เศษสีน้ำมันสีแดงเข้มเปรอะเปื้อนอยู่บนปลายนิ้วของธันวา ราวกับคราบเลือดสดๆ ที่เพิ่งถูกป้ายลงบนผืนผ้าใบแห่งความผิดบาป ในห้องจัดแสดงนิทรรศการส่วนตัวที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นระส่ำระส่าย กลิ่นทินเนอร์และน้ำมันสนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายความอับชื้นของความทรงจำที่เน่าเฟะ เขากำลังยืนอยู่หน้าภาพวาดชิ้นสุดท้าย—ภาพที่รินรดาบรรจงวาดขึ้นด้วยหยาดน้ำตาและรอยแผลเป็นในอดีต ภาพที่สะท้อนเงาของมนุษย์ผู้ไร้หัวใจ... มนุษย์ที่ชื่อธันวา
"เธอตั้งใจจะให้มันเป็นกรงขัง... ใช่ไหมริน"
เสียงพึมพำแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งผากของเขา ดวงตาคมกราบกรานที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ บัดนี้มีเพียงรอยเลือดฝอยจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืน ความหวาดระแวعةที่คอยกัดกินวิญญาณทำให้เขาเห็นภาพหลอน รินรดาไม่ได้เดินออกไปจากห้องนี้จริงๆ เสียงฝีเท้าของเธอยังคงก้องกังวานอยู่บนพื้นไม้ปาร์เกต์ เสียงหัวเราะเยาะหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาทอย่างไร้ความปรานี
ธันวากำพู่กันในมือแน่นจนข้อต่องอขาว แรงกดที่ปลายนิ้วสะท้อนความเคียดแค้นที่มีต่อตัวเอง ความโง่เขลาในอดีตที่เคยผลักไสหญิงสาวผู้ยอมมอบทั้งชีวิตให้กลายเป็นเพียงอากาศธาตุ บัดนี้มันย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม ยิ่งเขาพยายามลบภาพความทรงจำนั้นออกไปมากเท่าไหร่ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและสายตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใยของรินรดาก็ยิ่งชัดเจนขึ้นในความมืดมิด
*แปรงสีน้ำมันในมือสั่นเทา*
ความกดดันที่รินรดารินรดลงมาในทุกคำพูด ทุกการกระทำ และทุกผลงานศิลปะที่เธอทิ้งไว้ ล้วนเป็นเสมือนยาพิษออกฤทธิ์ช้าที่แทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด ธันวารู้สึกราวกับว่าผนังห้องกำลังบีบตัวเข้าหากัน ออกซิเจนในห้องนี้เริ่มเบาบางลงทุกที เขากวาดตามองไปรอบห้องด้วยความหวาดระแวงขั้นสุด ประตูห้องถูกล็อคสนิทจากด้านใน หน้าต่างทุกบานปิดทึบด้วยผ้าม่านกำมะหยี่สีดำสนิท แต่ทำไม... ทำไมเขายังรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาจากความมืด คอยพิพากษาทุกความผิดบาปที่เขาเคยกระทำ
"พอที... หยุดได้แล้ว!"
เขาตะโกนใส่ความว่างเปล่า น้ำตาแห่งความอัปยศอดสูและสำนึกผิดไหลรินอาบสองข้างแก้ม ผสมผสานกับคราบสีน้ำมันจนใบหน้าคมคายนั้นดูบิดเบี้ยวและน่าสมเพช ร่างสูงทรุดฮวบลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือข้างที่ถือพู่กันสั่นเทารุนแรง ก่อนที่ความคิดบ้าคลั่งบางอย่างจะแล่นริ้วเข้ามาในหัวสมองที่ใกล้ระเบิด
ถ้าความเจ็บปวดทางใจมันสาหัสจนหายใจไม่ออก... บางทีความเจ็บปวดทางกายอาจจะช่วยบรรเทาเสียงกรีดร้องในหัวนี้ลงได้บ้าง
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองปลายพู่กันด้ามแหลมที่ทำจากไม้เนื้อแข็งและเหล็กกล้าส่วนหัว มันไม่ใช่แค่เครื่องมือวาดภาพอีกต่อไปแล้ว ในสายตาที่พร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา มันคืออาศัยแห่งการชำระบาป
ริมฝีปากของเขาเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่ที่เคยทรงอำนาจฉายแววบ้าคลั่งและความเจ็บปวดรวดร้าว เขาตัดสินใจเงื้อมือขึ้นอย่างเฉียบขาด ปลายแหลมคมของพู่กันพุ่งเข้ากดลึกลงบนผิวเนื้อบริเวณต้นแขนซ้ายอย่างไร้ความลังเล!
*ฉึก!*
ความเจ็บปวดแล่นแปลบขึ้นมาทันที สีหน้าของธันวิดบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน แต่ริมฝีปากกลับแย้มยิ้มออกมาอย่างน่ากลัว เลือดสีแดงสดซึมทะลุเสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงออกมาเปรอะเปื้อนเนื้อผ้า แต่เขากลับรู้สึกราวกับว่าความเจ็บปวดทางกายนี้ช่างหอมหวาน มันเป็นเพียงสิ่งเดียวในโลกตอนนี้ที่ยืนยันว่าเขายังมีชีวิตอยู่ และกำลังชดใช้ให้กับความผิดที่ตนเองก่อขึ้น
"เจ็บไหม... รินรดา... เธอเห็นหรือยังว่าฉันกำลังเจ็บปวดแค่ไหน..." เขาหัวเราะออกมาอย่างคนเสียสติ หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นปะปนกับคราบเลือดบนพื้น
เขากดปลายพู่กันลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอยแผลใหม่ทับรอยแผลเก่า กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสีน้ำมัน สร้างบรรยากาศที่หลอนประสาทและดิ่งลึกยิ่งกว่าภาพวาดชิ้นไหนๆ ในห้องนี้ ธันวาไม่เหลือเค้าโครงของนักสะสมศิลปะผู้ทรงอิทธิพลผู้เย่อหยิ่งอีกต่อไปแล้ว เหลือเพียงชายผู้พังทลาย จมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งความหวาดระแวงและความรู้สึกผิดที่ไม่มีวันได้รับการอภัย
ในขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความเจ็บปวดและการลงทัณฑ์ตัวเองอย่างไร้ทางออก เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้ง...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงนั้นเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ธันวาสะดุ้งเฮือก มือที่ถือพู่กันชะงักค้างกลางอากาศ ลมหายใจของเขาติดขัด ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวรากับจะหลุดออกมาจากอก รินรดาเดินออกไปแล้วไม่ใช่หรือ? ใครกันที่จะมาเคาะประตูห้องแห่งความลับนี้ในยามวิกาล?
ประตูกลางห้องค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ อย่างไร้เสียง เผยให้เห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินเบื้องนอก แสงไฟสลัวจากภายในห้องสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าของผู้มาเยือน และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ธันวาถึงกับช็อกค้าง ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง—
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง•ตอนที่ 17
ความหวาดระแวงที่ไร้ที่สิ้นสุด
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!