"ถ้ายังไม่อยากกลับ... อยู่คุยเป็นเพื่อนผมก่อนสิ พิมพ์"
ประโยคสั้นๆ นั้นลอยคว้างอยู่ในอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานใหญ่ที่ถูกย้อมด้วยแสงสว่างสีส้มอ่อนจากหลอดไฟดาวน์ไลท์ พิมพ์ตะวันรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองสะดุดกึกไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเต้นรัวแรงจนน่ารำคาญ มือเล็กที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบกระเป๋าผ้าแคนvasชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตากลมโตตวัดมองสถาปนิกหนุ่มหน้าตายที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยสายตาคาดโทษ
ให้ตายสิ... นายกรณ์นี่มันร้ายกาจเป็นบ้า!
เวลาปกติก็ทำหน้าเป็นหินทื่อไร้อารมณ์ใส่เธอสารพัด พอถึงเวลาแบบนี้กลับใช้สายตาคมกริบมองมานิ่งๆ พร้อมกับคำพูดที่ทำเอาคนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง พิมพ์เม้มริมฝีปากแน่นพยายามดึงความมั่นใจและสติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับคืนมา
"พูดบ้าอะไรของนายคะคุณกรณ์ งานอีเวนต์ฉันจะเริ่มพรุ่งนี้มะรืนนี้แล้วนะ มีเรื่องให้เคลียร์อีกเป็นล้านแปด ฉันจะมานั่งเล่นเป็นเพื่อนผู้ชายหน้ามึนแถวนี้ไม่ได้หรอกค่ะ" พิมพ์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามทำเสียงให้ห้วนที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความวูบโหวงแปลกๆ ในอก
กรณ์ไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มแบบที่พิมพ์ลงความเห็นในใจเลยว่า 'น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก'
"ก็ไม่ได้บอกให้นั่งเล่นนี่ครับ" กรณ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เผลอๆ จนพิมพ์ต้องขยับถอยหลังโดยอัตโนมัติ "ผมหมายถึง... มาช่วยกันดูแบบแปลนเวทีส่วนที่เหลือต่างหาก หรือว่ากลัวว่าถ้าอยู่กับผมสองต่อสองแล้วจะ... เผลอใจไหวหวั่นเข้าล่ะครับ"
"ย่ะ! หลงตัวเองขั้นสุด!" พิมพ์แหวใส่ทันควัน ใบหน้านวลขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองระคนเขิน "ใครเขาจะไปไหวหวั่นกับคนหน้าตายอย่างนายกัน ฝันไปเถอะค่ะ!"
ปึง!
เสียงประตูกระจกด้านนอกปิดกระแทกดังสนั่น พร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านนอกที่ดัง *คลิก* ชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ทำให้บทสนทนาปะทะคารมของคนทั้งคู่ต้องหยุดชะงักลงทันที
พิมพ์ขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองที่ประตูห้องเก็บของและห้องทำงานย่อยที่เชื่อมต่อกันทันที สมองอัจฉริยะของผู้จัดอีเวนต์สาวประมวลผลอย่างรวดเร็ว—นี่มันไม่ใช่เสียงลมพัดแน่นอน!
"เจตน์!" พิมพ์ตะโกนเรียกชื่อเพื่อนสนิทสุดแสบเสียงดังลั่น พร้อมกับพุ่งตัวไปที่ประตูแล้วกระชากลูกบิดแรงๆ แต่มันกลับแน่นิ่งสนิท ไม่ว่าจะออกแรงบิดสักแค่ไหนก็ตาม "ไอ้เจตน์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย แกขังฉันไว้ทำไมเนี่ย!"
เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ลอดมาจากหน้าประตู พร้อมกับเสียงแว้Yใสๆ ของเจตน์ที่ตะโกนตอบกลับเข้ามาแบบไม่สะทกสะท้าน
*(เสียงจากนอกห้อง)*: "โทษทีนะมึง พอดีกูรีบไปกินชาบู ร้านจะปิดรับคิวแล้ว! แล้วก็... กูหวاركดีหรอกนะ เห็นพวกมึงซึนใส่กันมาหลายตอนละ อยู่เคลียร์ใจกันในนั้นให้รู้เรื่องไปเลยนะจ๊ะ บายยย!"
"ไอ้เจตน์! ไอ้เพื่อนทรยศ! กลับมาก่อนนะเว้ย!" พิมพ์ทุบประตูปึ้งๆ อย่างหัวเสีย ใบหน้าสวยงอหงิกด้วยความโมโหจนแก้มป่อง "แกคิดเหรอว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะติดกับน่ะ เปิดเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ไร้เสียงตอบรับจากเจตน์ มีเพียงเสียงฝีมือวิ่งตึงตักห่างออกไปจนกระทั่งเงียบสนิท
พิมพ์ยืนค้างอยู่หน้าประตู ลมหายใจเข้าออกแรงขึ้นด้วยความหงุดหงิด เธอหันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ยืนพิงตู้เอกสาร เอาสองมือล้วงกระเป๋า กางเกงสแล็คสีเข้มรับกับเสื้อเชิ้ตพับแขนดูดีอย่างไร้ที่ติ แถมเจ้าตัวยังทำหน้าลอยชายราวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเรื่องตลกขบขันเสียเต็มประดา
"มองอะไรเล่า!" พิมพ์แหวใส่ทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของเขา "นายรู้เห็นเป็นใจกับไอ้เจตน์ใช่ไหมเนี่ย ห๊ะ?"
"ผมจะไปรู้เรื่องได้ยังไงล่ะครับ" กรณ์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่กว้างไหวเบาๆ อย่างไม่ยี่หี้ "แต่... ในเมื่อสถานการณ์มันพามาขนาดนี้แล้ว เราคงต้องอยู่ในนี้ด้วยกันยาวๆ จนกว่ารุ่งเช้าโน่นแหละครับ เพราะเจตน์มันพกกุญแจสำรองไปทุกลูกด้วย"
"หา?! ว่าไงนะ!" พิมพ์เบิกตากว้างจนแทบถลน เดินดุ่มๆ เข้าไปประชิดตัวเขาด้วยความลืมตัว นิ้วเรียวชี้หน้าสถาปนิกหนุ่ม "นายจะบอกว่าเราต้องติดอยู่ในห้องเก็บของแคบๆ นี่ถึงเช้าเลยเหรอ ไม่มีทาง! มือถือฉันล่ะ... แบตต้องไม่หมดสิ..."
พิมพ์รีบคว(an) ควานหากระเป๋าถือเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กสัญญาณ แต่ทว่า—
หน้าจอดำสนิท!
"ฉิบหาย..." พิมพ์สบถออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ "แบตหมดเกลี้ยงเลยบ้าจริง! ทำไมซวยแบบนี้เนี่ย!"
กรณ์มองท่าทางลนลานของหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ความเอ็นดูฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คม เขาขยับตัวเข้าใกล้พิมพ์อีกนิดจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษและกาแฟคั่วอ่อนๆ ลอยแตะจมูกจนพิมพ์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"มือถือผม... ก็แบตหมดเหมือนกันครับ" กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลผิดจากปกติ
"โกหกน่า..." พิมพ์เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา "คนอย่างคุณเนี่ยนะแบตหมด ง่ายเกินไปแล้วมั้ง!"
"ไม่เชื่อก็ลองค้นดูสิครับ" กรณ์ยื่นมือทั้งสองข้างออกด้านข้าง เป็นเชิงอนุญาตให้เธอตรวจค้นได้ตามใจชอบ
ดวงตากลมโตช้อนมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แสงไฟสลัวในห้องเก็บของสาดส่องลงมาทำให้สันจاوโด่งเป็นคมและขนต้างอนยาวของเขายิ่งดูโดดเด่น หัวใจเจ้ากรรมของพิมพ์เริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง เธอรีบเบนสายตาหนีไปมองที่อื่นแก้เขิน พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
"ใครจะไปบ้าค้นตัวนายกันเล่า..." พิมพ์พึมพำเสียงเบา ความดุร้ายเกรี้ยวกราดเมื่อครู่วิเหงหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความประหม่าที่เกาะกุมหัวใจ
กรณ์หรี่ตามองอาการฟอร์มจัดของคนตรงหน้าแล้วลอบยิ้มในใจ ผู้หญิงอะไร... ปากเก่งซะไม่มี แต่เวลาเขินกลับน่ารักจนแทบจะทนไม่ไหว
บรรยากาศในห้องเก็บของที่เคยอึดอัด กลับอบอวลไปด้วยความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงหัวใจเต้นโครมคราม พิมพ์ถอยหลังไปจนชนเข้ากับชั้นวางโมเดลจำลองโปรเจกต์ จนร่างบางเซเล็กน้อย กรณ์ไวกว่า เขายื่นมือหนามาคว้าเอวบางไว้ด้วยสัญชาตญาณ ดึงเธอเข้ามาประชิดตัวเพื่อไม่ให้ล้มลง
สัมผัสผ่านเนื้อผ้าทำให้พิมพ์สะดุ้งสุดตัว มือเล็กวางแปะลงบนอกแกร่งโดยอัตโนมัติ สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่รัวเร็วดังไม่แพ้กัน ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางความใกล้ชิดที่อันตรายเกินกว่าจะควบคุม
"ปล่อยเลยนะ..." พิมพ์กระซิบเสียงสั่น เปลือกตากระพริบปริบๆ หลบสายตาคมกริบที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย
"ถ้าผมไม่ปล่อยล่ะครับ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ใบหู จนพิมพ์รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว "พิมพ์... รู้ไหมว่าผมรอนานแค่ไหน กว่าจะได้อยู่ใกล้คุณแบบนี้สองต่อสอง"
คำพูดกำกวมกับแววตาจริงจังที่ไร้รอยล้อเล่น ทำเอาพิมพ์สมองตื้อตันไปหมด เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับตามสัญชาตญาณป้อง Wกันตัว แต่ทว่า กรณ์กลับขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ริมฝีปากของเธอ
ความเงียบงันรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ พิมพ์หลับตาปี๋ด้วยความทำอะไรไม่ถูก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ขณะที่ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่ลมกั้นกลางเท่านั้น...
*(CLIFFHANGER HOOK)*
ก่อนที่ริมฝีปากของสถาปนิกหนุ่มจะแนบชิดลงมา เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตปริศนาก็ดังขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานด้านนอก—และหน้าจอโทรศัพท์นั้นก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากบัญชีไลน์ของ "มีน" ที่ส่งรูปถ่ายคู่กับกรณ์เมื่อปีก่อน พร้อมแคปชันเด็ดที่ทำเอาพิมพ์ลืมตาโพรงด้วยความตกใจ: *"พี่กรณ์คะ... เรื่องที่เราคุยกันเมื่อคืน, พิมพ์เขายังไม่รู้ใช่ไหมคะว่าเราสองคนเคย..."*
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ รี้ดที่รักของพีชชี่! ❤️✨
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 8
แผนซ้อนแผนของเจตน์
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!