ความเหนื่อยล้าแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตากลมโตมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างไร้จุด2หมาย
ใจหนึ่งก็อยากจะทักไปต่อว่าตาบ้ากรณ์ที่กล้ามาหักหน้าเธอในห้องประชุม แต่อีกใจหนึ่ง... เสียงก้องในหัวก็กระซิบว่าเธอนั่นแหละที่เป็นฝ่ายสะเพร่าก่อน
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนโปรแกรมแชตยอดฮิตดังขึ้นเบา ๆ พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความรวดเร็ว ชื่อของคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องประชุมไปหมาด ๆ ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
*KORN:* [ส่งรูปภาพ]
พิมพ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย นิ้วเรียวกดเปิดดูรูปภาพนั้นทันที ภาพที่ปรากฏคือภาพถ่ายหน้าจอคอมพิวเตอร์ของกรณ์ ซึ่งกำลังเปิดแบบแปลนอีเวนต์ที่เธอรับผิดชอบอยู่ พร้อมกับวงสีแดงตัวโตตรงจุดที่เธอคำนวณงบประมาณผิดพลาด แต่ที่พีคยิ่งกว่าคือ... บนหน้าจอนั้น มีการแปะโพสต์อิตสีชมพูสะท้อนแสงเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ ว่า
*‘เด็กดื้อ... รอบหน้าถ้าคำนวณเลขผิดอีก จะลงโทษด้วยการเลี้ยงชานมไข่มุกเจ็ดวันติด’*
พิมพ์อ่านข้อความนั้นแล้วใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ความโกรธที่สะสมมาทั้งวันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกจนต้องเม้มปากกลั้นยิ้ม
เธอยังไม่ทันได้พิมพ์ตอบอะไรกลับไป อีกฝ่ายก็ส่งระเบิดลูกใหญิตามมาติด ๆ
*KORN:* [สติกเกอร์]
มันคือสติกเกอร์อนิเมชั่นรูปแมวส้มตัวอ้วนกลม ขนฟูฟ่อง กำลังทำหน้ามึนตึง แก้มป่องด้วยความงอน พร้อมกับมีข้อความประกอบดุ๊กดิ๊กด้านล่างว่า *‘งอนแล้วนะ ห้ามง้อช้าด้วย!’*
พิมพ์หลุดขำพรืดออกมาเสียงดังลั่นห้องทำงานที่เงียบสงัด เผลอยิ้มกว้างจนแก้มปริให้กับหน้าจอโทรศัพท์อย่างลืมตัว ผู้ชายมาดนิ่งหน้าตายคนนั้นเนี่ยนะ... ส่งสติกเกอร์แมวส้มขี้งอนแบบนี้มาให้เธอ! มันช่างขัดกับบุคลิกมาดขรึมของเขาเสียเหลือเกิน แต่ความน่ารักแบบกวน ๆ นี้กลับทำเอาหัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอกระตุกวูบวาบอย่างห้ามไม่อยู่
มือบางรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู
*PHIM:* ใครคืองอนคะคุณสถาปฉันต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายงอนที่คุณมาว่าฉันกลางห้องประชุมต่างหากเล่า! แล้วใครสั่งใครสอนให้ใช้สติกเกอร์แมวส้มแบบนี้ ส่งผิดคนรึเปล่าคะเนี่ยคุณกรณ์!
พิมพ์กดส่งข้อความยาวเหยียดไปพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่หุบไม่ลง เธอนั่งรอการตอบกลับด้วยใจ1ที่เต้นระทึก ทว่า... ผ่านไปเกือบนาที กรณ์ก็ยังขึ้นสถานะกำลังพิมพ์ ๆ ลบ ๆ อยู่หลายรอบ
จนกระทั่งข้อความล่าสุดเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ...
*KORN:* ไม่ได้ส่งผิดคนหครับ... ตั้งใจส่งให้ ‘ยัยเด็กปากแจ๋ว’ แถวนี้อ่านต่างหากล่ะครับ ยอมรับมาเถอะครับว่าตอนนี้คุณกำลังนั่งยิ้มจนแก้มจะแตกอยู่หน้าจอแน่ ๆ
พิมพ์ตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นคำตอบ ทว่าความเขินอายยังไม่ทันได้ประมวลผล หน้าจอโทรศัพท์ก็สั่นครืนพร้อมกับข้อความถัดมาที่ถูกส่งเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับเขาอ่านใจเธอได้
*KORN:* และถ้าคุณยังไม่เลิกทำหน้าเป็นแมวหงุดหงิดแบบนั้น...
พิมพ์กลั้นหายใจ อ่านข้อความที่กำลังพิมพ์ต่อด้วยความระทึก
*KORN:* ผมจะลงมาเคาะห้องทำงานคุณตอนนี้จริงๆ ด้วยนะ... พิมพ์ตะวัน
หัวใจของพิมพ์กระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเสียงฝีเท้าคุ้นเคยดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอกหน้าห้องทำงาน... และเสียงเคาะกระจกเบา ๆ สามครั้ง ก็ดังขึ้นที่บานประตูกระจกใสตรงหน้าเธอพอดี!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและฟินไปกับความกวนประสาทของพี่กรณ์กับยัยพิมพ์นะคะ! ❤
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 13
สติกเกอร์แมวส้มขี้งอน
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!