สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 14

ฝนตก รถติด และบทสนทนาริมทาง

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
เสียงเคาะกระจกเบา ๆ สามครั้งที่ดังขึ้นตรงหน้า ทำเอาพิมพ์ตะวันถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจเจ้ากรรมกระโดดข้ามกำแพงอกไปเต้นระรัวอยู่ที่ตาตุ่มราวกับเล่นบันจี้จัมพ์ เธอยืนแข็งทื่ออยู่หลังโต๊ะทำงาน สมองประมวลผลไม่ทันว่าตาฝาดไปหรือเปล่า ในเมื่อร่างสูงโปรดปรานของสถาปนิกหนุ่มหน้าตายควรจะติดแหง็กอยู่กับกองแปลนงานฝั่งนู้น ไม่ใช่มายืนทำหน้ามึนอยู่หลังประตูกระจกใสของเธอในยามวิกาลแบบนี้ "เปิดค่ะ" เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านรอยต่อของบานประตูเข้ามา ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวยังไม่ได้ออกแรงผลักด้วยซ้ำ พิมพ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปผลักประตูออกด้วยสีหน้าเลิกลั่กที่พยายามเก็บอาการเต็มที่ "คุณกรณ์... มาทำไมคะเนี่ย ดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้ ไม่ขับรถกลับคอนโดไปนอนฝันหวานหรือไง ถึงได้ถ่อสังขารมาถึงออฟฟิศอีเวนต์ของฉันเนี่ย" พิมพ์แสร้งกอดอกเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงสายตาคมกริบที่มองตรงมาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เธอมองยังไงก็หมั่นไส้ "ฝันหวานอะไรล่ะครับ ฝันร้ายน่ะสิเพราะโดนผู้จัดปากแจ๋วเทงานกลางคัน" กรณ์ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกดูผ่อนคลายกว่ายามปกติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยมาแตะจมูกพร้อมกับละอองฝนบางเบาที่เกาะอยู่ตามไรผม "แล้วอีกอย่าง... ผมไม่ได้มามือเปล่า" เขาชูกล่องเค้กช็อกโกแลตจากร้านโปรดที่พิมพ์บ่นอยากกินในแชตเมื่อสามวันก่อนขึ้นมาตรงหน้า ดวงตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ที่นาน ๆ ครั้งเธอจะได้เห็น พิมพ์อ้าปากค้างเล็กน้อย เผลอใจเต้นแรงขึ้นมาอีกสเต็ปอย่างห้ามไม่อยู่ ยัยพิมพ์เอ๊ย! แค่เค้กชิ้นเดียวถึงกับใจสั่นเลยหรือไง แกมันอ่อนแอเกินไปแล้วนะ! "ฮึ! เอาของกินมาล่อ คิดว่าจะซื้อฉันได้เหรอคะ บอกเลยว่า... ช้าไปค่ะคุณสถาปนิก งานบรีฟรอบหน้าฉันไม่ลดให้หรอกนะ" พิมพ์เชิดใส่ แต่สายตากลับเหลือบมองกล่องเค้กในมือเขาอย่างปิดไม่มิด กรณ์หลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่ทำเอาบรรยากาศในห้องทำงานแคบ ๆ อบอวลไปด้วยความรู้สึกประหลาด "ใครบอกว่าผมจะมาซื้อ... ผมแค่กลัวว่าคุณจะโมโหหิวจนพานใส่ผมในที่ประชุมพรุ่งนี้ต่างหาก กินซะ จะได้มีแรงมาเถียงผมต่อ" ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ต่อปากต่อคำกันมากกว่านั้น เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถล่ม ลมกรรโชกแรงพัดปะทะกระจกหน้าต่างดังโครมคราม ไฟฟ้าในตึกเกิดอาการกะพริบอยู่สองสามครั้งก่อนจะดับวูบลงสนิท เหลือเพียงแสงสว่างสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สะท้อนใบหน้าของทั้งสองคนในความมืด "อุ๊ย!" พิมพ์อุทานลั่นด้วยความตกใจ รีบก้าวถอยหลังโดยไม่ทันระวัง จนสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ทำงาน ร่างบางเสียหลักกำลังจะหงายหลังล้มลงไปกองกับพื้นอยู่รำไร พรึบ! ไวเท่าความคิด ท่อนแขนแข็งแกร่งของกรณ์คว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ทอดตัวดึงรั้งเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งตามสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก กลิ่นกายสะอาดผสมกับความชื้นจากเม็ดฝนโอบล้อมรอบตัวพิมพ์จนหัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากปลายคางของเขาเพียงคืบเดียว จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย "ระวังหน่อยสิครับ... ซุ่มซ่ามจริง" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดราดแก้ว Nคอขาวผ่องของพิมพ์จนขนลุกซู่ "ปล่อยเลยนะ! ใครใช้ให้มาจับฉันยะ!" พิมพ์หน้าแดงก่ำ รีบดันอกแกร่งออกสุดแรงเกิดด้วยความเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ร่างบางกระโดดถอยหลังกรูดราวกับเจอของร้อน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "วะ... ฟ้ามืดแล้ว รถติดตายชักแน่ ๆ กลับบ้านใครบ้านมันเลยค่ะ!" "มืดขนาดนี้ ฝนตกหนักขนาดนี้ คุณจะกลับยังไง พายุเข้าทางนี้พอดี รถไฟฟ้าคงล่มไปแล้วล่ะครับ" กรณ์ไหวไหล่อย่างใจเย็น ยืนกอดอกมองหญิงสาวที่กำลังเดินวนเป็นหนูติดจั่นหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย "เดินลุยน้ำฝนไปไงคะ! ดีกว่าติดอยู่ในห้องกับคุณก็แล้วกัน!" พิมพ์แหวใส่ เปิดประตูพรวดพราดออกไป แต่พอก้าวเท้าพ้นตัวตึก เธอก็ต้องยอมจำนนด้วยสภาพน้ำที่ท่วมขังสูงถึงข้อเท้า รถราติดยาวเหยียดเป็นแพหางแถว ไฟท้ายสีแดงฉานระยิบระยับแข่งกับสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด สุดท้าย สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋วก็ต้องมายืนเบียดเสียดกันอยู่บนรถเมล์ร้อนสายประจำที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน พิมพ์หน้ามุ่ย ยืนเกาะห่วงพลาสติกแน่นด้วยความหงุดหงิด ทั้งเปียก ทั้งเหนียวตัว แถมยังต้องมายืนหายใจรดต้นคอกับผู้ชายที่ชอบกวนประสาทเธอที่สุดในโลกอีก "ขยับมาหน่อยสิครับ เบียดคนอื่นเขาอยู่ได้" กรณ์เอ่ยทัก พลางใช้มือข้างหนึ่งจับราวเหล็กเหนือหัวเพื่อประคองตัว ส่วนมืออีกข้างกางร่มคันสีดำสนิทเตรียมไว้สำหรับตอนลงจากรถ "ก็มันแค่นี้ไหมเล่า! จะให้ฉันไปสิงอยู่บนหัวกระᴉอบใครล่ะคะ!" พิมพ์หันไปค้อนขวับ แต่จังหวะนั้นรถเมล์เกิดเบรกกะทันหันเพราะรถคันหน้าติดไฟแดง ร่างบางเสียหลักพุ่งชนเข้ากับแผงอกกว้างของกรณ์อย่างจังจนจมูกชนกระดุมเสื้อเขาเต็มรัก "อุ๊ย!" กรณ์ไม่รอช้า มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอีกครั้งเพื่อพยุงไม่ให้เธอล้มหัวฟาดพื้นรถเมล์ ร่มในมือถูกหุบลงกระชับแนบข้างตัวทันทีเพื่อไม่ให้ไปเกะกะคนอื่น ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน ดวงตาสีเข้มมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยความเขินอายและโกรธปนเปกัน "บอกแล้วว่าให้ระวัง... ดื้อจริงนะเราเนี่ย" น้ำเสียงนุ่มนวลที่เจือความเอ็นดูแบบไม่ได้ตั้งใจหลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่ม ทำให้ห้องเครื่องในอกของพิมพ์สั่นไหวอย่างรุนแรง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงฝนตกกระทบหลังคารถ เสียงเครื่องยนต์ และเสียงผู้คนรอบข้างพลันเงียบหายไปในความรับรู้ เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นโครมครามแข่งกันในระยะประชิด พิมพ์อ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่สมองกลับตื้อตัน คิดคำด่าไม่ออกสักคำ ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่มองทะลุเข้ามาในใจ "ถึงป้ายแล้วครับ... ลงกันเถอะ" กรณ์กระซิบเบา ๆ เมื่อลงจากรถเมล์ ฝนยังคงปรอยลงมาบางเบา กรณ์กางร่มคันใหญ่สีดำออกครอบคลุมร่างของเขากับพิมพ์ ทว่าด้วยขนาดร่มที่ไม่ได้กว้างขวางนัก ทำให้ไหล่ของทั้งคู่ต้องเบียดชิดติดกันเพื่อหลบละอองฝน พิมพ์เดินเงียบๆ อยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นส่ำ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในอก ทะลวงผ่านความเย็นเยียบของสายฝนยามค่ำคืนจนเธอเผลอยิ้มออกมาบาง ๆ โดยไม่รู้ตัว กรณ์เหลือบมองเสี้ยวหน้าหวานที่กำลังก้มมองพื้นทางเดิน รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของชายหนุ่มเผยออกมาอย่างปิดไม่มิด มือหนาที่ถือร่มขยับเอียงร่มมาทางฝั่งหญิงสาวจนไหล่หนาของเขาเปียกฝนไปครึ่งแถบ แต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย "นี่... ทำไมต้องทำดีด้วยขนาดนี้ด้วยเล่า" พิมพ์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาเบา ๆ เสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ก็..." กรณ์หยุดเดินชั่วขณะ หันมามองสบตากับเธอใต้แสงไฟริมทางเดินที่สะท้อนหยดน้ำฝนระยิบระยับ "ก็เพราะว่าผม..." เขากลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง ดวงตาคมคายฉายแววความจริงจังที่ทำเอาพิมพ์หายใจสะดุด แต่ก่อนที่ประโยคสำคัญจะหลุดออกจากริมฝีปากของสถาปนิกหนุ่ม โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาขัดจังหวะความโรแมนติกอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าเด่นหรหลา—**"มีน"** พิมพ์ชะงักกึก รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา ความรู้สึกเย็นวาบแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ เธอกัดริมฝีปากแน่น ดึงตัวถอยห่างออกมาจากร่มคันเดียวกันทันทีจนไหล่กระทบละอองฝน "มีสายด่วนสินะคะ... เชิญรับตามสบายเลยค่ะคุณสถาปนิก" พูดจบ พิมพ์ก็หันหลังก้าวหนีเดินลุยน้ำฝนออกไปทันทีโดยไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น ทิ้งให้กรณ์ยืนถือร่มค้างเติ่งอยู่กลางสายฝน พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสั่นเตือนไม่หยุด รี้ดเดอร์คะ... งานนี้มีคนเตรียมตัวโบ้แน่นอนค่ะ! มาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันนะคะ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ยัยพิมพ์กับคุณกรณ์เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%