"พิมพ์คะ... รบกวนช่วยดูเรื่องสเปกวัสดุบุผนังของโซนจัดแสดงใหม่อีกรอบได้ไหมคะ พอดีมีนคุยกับพี่กรณ์เมื่อกี้แล้วรู้สึกว่ามันยังไม่ค่อยลงตัวกับคอนเซปต์หลักเท่าไหร่ ถ้าพิมพ์ไม่รีบ เรามานั่งเคลียร์ตรงนี้ร่วมกันเลยดีกว่าเนอะ"
เสียงหวานใสที่เจือความสนิทสนมเกินพิกัดของมีนดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ พร้อมกับท่อนแขนเรียวที่เอื้อมไปแตะศอกของสถาปนิกหนุ่มหน้าตายเบาๆ อย่างเป็นกันเอง ภาพนั้นสะท้อนเข้าตาพิมพ์ตะวันพพอดีเป๊ะในจังหวะที่เธอก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารกองโตในมือ
ให้ตายเถอะ... นี่มันฉากละครหลังข่าวหรือไงคะเนี่ย!
พิมพ์เผลอกำมุมแฟ้มในมือแน่นจนกระดาษด้านในยับยู่ยี่ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาที่ใบหน้าแบบดื้อๆ ทั้งที่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำเฉียบ เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ แต่ดูเหมือนสมองกับร่างกายมันจะไม่ยอมสามัคคีกันเอาเสียเลย
"อ๋อเหรอคะ? พอดีพิมพ์จัดการทุกอย่างตามบรีฟที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่รอบแรกเรียบร้อยแล้วนะคะคุณมีน หรือว่า... ทางทีมดีไซน์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมอ่านรายละเอียดตรงไหนไปหรือเปล่า ถึงได้ต้องมารื้อแก้กันตอนนี้?"
น้ำเสียงที่พยายามดัดให้ราบเรียบกล L ทว่ากลับสั่นน้อยๆ ด้วยความหงุดหงิดหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากบางของพิมพ์ตะวันอย่างห้ามไม่อยู่ เธอจงใจวางแฟ้มกระดาษลงบนโต๊ะประชุมเสียงดัง *ปัง!* จนทุกคนในห้องสะดุ้งหันมามองเป็นตาเดียว
กรณ์ที่นั่งนิ่งเงียบฟังอยู่นานค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสุดเนี้ยบกวาดมองใบหน้าบึ้งตึงของหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ แบบที่เห็นแล้วชวนให้อยากเอาแฟ้มฟาดหน้าเขาสักทีสองที
"พิมพ์..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ "กาแฟแก้วโปรดที่เธอชอบสั่งมาส่งหรือยัง? ดูท่าทางวันนี้เส้นเลือดในสมองเธอน่าจะเต้นตุบๆ เร็วกว่าปกติแล้วนะ"
"นี่คุณกรณ์!" พิมพ์หันขวับไปแว้드ใส่ทันที สติที่เหลืออยู่กระเจิงหายไปในอากาศชั่วพริบตา "พิมพ์ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แล้วก็เลิกพูดจากวนประสาทพิมพ์สักทีได้ไหมคะ! งานก็ท่วมหัวอยู่แล้ว ยังจะมีเวลามานั่งสهيชี้แนะเรื่องสเปกวัสดุอะไรนี่อีก หรือว่าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำแล้วคะ!"
"ฉันแค่บอกว่า..." กรณ์ไหวไหล่เบาๆ ท่าทางกวนโอ๊ยแบบนั้นช่างน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด "งานตรงนี้มีนเขาก แค่ท้วงติงตามมุมมองงานออกแบบ เธอกำลังใช้อารมณ์ตัดสินเกินไปหรือเปล่า พิมพ์ตะวัน"
ประโยคหลังเขาจงใจโน้มตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด พร้อมกับกดเสียงต่ำลงอย่างอ่อนโยน (ในแบบที่เขาใช้ปั่นหัวเธอเล่นเป็นประจำ) ยิ่งทำให้พิมพ์รู้สึกเหมือนมีไอร้อนพุ่งทะลักออกจากหู
มีนที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ข้างๆ ยกมือขึ้นทัดผมทัดหูด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ "เอ่อ... ถ้าพิมพ์ไม่สะดวกตอนนี้ มีนกับพี่กรณ์คุยกัน2คนก่อนก็ได้นะคะ..."
"ไม่ต้องค่ะ!" พิมพ์สวนกลับเสียงดังฟังชัดจนมีนผะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ในฐานะผู้จัดอีเวนต์หลัก งานทุกชิ้นที่ผ่านเข้ามาในโปรเจกต์นี้ ฉันต้องรู้และต้องตัดสินใจร่วมด้วยค่ะ ไม่มีทางที่จะปล่อยให้ใครมาคุยกันลับหลังแล้วเปลี่ยนแผนกระทันหันเด็ดขาด!"
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงทันที เจตน์ที่เพิ่งเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาสอดส่องสถานการณ์หน้าห้องถึงกับรีบถอยกรูด เขาอ้าปากค้างแล้วทำมือไม้เป็นเชิงห้ามปรามเพื่อนสาวตัวดีที่ตอนนี้แปลงร่างเป็นยัยแมวป่าแยกเขี้ยวใส่สถาปนิกหนุ่มไปเรียบร้อยแล้ว
พิมพ์ยืนหายใจฮึดฮัดอกกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์ เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ด้วยความเจ็บใจตัวเองลึกๆ... ทำไมเธอต้องโมโหขนาดนี้ด้วยนะ? ทำไมแค่เห็นมีนเข้าใกล้เขาเพียงนิดเดียว ถึงทำให้ข้างในมันร้อนรุ่มจนแทบจะระเบิดออกมาแบบนี้
กรณ์มองท่าทางพะวงพะوงและดวงตากลมโตที่เริ่มคลอหน่วยด้วยความอัดอั้นของหญิงสาว แววตานิ่งสนิทเมื่อครู่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนขึ้นทีละน้อย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอโดยมีโต๊ะประชุมกั้นกลางเพียงเล็กน้อย
"หึงเหรอครับ?"
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่ม ทำให้โลกทั้งใบของพิมพ์ตะวันหยุดหมุนไปดื้อๆ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยแดงเพราะความโกรธเมื่อครู่ ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู สมองของเธอขาวโพลนไปหมด คำแก้ตัวร้อยแปดพันประการที่เตรียมไว้หายวับไปกับตา
พิมพ์อ้าปากพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็เถียงไม่ออก ได้แต่ยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์อยู่ตรงนั้น
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตในสมาร์ทโฟนส่วนตัวของพิมพ์ก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* พร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมากลางความเงียบงัน
กรณ์ก้มมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะสลับกับหน้าจอของพิมพ์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตในมือมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับข้อความแชตที่ถูกส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ จากเบอร์แปลกที่เพิ่งแอดเข้ามาใหม่
*[เบอร์ปริศนา]: พิมพ์... ถ้าเธอเลิกกับไอ้สถาปนิกหน้าตายคนนั้นเมื่อไหร่ กลับมาคุยกับพี่ได้ไหมครับ พี่on the way ไปหาเธอที่ออฟฟิศแล้วนะ*
พิมพ์หน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับกรณ์ที่ตอนนี้หรี่ตามองเธอนิ่ง รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขายิ่งกว่าแอร์ในห้องประชุมเสียอีก!
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามความวุ่นวายของยัยปากแจ๋วกับสถาปนิกขี้หึงมาจนถึงตอนนี้ ด้วยรักและอินจัดนะคะ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 12
คลื่นใต้น้ำในที่ทำงาน
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!