“ฮัดชิ้ว! ให้ตายสิ… ใครมันแช่งฉันตั้งแต่เช้าเนี่ย”
พิมพ์ตะวันสบถเบาๆ ออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งราดกระดาษทราย พลานยกหลังมือขึ้นขยี้จมูกแดงแจ๋ของตัวเองที่ตอนนี้ตันสนิทจนต้องหายใจทางปากแทน ร่างบางในชุดนอนลายการ์ตูนย้วยๆ ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบอยู่หน้าโซฟาห้องนั่งเล่น สภาพของเธอในตอนนี้บอกเลยว่าคำว่า ‘ยับเยิน’ ยังน้อยไป หัวฟูฟ่อง ตาบวมเป่งจากการนอนซมมาค่อนคืน แถมไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ไหนก็ไม่รู้ถึงได้เล่นงานเธอซะน็อคเอาต์ชนิดที่ลุกจากที่นอนแทบไม่ไหว
เมื่อคืนหลังจากวิ่งลุยสายฝนกลับมาถึงห้องด้วยสภาพลูกตกน้ำ พิมพ์ก็จัดการซดยาพาราไปสองเม็ดแล้วซุกตัวใต้ผ้าห่มโดยไม่คิดจะแตะต้องโทรศัพท์มือถืออีกเลย ผลลัพธ์ก็คือเช้านี้คอพังทลาย เสียงหายไปเกือบหมด และสมองก็ตื้อตันราวกับมีก้อนสำลีอัดอยู่ข้างใน
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเบามือ แต่ทว่ามั่นคง จนคนที่กำลังนั่งห่อไหล่พยายามลากสังขารตัวเองไปหยิบรีโมทแอร์ต้องชะงัก พิมพ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ใครกันที่จะมาหาเธอแต่เช้าตรู่แบบนี้? หรือจะเป็นเจตน์ที่แวะมาDeli-deliveryของกินให้ตามประสาเพื่อนสนิทขี้gossip?
“รู้แล้วค่า… รอแป๊บ…” พิมพ์พยายามตะโกนตอบออกไป แต่สิ่งที่หลุดออกมาจากลำคอมีเพียงเสียงแหบพร่าคล้ายเสียงเป็ดFailingฮีเลียม เธอทำหน้าเหเกด้วยความเจ็บคอ ก่อนจะพยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงเดินเตาะแตะไปที่ประตูหน้าห้อง
บิดลูกบิดแล้วแง้มเปิดออกช้าๆ…
ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น!
พิมพ์กะพริบตาปริบๆ กวาดสายตามองซ้ายมองขวาไปตามทางเดินแคบๆ ของคอนโดมิเนียมที่เงียบสงบ มีเพียงความว่างเปล่าและแสงไฟสีส้มอ่อนของทางเดิน แต่พอด้มมองลงไปที่พื้นตรงหน้าห้อง… สายตาก็ปะทะเข้ากับถุงพลาสติกใส หูหิ้วผูกปมเรียบร้อย วางอยู่บนเก้าอี้พลาสติกขนาดเล็กที่เธอเคยถอดทิ้งไว้ตรงระเบียง
ข้างๆ ถุงนั้น มีกล่องยากลุ่มยาสามัญประจำบ้าน และกระดาษโน้ตโพสต์อิตสีเหลืองนีออนแปะอยู่เด่นชัดด้วยลายมือตัวบรรจงระเบียบเรียบร้อยที่เธอคุ้นเคยจนขึ้นใจ
*‘ดื้อนักนะ ถึงได้ไข้ขึ้นหัวขนาดนี้ กินโจ๊กซะแล้วก็ตามด้วยยาซองสีเขียวกับเม็ดรีรีนสีฟ้า ห้ามดื้อ ห้ามอ้างงานยุ่ง ไม่งั้นฉันจะโทรฟ้องแม่เธอว่าลูกสาวแอบกินกาแฟแทนข้าวเช้า — กรณ์’*
อ่านจบ พิมพ์ก็แค่น้ำตาคลอเบ้า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้ที่ทำให้เธออ่อนแอ หรือเป็นเพราะประโยคขู่แกมบังคับบ้าบอของสถาปนิกหน้าตายคนนั้นกันแน่ที่ทำให้อกข้างซ้ายมันไหววูบแปลกๆ
“ฮึ่ย… ใครใช้ให้มาทำเป็นรู้ดีเล่า ตาบ้าเอ้ย…” เธอพึมพำกับกระดาษโน้ตในมือ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเพราะพิษไข้หรือเพราะความเขินที่พุ่งทะยานจนปรอทแทบแตกกันแน่
แม้ปากจะบ่นอุบอิบแต่สองมือก็รีบคว้าถุงโจ๊กอุ่นๆ เข้ามาในห้องทันที กลิ่นหอมกรุ่นของโจ๊กหมูใส่ไข่ลอยเตะจมูกทันทีที่แกะกล่อง พิมพ์ตักโจ๊กคำแรกเข้าปาก ความอุ่นซ่านแล่นพล่านลงไปถึงลำคอที่แหบแห้ง ช่วยบรรเทาอาการเจ็บแสบลงไปได้ถนัดตา รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ไม่จืดชืดจนเกินไป เหมือนรู้ว่าคนป่วยอย่างเธอกำลังต้องการอะไร
ในขณะที่เธือกำลังก้มหน้าก้มตาเป่าโจ๊กซดอย่างเอร็ดอร่อย เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกก็ดังขึ้นสั่นระรัว
*Ping!*
**Korn.Arch:** *ตื่นหรือยัง หรือต้องให้ไปป้อนยาถึงเตียง*
พิมพ์สำลักโจ๊กเบาๆ รีบคว้าทิชชูมาเช็ดปากแล้วกดเปิดหน้าจอแชตยิกๆ นิ้วเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความหมั่นไส้ปนเขินอาย
**Pim_Tawan:** *ใครใช้ให้มายุ่มย่ามหน้าห้องคนอื่นคะ! แล้วใครบอกว่าฉันป่วยหนักขนาดนั้น แค่คอแห้งนิดหน่อยเองน่า*
**Korn.Arch:** *เสียงแหบเป็นเป็ดปักกิ่งขนาดนั้น ยังมีหน้ามาบอกว่านิดหน่อย? เมื่อคืนตอนเดินตากฝนทำไมไม่เก่งให้มันตลอดรอดฝั่งล่ะครับคุณผู้จัดอีเวนต์*
**Pim_Tawan:** *ก็นายมัน…! นายทำให้ฉันโมโหเองต่างหากเล่า!*
**Korn.Arch:** *หึ… โมโหเรื่องมีนเหรอ?*
พิมพ์ชะงัก นิ้วที่กำลังจะกดพิมพ์ข้อความด่ากลับหยุดค้างกลางอากาศ หัวใจกระตุกวูบไปสามจังหวะเมื่ออีกฝ่ายโยนประเด็นนี้เข้ามาตรงๆ ความระSensingในตัวพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
**Pim_Tawan:** *เปล่าซะหน่อย ใครจะไปสนเรื่องของนายกับเพื่อนร่วมงานสวยๆ คนนั้น!*
**Korn.Arch:** *หึงก็บอกว่าหึงสครับพิมพ์ตะวัน… มีนแค่เอาแปลนงานมาให้ดูตอนฝนตกหนัก กลับรถไม่ได้ก็เลยติดรถมาด้วยแค่นั้น ไม่ได้มีอะไรอย่างที่เธอจินตนาการไปไกลถึงดาวอังคาร*
**Pim_Tawan:** *ใครหึง! บ้าบอ! ชะนีหน้าไหนจะไปหึงสถาปนิกหน้าตายปากเสียอย่างนายกันคะ! ฝันไปเถอะ!*
**Korn.Arch:** *ปากแข็งจริงนะตัวแค่นี้… งั้นถ้าไม่หึง เปิดประตูให้หน่อยสิ*
**Pim_Tawan:** *ห๊ะ? อะไรนะ?*
พิมพ์ขมวดคิ้วยุ่งด้วยความตกใจ รีบเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงห้องนอน หูแว่วเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังมาจากทางระเบียงห้องฝั่งตรงข้ามที่ยื่นออกมาใกล้กัน!
เธอลุกพรวดขึ้นจากโซฟาด้วยความลืมตัว อาการเวียนหัววูบวาบแล่นขึ้นมาทันทีจนต้องเอื้อมมือไปคว้าพนักพิงโซฟาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว แต่สายตากลับจดจ้องไปที่ประตูระเบียงห้องนอนอย่างไม่กะพริบ
และแล้ว… ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
ร่างสูงโปรดิวเซอร์ในเสื้อเชิ้ตพับแขนสีขาวสะอาดตา ยืนกอดอกพิงกรอบประตูกระจกฝั่งระเบียงห้องเธออย่างสบายอารมณ์ มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเลệuที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น สายตาคมกริบคู่นั้นมองทะลุกระจกเข้ามาสบตากับเธอพอดิบพอดี ผ่านแผ่นกระจกใสที่กั้นกลางระหว่างห้องของเขากับเธอ
ในมือถือโทรศัพท์มือถือค้างไว้ หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมข้อความใหม่ที่เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ
**Korn.Arch:** *เปิดประตูหน่อยครับ… คนป่วยดื้อๆ แถวนี้ ฉันเป็นห่วงจนทำงานไม่รู้เรื่องแล้วนะ*
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอมยิ้มไปกับความป่วนชวนฟินของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 15
ไข้หวัดกับความใส่ใจเบอร์แรง
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!