สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 10

รุ่งอรุณแห่งความเข้าใจ

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือของกรณ์สั่นเตือนรัวจนแทบจะหลุดรอดจากอุ้งมือหนา ข้อความจากเจตน์ที่เด้งขึ้นมาพร้อมพิกัดและคำเตือนปริศนาทำเอาบรรยากาศเงียบสงบในห้องเก็บของเก่าของตึกนิทรรศการพลلนเย็นเยียบลงถนัดตา "พี่กรณ์! รีบพาพิมพ์หนีออกจากตึกด่วน ตอนนี้... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนเก่าของพิมพ์กำลังเดินตรงไปที่ห้องเก็บของแล้วครับ!" ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่คิ้วหนาจะขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบและมักจะควบคุมสถานการณ์ได้ทุกอย่างในชีวิต กลับรู้สึกเหมือนมีก้อนสะเก็ดไฟร้อนๆ มาจุกอยู่ที่อก *แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนเก่า?* ในสมองของกรณ์ประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงบรรดาหนุ่มๆ ในอดีตของยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋วที่ชอบโผล่มาสร้างความปวดหัวให้เธออยู่เรื่อย ไม่ว่าจะเป็นแฟนเก่าเจ้าชู้ หรือพวกตามตื๊อไม่เลิกราที่พิมพ์เคยบ่นให้ฟังด้วยท่าทีหัวเสีย "ยืนทำหน้ายักษ์อะไรอยู่ตรงนั้นคะคุณสถาปนิก หน้าบึ้งขนาดนั้น ระวังตีนกาขึ้นรอบตาไม่รู้ด้วยนะ" เสียงใสๆ ที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นทำลายความคิดของเขา พิมพ์ตะวันกำลังก้มหน้าก้มตาเช็คตารางงานในแท็บเล็ตในมือ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าภัยกำลังจะมาเยือนถึงหน้าประตูลอยต่อ กรณ์ไม่ได้ตอบคำถามกวนประสาทนั้น ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวหญิงสาวที่สูงไม่ถึงไหล่ของเขาด้วยความรวดเร็ว จนพิมพ์ต้องอุทานออกมาเบาๆ พร้อมกับถอยหลังกรูดไปชนกับชั้นวางลังกระดาษ "เฮ้ย! จะทำอะไรเนี่ย อยู่ๆ ก็เดินเข้ามาใกล้เป็นหมีควายไปได้ ถอยไปเลยนะ!" พิมพ์โวยวายพร้อมกับใช้มือผลักอกแกร่งเบาๆ ตามสัญชาตญาณความระแวง แต่กรณ์กลับไม่สะทกสะท้าน มือหนาเอื้อมผ่านตัวเธอไปคว้ากลอนประตูล็อกห้องเก็บของให้แน่นหนาสนิท ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่จริงจังจนน่าตกใจ "เงียบก่อน แล้วฟังนะพิมพ์" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้พูดจากวนประสาท บัดนี้กลับราบเรียบและจริงจังจนพิมพ์ชะงัก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด "อะไรของคุณ อยู่ๆ ก็ทำหน้าเครียด... เกิดอะไรขึ้น หรือว่าแบบแปลนมีปัญหา?" "ไม่ใช่เรื่องงาน" กรณ์ตอบสั้นๆ ขณะที่หูผึ่งคอยฟังเสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากทางเดินด้านนอก ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ตะโกนเรียกชื่อผู้จัดอีเวนต์สาวเสียงดังลั่นจนทะลุกรอบประตูเข้ามา "พิมพ์! พี่รู้ว่าเธออยู่ในนั้น เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง!" ร่างบางของพิมพ์สะดุ้งสุดตัว สีหน้าที่เคยสดใสและมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่ซีดเผือดลงทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัวริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนแทบจะไม่มีสีเลือด "นะ... นั่นมันเสียง..." พิมพ์พึมพำออกมาเสียงสั่น มือเล็กๆ เผลอเอื้อมไปควายชายเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของสถาปนิกหนุ่มไว้โดยอัตโนมัติราวกับเด็กน้อยที่กำลังหาที่พึ่งยามเจอผี กรณ์ก้มมองมือเรียวที่กำเสื้อของเขาแน่นจนข้อ นิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรงไม่ใช่กับตัวพิมพ์ แต่เป็นไอ้เวรที่ยืนอยู่หลังประตูนั่นต่างหาก "แฟนเก่าเธอกราบกรานตามตื๊อไม่เลิกแบบนี้ทุกรายเลยหรือไง" กรณ์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ความหึงหวงที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากน้ำเสียงและแววตา "ไม่ใช่เวลามาประชดนะ!" พิมพ์หันมาแว้ดใส่เบาๆ ทั้งที่ตัวยังสั่นระเทือนด้วยความตกใจและฝันร้ายเก่าๆ ที่ตามมาหลอกหลอน "เขาไม่ใช่แฟนเก่าธรรมดา... เขาเป็นพวกโรคจิตที่ชอบคุกคามตอนที่ฉันจัดอีเวนต์ครั้งก่อน เจตน์เคยเตือนฉันแล้วแต่ไม่คิดว่าจะตามมาถึงที่นี่..." เสียงเคาะที่ประตูดังขึ้นรัวและแรงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายที่เริ่มหยาบคายมากขึ้น "พิมพ์! อย่ามาทำเป็นเงียบ เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้ารู้ว่าเธอแอบมาอยู่กับไอ้หน้าจืดที่ไหนในนี้ ฉันไม่เอาเธอไว้แน่!" บรรยากาศในห้องเก็บของแคบๆ อบอวลไปด้วยความตึงเครียด กรณ์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Muscle นูนเด่น เขาไม่ได้กลัวไอ้สารเลวข้างนอกนั่นเลยสักนิด แต่สิ่งที่ทำให้เขาเป็นห่วงจนแทบคลั่งคือความกลัวที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของหญิงสาวตรงหน้า พิมพ์ตะวันผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยกลัวใครหน้าไหน กลับกำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างๆ เขาในตอนนี้ ภาพของยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋วที่ชอบเถียงเขาฉอดๆ ลอยเข้ามาซ้อนทับกับภาพเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังไร้ทางสู้ในความทรงจำสีเทาของกรณ์ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ลึกก้นบึ้งของหัวใจเริ่มสั่นคลอน ประตูหัวใจที่เขาปิดตายมานานหลายปี ค่อยๆ ถูกเคาะเรียกจากความรู้สึกปกป้องที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "กลัวเหรอ?" กรณ์เอ่ยถามเสียงนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นวางทาบลงบนกลุ่มผมนุ่มของเธอเบาๆ ออกแรงโยกเบาๆ อย่างปลอบโยน เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออกมา พิมพ์เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำใสๆ เธอลืมที่จะเถียง ลืมที่จะฟอร์มจัดใส่เขาเหมือนทุกที มีเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นพล่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวยะเยือกของสถานการณ์ "ฉัน... ฉันเกลียดมัน..." พิมพ์เสียงสั่น เผลอซบหน้าผากลงกับอกแกร่งของสถาปนิกหนุ่มอย่างลืมตัว ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาช่วยดึงสติเธอให้กลับมาทีละน้อย กรณ์สะดุ้งเล็กน้อยกับความแนบชิดนั้น หัวใจดวงโตเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก แต่วินาทีนี้ไม่มีที่ว่างให้ความเขินอาย มือหนาโอบรอบไหล่บางของเธอเข้ามาซบแนบอกอย่างปกป้อง พร้อมกับมืออีกข้างที่หยิบสมองกลขึ้นมาพิมพ์ข้อความหาเจตน์อย่างรวดเร็ว *[กรณ์]: มาถึงไหนแล้ว? พา รปภ. มาด้วยด่วน ไอ้สารเลวนั่นมันอาละวาดหน้าห้องเก็บของแล้ว* *[เจตน์]: กำลังวิ่งขึ้นไปครับพี่! อีกสองนาทีถึง! จัดการมันให้ผมด้วยนะครับพี่กรณ์!* กรณ์เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก้มลงมองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้เงียบเสียงลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่บริเวณอกของเขา ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อย... จากความรำคาญ กลายเป็นการหยอกล้อ จากความคุ้นเคย กลายเป็นการห่วงหา และในนาทีนี้ มันได้แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป "ไม่ต้องกลัว..." กรณ์กระซิบชิดกลุ่มผมหอมกรุ่น น้ำเสียงทุ้มต่ำหนักแน่นและอบอุ่นจนทำให้พิมพ์รู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างประหลาด "มีฉันอยู่ตรงนี้... มันไม่มีทางแตะต้องเธอได้แม้แต่ปลายนิ้วเดียว" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นทีละนิด... *ปัง!* เสียงถีบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก พร้อมกับกลอนประตูที่เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการพังเข้ามาของผู้ไม่ได้รับเชิญ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "พีชชี่เบอร์รี่" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%