กลิ่นอายความอับชื้นของคราบน้ำตาและกลิ่นกระดาษโบราณในห้องทำงานส่วนตัวของธันวายังคงลอยอบอวล บาดลึกเสียจนคนรับใช้สูงวัยอย่างป้าสายหยุดต้องลอบถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยของวัน
ไม้เท้าหัวเสือทองเหลืองที่ร่วงหล่นบนพื้นพรมเมื่อคืน ยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ตรงมุมโต๊ะทำงาน เช่นเดียวกับเจ้าของห้องที่บัดนี้ทรุดกายพิงผนังห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาคมกริบที่เคยตวัดมองโลกด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้แดงก่ำ ไร้ประกาย และเต็มไปด้วยร่องรอยของความแตกสลายที่ไม่มีวันประกอบกลับคืนได้ รินรดาเดินจากไปแล้ว... ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กัดกินขั้วหัวใจของคนที่เพิ่งตาสว่างในวันที่สายเกินไป
"คุณธันวาคะ ดิฉัน... นำชาสมุนไพรมาเปลี่ยนให้ค่ะ"
เสียงแหบพร่าแต่นุ่มนวลของป้าสายหยุดดังขึ้น พร้อมกับถาดกระเบื้องเคลือบในมือ หญิงสูงวัยผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวในบ้านหลังนี้มานานกว่าสามสิบปี มองร่างที่แทบไม่เหลือเค้าโครงความน่าเกรงขามของเจ้านายหนุ่มด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันมีความสงสารระคนสมเพช และเหนือสิ่งอื่นใด... มีร่องรอยของการตัดสินใจบางอย่างที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ริมฝีปากแห้งผากขยับยากเย็น "สายหยุด... เธอเกลียดผมไหม"
คำถามนั้นเปราะบางและน่าสมเพชเสียจนป้าสายหยุดชะงัก นางวางถาดลงบนโต๊ะ ก่อนจะประสานมือไว้ที่หน้าท้อง ก้มหน้าลงเล็กน้อยตามมารยาท แต่คำตอบที่หลุดจากริมฝีปากกลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม
"ความเกลียดชังจากคนแก่คนนี้ คงไม่มีค่าอะไรหรอกค่ะคุณธันวา... เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่การที่คนเราเกลียดคุณ แต่เป็นการที่พวกเขารู้สึก 'ว่างเปล่า' จนไม่เหลือแม้แต่ความรู้สึกใดๆ จะมอบให้ต่างหาก" ป้าสายหยุดเว้นจังหวะ ปรายตามองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะที่เปิดค้างไว้ หน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยตัวเลขและสัญญาลับที่ธันวาเคยใช้บีบคั้นรินรดาในอดีต "เหมือนที่คุณเคยทำกับคุณรินรดา... ในวันที่เธอยังอยู่ตรงนี้"
ธันวาหลับตาลงราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง เขาไม่อาจแก้ตัวใดๆ ได้อีก เพราะทุกคำพูดของหญิงสูงวัยตรงหน้าคือความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
แต่ท่าทีของป้าสายหยุดในวันนี้... กลับแปลกไปจากทุกที
ปกติแล้ว แม่บ้านเก่าแก่คนนี้จะก้มหน้าก้มตาทำงานตามหน้าที่ ไม่เคยเอ่ยปากสั่งสอนหรือก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเจ้านายถึงเพียงนี้ แต่วันนี้ แววตาของป้าสายหยุดกลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยามเมื่อนางกวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานที่เคยหรูหรา แต่วันนี้กลับดูราวกับกรงขังนักโทษประหาร
"คุณสายหยุด..." ธันวาขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก มือหนาเกาะขอบโต๊ะไว้แน่น "ผมรู้ว่าผมมันเลวทรามแค่ไหน... แต่ผมขอร้อง คุณเคยเห็นรินรดาในวันที่เธอแตกสลายที่สุดไม่ใช่เหรอ ช่วยบอกผมที... ว่าผมจะทำอย่างไรให้เธอกลับมามองผมด้วยสายตาแบบเดิมได้อีกครั้ง แม้จะเป็นแค่เสี้ยวเดียวก็ตาม"
ป้าสายหยุดเงียบไปครู่ใหญ่ นางมองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังคุกเข่าทางจิตวิญญาณต่อหน้าคนรับใช้ ความรู้สึกสะใจลึกๆ วาบขึ้นในอก ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเวทนาอันน่าสมเพช
"สายตาแบบเดิมเหรอคะ?" ป้าสายหยุดแค่นسหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่เยียบเย็นจนธันวาต้องขนลุก "คุณธันวาคะ... คนเราถ้าตายไปแล้วฟื้นคืนชีพไม่ได้ฉันใด ความรักที่ถูกคุณเหยียบย่ำจนตายคาเท้า ก็ไม่มีวันฟื้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ฉันนั้นค่ะ ดิฉันดูแลคุณมาตั้งแต่แบเบาะ ดิฉันรู้ว่าคุณเป็นคนเย่อหยิ่งและไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แต่ครั้งนี้... คุณกำลังเรียกร้องในสิ่งที่แม้แต่เงินทองทั้งหมดที่คุณมี ก็ซื้อกลับมาไม่ได้"
นางเว้นวรรค ปรายตามองธันวาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—แววตาที่ไม่ได้มองเขาเป็น "เจ้านาย" อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นมอง "นักโทษ" ที่รอวันรับทัณฑ์ทรมาน
"และต่อให้ดิฉันจะเคยสงสารคุณ... แต่สิ่งที่ดิฉันเห็นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่คุณพาคุณรินรดาเข้ามาอยู่ในกรงขังแห่งนี้ จนถึงวันที่เธอสูญเสียทุกสิ่งแม้กระทั่งความทรงจำบางส่วน... มันทำให้ดิฉันตาสว่างค่ะ" ป้าสายหยุดก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ลดเสียงลงกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน "บ้านหลังนี้... ไม่ใช่บ้านของคุณอีกต่อไปแล้วค่ะคุณธันวา มันคือหลุมศพที่คุณขุดไว้ฝังตัวเอง"
ธันวาชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ "สายหยุด... เธอหมายความว่ายังไง"
"หมายความว่า..." ป้าสายหยุดเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาไร้ความกลัวใดๆ ทั้งสิ้น "คนที่คุณควรจะขอร้อง ไม่ใช่ดิฉันหรอกค่ะ... แต่คือคนที่คุณกำลังพยายามทำลายเขามาตลอดต่างหาก และถ้าคุณคิดว่าคุณจะใช้เงินปิดปาก หรือใช้ อำนาจขู่เข็ญใครในบ้านหลังนี้ได้อีกเหมือนอดีต... คุณคิดผิดถนัดค่ะ เพราะแม้แต่คนสวน คนขับรถ หรือแม่บ้านทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้... บัดนี้เขาก็ไม่ได้อยู่ข้างคุณอีกต่อไปแล้ว"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คนเก่าคนแก่ที่เขาไว้ใจ คนรับใช้ที่กินนอนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน... กำลังหันหลังให้เขาอย่างพร้อมเพรียงกันอย่างนั้นหรือ?
"เธอ... เธอหมายความว่ารินรดา..." ธันวาละล่ำละลัก เสียงสั่นพร่า
"ใช่ค่ะ" ป้าสายหยุดตอบรับอย่างไม่เกรงกลัว "คุณรินรดาไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว เธอฉลาดกว่าที่คุณคิด และเธอก็ไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่คุณเข้าใจ... การที่เธอเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปเมื่อคืน ไม่ใช่การหนีค่ะคุณธันวา แต่มันคือการ 'ประกาศสงคราม' และคุณนั่นแหละ... ที่กำลังจะพ่ายแพ้ราบคาบแม้แต่เงาของตัวเอง"
นางโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างให้เกียรติเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังให้ พร้อมกับเอ่ยประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายไว้กลางอากาศ ราวกับเสียงกระซิบจากยมบาล
"เตรียมตัวรับผลกรรมที่คุณเป็นคนก่อขึ้นด้วยตัวเองเถอะค่ะ... เพราะความลับที่คุณพยายามซ่อนไว้ใต้พรมมาตลอดหลายปี กำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาตีแผ่ต่อหน้าทุกคนในเร็วๆ นี้แล้ว"
เสียงประตูปิดลงเบาๆ ทว่าดังกึกก้องในโสตประสาทของธันวา ราวกับเสียงระฆังแห่งความตายที่เคาะเตือนเวลาหมดลง
ธันวายืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้น ลมหายใจติดขัด สมองตื้อชาไปหมด เขารู้ดีว่าเขาสูญเสียภรรยาไปแล้ว เขารู้ดีว่าเขาคือคนบาปที่สมควรถูกลงทัณฑ์ แต่การสูญเสียการควบคุมแม้กระทั่งคนรับใช้ในบ้าน มันหมายความว่าอำนาจทั้งหมดที่เขาสั่งสมมา กำลังพังทลายลงจากภายใน!
เขารีบพุ่งเข้าไปที่โต๊ะทำงาน มือสั่นเทาเปิดลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นไม้ เพื่อจะหยิบกุญแจเซฟนิรภัยที่เก็บเอกสารสำคัญที่สุด เอกสารที่อาจจะช่วยยื้อลมหายใจสุดท้ายของเขาไว้ได้ เอกสารที่เกี่ยวกับอดีต... และร่องรอยของบางสิ่งที่รินรดากำลังตามหา
ทว่า... ในลิ้นชักที่ควรจะมีกุญแจเหล็กสีดำสนิท กลับว่างเปล่า!
มีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งถูกวางทิ้งไว้ตรงกลาง บนนั้นปรากฏลายมือชื่อของใครบางคนที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ลายมือของรินรดา ที่เขียนทิ้งไว้ด้วยหมึกสีแดงฉานราวกับหยดเลือด
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วมือที่สั่นเทาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน ดวงตาเบิกโพ้างوนด้วยความระทึกขวัญ เมื่อพบว่าข้อความสั้นๆ บนกระดาษระบุไว้ว่าอย่างไร
*"ของขวัญชิ้นแรกที่คุณอยากได้... ฉันจัดส่งให้ถึงมือ 'คนสำคัญ' ของคุณเรียบร้อยแล้วนะคะคุณธันวา หวังว่าคุณจะชอบการต้อนรับจากนรก... ที่คุณเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของคุณเอง"*
ชั่วพริบตานั้น เสียงโทรศัพท์บ้านบนโต๊ะก็แผדเสียงกรีดร้องดังลั่นทำลายความเงียบงันขึ้นมาทันที ราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากความมืดมิด ธันวาสสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก มือหนาที่เย็นเฉียบเอื้อมไปหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างลังเล ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของใครคนหนึ่งเอ่ยลอดเข้ามาในสาย... เสียงที่ทำให้โลหิตในกายของธันวาเย็นเฉียบจนแข็งเป็นน้ำแข็งในชั่วพริบตา
*"คุณธันวาครับ... มีพัสดุจากสำนักงานทนายความส่งถึงคุณ เป็นหมายศาลคดีพยายามฆ่าและกักขังหน่วงเหนี่ยว... และผู้ยื่นฟ้องในคดีนี้ คือ 'คุณรินรดา' พร้อมกับพยานปากเอก... ที่เป็นคนสนิทที่สุดของคุณเองครับ"*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ก้นบึ้งแห่งความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — กระจกเงาต้องสาป
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง•ตอนที่ 22
คนสนิทผู้ซื่อสัตย์หรือผู้ทรยศ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!