“คุณกำลังทำลายมันอยู่ ธันวา... ไม่ใช่ภาพวาดหรอก แต่เป็นสติสัมปชัญญะของตัวคุณเอง”
เสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของชายหนุ่ม กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เขาชอบใช้ อบอวลอยู่ในอากาศจนน่าอึดอัด เธอวางพู่กันในมือลงบนจานสีอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนโยน บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชาที่สะท้อนเงาของความแตกสลายในแววตาของอดีตสามี
ธันวายืนตัวแข็งทื่อ มือที่วางอยู่บนขอบโต๊ะทำงานสั่นระริก สายตาของเขาจับจ้องไปยังภาพวาดผืนใหม่บนขาตั้ง—ภาพวาดที่ดูเหมือนภาพทิวทัศน์แสนธรรมดา แต่หากมองให้ลึกกลับเต็มไปด้วยรอยฝีแปรงที่บิดเบี้ยวและซ้อนทับกันราวกับเสียงกรีดร้องที่ถูกขังไว้ใต้สีขาวโพลน
“ผมแค่... อยากให้คุณวาดมันเหมือนเดิม” ธันวาเอ่ยเสียงเครือ ความมั่นใจที่เคยมีในฐานะนักสะสมศิลปะผู้ทรงอิทธิพลบัดนี้มลายหายไปสิ้น “เหมือนตอนที่เรา... ตอนที่ทุกอย่างยังปกติ”
รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ปกติงั้นหรือคะ? คุณจำนิยามคำว่า ‘ปกติ’ ของคุณได้แม่นยำเหลือเกินนะคะธันวา แต่ก็นั่นแหละ คุณมักจะจำสิ่งที่อยากจำ และลืมสิ่งที่ควรจะจำไปจนหมดสิ้น”
เธอเดินเข้าไปใกล้เขา กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวชวนให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความทรงจำที่เขาพยายามหนี เธอใช้ปลายนิ้วไล้ผ่านปกเสื้อสูทของเขาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดลงที่หน้าอกซ้าย ที่ซึ่งหัวใจของเขากำลังเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินไม่หยุดหย่อน
“คุณรู้ไหมว่าทำไมศิลปะถึงงดงาม?” เธอถามพลางเอียงคอเล็กน้อย แววตาของเธอว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง “ไม่ใช่เพราะมันสวยงามหรอกค่ะ แต่มันคือการทรมาน... การทรมานที่จะบอกความจริงผ่านความลวง คุณน่ะถูกพิษของมันเล่นงานเข้าให้แล้ว ธันวา”
ธันวาคว้าข้อมือของเธอไว้ สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความโหยหาและความเจ็บปวด “ริน... บอกผมมาเถอะว่าต้องทำยังไง คุณถึงจะหยุดทำแบบนี้ หยุดมองผมเหมือนเป็นคนแปลกหน้า... หยุดทำเหมือนว่าผมไม่มีค่าอะไรเลย”
“การที่คุณรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า นั่นแหละค่ะคืองานศิลปะชิ้นเอกที่ฉันบรรจงสร้างขึ้นมาเพื่อคุณ” รินรดาชักมือกลับอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เธอเดินเลี่ยงไปที่โต๊ะทำงานของเขา นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำที่วางอยู่อย่างท้าทาย “คุณกลัวอะไรคะ? กลัวว่าความลับที่ซ่อนอยู่ในนี้ จะทำให้ภาพลักษณ์ ‘นักสะสมผู้สูงส่ง’ ของคุณต้องมัวหมองงั้นหรือ?”
ธันวาหน้าถอดสี เขาพยายามเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มนั้น แต่รินรดาไวกว่า เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ใต้กองกระดาษขึ้นมา ก่อนจะจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกเชือดเฉือนอย่างช้าๆ
“ฉันเคยถามคุณว่า ในวันที่ฉันหายไป คุณได้ตามหาฉันจริงๆ หรือแค่ปล่อยให้ฉันกลายเป็นเพียงรอยด่างพร้อยในประวัติชีวิตที่สมบูรณ์แบบของคุณกันแน่” รินรดาเปิดซองเอกสารออกช้าๆ เผยให้เห็นกระดาษผลตรวจสุขภาพบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันยังคงมีอยู่บนโลกใบนี้ “คุณคิดว่าความเจ็บปวดในอดีตมันลบเลือนได้ด้วยการซื้อภาพวาดราคาแพงมาประดับฝาผนังงั้นเหรอคะ?”
ธันวาหอบหายใจถี่ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังกระดาษในมือของหญิงสาวที่เขาเคยรักสุดหัวใจ ทว่าวันนี้เธอกลับกลายเป็นปีศาจในคราบจิตรกรที่กำลังต้อนเขาจนมุม
“ริน... วางมันลงซะ ผมขอร้อง”
“ขอร้องเหรอคะ?” รินรดายิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “คำนี้ช่างฟังดูแปลกหูจังเลยนะคะ สำหรับคนที่เคยบอกว่า ‘ริน เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากผมทั้งนั้น’ ในวันที่ฉันขอร้องให้คุณมองเห็นฉันแค่สักครั้ง”
เธอก้าวถอยหลังไปทางประตู แสงไฟในห้องทำงานดูสลัวลงถนัดตา เธอโยนซองเอกสารลงบนพื้นท่ามกลางความสับสนของเขา ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ธันวายืนนิ่งอยู่กับความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นรอบกาย
ธันวารีบก้มลงหยิบเอกสารขึ้นมา มือของเขาสั่นจนแทบจะควบคุมไม่ได้ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เพียงรายงานอาการป่วยที่เขาสั่งให้ลูกน้องปกปิดไว้เพื่อแลกกับการหย่าร้างที่ราบรื่น แต่สิ่งที่แทรกอยู่ใต้กระดาษนั้น—ภาพถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกถ่ายเมื่อสัปดาห์ก่อน—ภาพถ่ายของเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตาคมกริบเหมือนของเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืนหัวเราะร่าอยู่กับรินรดาที่สวนสาธารณะท้ายเมือง
หัวใจของธันวากระตุกวูบ ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มทลายลงตรงหน้าทำให้เขาทรุดเข่าลงกับพื้น เอกสารในมือร่วงหล่นลงมาทับถมกัน ความจริงที่เขาพยายามฝังกลบด้วยเงินทองและอำนาจ บัดนี้มันได้ย้อนกลับมาทวงถามเขาในรูปแบบที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงได้รับ
“นี่มัน... หมายความว่ายังไง...” เขาพึมพำกับความว่างเปล่า ขณะที่เสียงฝีเท้าของรินรดาค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมกับเสียงประตูปิดลงอย่างช้าๆ ราวกับเป็นการตัดสินโทษประหารชีวิตให้แก่เขาตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามบทเรียนแห่งความแค้นนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ ขอให้ทุกท่านเตรียมหัวใจให้พร้อมสำหรับบทถัดไปค่ะ ด้วยรักและกระจกเงาต้องสาปค่ะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง•ตอนที่ 21
ศิลปะของการทรมาน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!