ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง•ตอนที่ 16

หลักฐานที่ซ่อนในพู่กัน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“คุณแม่ขา… หนูหิวน้ำจังเลยค่ะ” เสียงเล็กใสราวกับระฆังแก้วท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องโถงจัดแสดงภาพวาดของธันวาคม กัลยาณเกียรติ มันไม่ใช่แค่เสียงของเด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบ แต่เป็นเสียงสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการศิลปะ ธันวาชะงักงัน ร่างกายที่เคยสง่างามสั่นสะท้าน เขายังคงนั่งทรุดอยู่บนพรมเปอร์เซียราคาแพง สายตาที่พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาค่อยๆ เงยขึ้นมองภาพเบื้องหน้า—เด็กหญิงคนนั้น... ดวงตากลมโตที่ส่องประกายไร้เดียงสา รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาเหมือนถูกของมีคมกรีดซ้ำรอยแผลเก่า “แม่รินขา... คุณลุงคนนี้เขาเป็นเพื่อนคุณแม่เหรอคะ ทำไมเขาถึงร้องไห้ล่ะ?” รินรดาก้าวออกมาจากเงามืดของเสาต้นใหญ่ มือบางที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทขยับจัดกระโปรงหรูหรา เธอไม่ได้มองธันวาด้วยความสงสารอย่างที่เขาปรารถนา แววตาของเธอว่างเปล่า ราวกับมองผ่านมวลอากาศที่ไร้ตัวตน เธอเดินไปคุกเข่าลงข้างเด็กน้อย ปัดผมที่ปรกหน้าลูกสาวด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยรอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในเนื้อเยื่อของความรู้สึก “เขาไม่ใช่เพื่อนค่ะลูก... เขาเป็นแค่ 'ของเก่า' ที่เราบังเอิญมาเจอในพิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำเท่านั้นเอง” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ นิ่งสงบจนน่าขนลุก ธันวาพยายามยันกายลุกขึ้น มือที่สั่นเทาของเขายื่นไปข้างหน้า แต่รินรดากลับถอยห่างอย่างรวดเร็วราวกับเขาเป็นเชื้อโรค เธอหยิบพู่กันด้ามยาวจากกระเป๋าถือขึ้นมา มันไม่ใช่พู่กันธรรมดา แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่เธอซ่อนความลับบางอย่างไว้ “คุณธันวาคะ... ในเมื่อคุณชื่นชอบการครอบครองศิลปะนัก วันนี้ดิฉันในฐานะภัณฑารักษ์ จะขอมอบ 'ภาพวาด' ชิ้นพิเศษให้คุณเป็นการส่วนตัว” เสียงฮือฮาดังขึ้นจากเหล่าแขกเหรื่อที่เริ่มล้อมวงเข้ามา รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอเดินไปที่ภาพวาดผืนใหญ่กลางห้อง ซึ่งเป็นภาพวาดพอร์ตเทรตหญิงสาวผู้มีแววตาโศกเศร้าที่ธันวาพยายามจัดนิทรรศการประมูลเพื่อไถ่บาปในอดีต “หลายคนบอกว่าภาพนี้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก... แต่พวกคุณรู้ไหมคะว่า ภายใต้สีน้ำมันชั้นหนานี้ มีอะไรซ่อนอยู่?” รินรดาใช้ปลายนิ้วกรีดพู่กันลงบนผืนผ้าใบอย่างแผ่วเบา ก่อนจะจิ้มลงไปในจุดที่เธอรู้ดีว่ามันคือ 'รอยร้าว' ของความลับ “ริน... หยุดเดี๋ยวนี้!” ธันวาคำรามเสียงสั่น ความกลัวกัดกินหัวใจเขาเป็นครั้งแรก เขารู้ดีว่าหากเธอทำแบบนั้น ความฉ้อฉลทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดความผิดพลาดในอดีตจะพังทลายลง “กลัวหรือคะ?” เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกหนาวถึงกระดูกสันหลัง “ภาพวาดนี้ไม่ได้ถูกวาดขึ้นด้วยความรัก แต่มันถูกวาดขึ้นด้วย 'พู่กันที่ปนเปื้อนเลือด' ของคนคนหนึ่ง... คนที่ถูกคุณหักหลังจนไม่เหลือแม้แต่ความทรงจำ” รินรดาตวัดพู่กันแรงขึ้น สีน้ำมันที่เป็นรอยนูนเริ่มกะเทาะออก เผยให้เห็นรอยจารึกที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นสี—มันไม่ใช่แค่ลายเซ็น แต่มันคือเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนสุดท้ายของครอบครัวเธอที่ธันวาเคยโกงไป และข้างใต้รอยจารึกนั้น ยังมีรูปถ่ายใบเล็กๆ ที่ถูกผนึกไว้ด้วยสารเคมี มันคือภาพการตรวจดีเอ็นเอที่เปื้อนคราบน้ำตาเมื่อห้าปีก่อน แขกในงานเริ่มกระซิบกระซาบ ธันวาสติแตก เขาพุ่งเข้ามาหมายจะแย่งพู่กันในมือรินรดา แต่เธอกลับเบี่ยงตัวหลบด้วยความชำนาญ ก่อนจะดึงภาพถ่ายใบนั้นออกมาโชว์ต่อหน้ากล้องวงจรปิดของงานที่กำลังถ่ายทอดสดไปทั่วห้องโถง “ดูให้ชัดนะคะทุกคน... นี่คือหลักฐานที่ 'นักสะสมศิลปะผู้ทรงเกียรติ' ซ่อนไว้ในพู่กันและกรอบรูปที่หรูหรา” รินรดาหันไปหาเด็กน้อย “ลูกคะ... ไปรอแม่ที่รถนะ เดี๋ยวแม่จะจัดการกับขยะชิ้นนี้ให้เรียบร้อย” เมื่อเด็กหญิงเดินจากไป รินรดาก็ขยับเข้าไปใกล้ธันวาจนปลายจมูกแทบชิดกัน กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเธอปะทะเข้ากับกลิ่นเหงื่อที่เกิดจากความตื่นตระหนกของเขา เธอหยิบเศษสีน้ำมันที่กะเทาะออกโยนลงบนอกเสื้อสูทราคาแพงของเขา “ฉันไม่ได้กลับมาเพื่อขอความรักจากคุณ ธันวา...” เธอโน้มตัวกระซิบที่ข้างหูเขา เสียงของเธอสั่นสะท้านด้วยความเคียดแค้นที่ถูกสั่งสมมานาน “ฉันกลับมาเพื่อเอาทุกอย่างที่คุณเคยพรากไป... คืนทั้งต้น ทั้งดอก และชีวิตที่พังทลายของคุณด้วย!” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนในชุดสูทสีดำก็ดังขึ้นมาจากทางเข้าห้องโถง ทนายความส่วนตัวของรินรดาเดินนำหน้ากลุ่มตำรวจเข้ามาพร้อมหมายศาลในมือ “คุณธันวาคม กัลยาณเกียรติ... เรามีหมายเรียกข้อหาฉ้อโกงและกักขังหน่วงเหนี่ยวบุคคลโดยมิชอบครับ” ธันวาทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะสิ้นหวัง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารของรินรดาที่เปิดทิ้งไว้บนพื้นพรม ปลายกระดาษสีขาวที่โผล่ออกมามีหัวกระดาษตราประทับของโรงพยาบาลชื่อดัง—และบรรทัดสุดท้ายที่ชัดเจนจนบาดตาคือ 'ผลยืนยันความเป็นพ่อลูก 99.99%' ลมหายใจของเขาสะดุดกึก เขามองตามหลังรินรดาที่กำลังเดินจากไปอย่างสง่างามโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย ความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผยทำให้โลกทั้งใบของธันวาดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่ไม่มีวันได้เห็นแสงสว่างอีกต่อไป รินรดาหยุดเดินกะทันหันที่ประตูทางออก มือของเธอแตะที่ลูกบิดประตู แต่ไม่ได้เปิดออกทันที เธอหันกลับมามองชายที่เคยเป็นทั้งชีวิตและศัตรู แววตาของเธอนิ่งสนิทเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก “อ้อ... เกือบลืมไป” เธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ลูกสาวของฉันน่ะ... เธอไม่เคยรู้จักพ่อ และเธอจะไม่มีวันได้รู้จักคนใจร้ายอย่างคุณ” สิ้นคำพูดของเธอ หญิงสาวก็ก้าวพ้นประตูไป ทิ้งให้ธันวานั่งจมอยู่กับเศษสีน้ำมันและหลักฐานที่กรีดร้องแทนความเจ็บปวดของเธอเอง... ในห้องที่กลายเป็นกรงขังชีวิตของเขาไปตลอดกาล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดไปกับรินรดานะคะ หวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านสั่นไหวไปกับความสะใจที่งดงามที่สุดค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%