"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครในห้องภาพนี้กันแน่คะ ธันวา?"
รินรดาเอ่ยถามพลางใช้ปลายพู่กันด้ามยาวเคาะลงบนขอบเฟรมผ้าใบที่ว่างเปล่า เสียงไม้กระทบไม้ดังสะท้อนก้องในห้องโถงจัดแสดงที่มืดสลัว กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศทำให้บรรยากาศชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ธันวายืนนิ่งอยู่กลางห้อง เขาไม่ได้ใส่สูทเนี้ยบกริบเหมือนที่เคยเห็นในนิตยสารธุรกิจ แต่เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นเผยให้เห็นรอยสักรูปกุญแจที่ข้อมือข้างขวา—รอยสักที่เขาเพิ่งทำขึ้นหลังจากวันนั้น... วันที่รินรดาเดินจากไปพร้อมกับรอยร้าวที่เขาไม่มีวันสมานได้
"ผมเป็นภัณฑารักษ์ที่กำลังจัดแสดงความล้มเหลวของตัวเอง" เขาตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมกริบกลับจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา ราวกับกลัวว่าหากเขากะพริบตาเพียงเสี้ยววินาที รินรดาจะสลายกลายเป็นควันเหมือนภาพหลอนที่เขาเฝ้าฝันถึงตลอดสามปีที่ผ่านมา
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับสั่นสะเทือนถึงขั้วหัวใจของชายหนุ่ม "น่าขำนะคะ ทั้งที่คุณเป็นคนสร้างกรงขังนี้ขึ้นมาเองแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับเหมือนคนหลงทางในเขาวงกตที่ตัวเองเป็นคนออกแบบ"
เธอก้าวเดินวนรอบตัวเขาช้าๆ ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่กดดันจนธันวาเริ่มหายใจติดขัด เขาไม่เคยเป็นฝ่ายถูกควบคุม เขาไม่เคยเป็นฝ่ายที่ต้องยืนนิ่งๆ ให้ใครใช้สายตาจาบจ้วงสำรวจราวกับเขาเป็นเพียงวัตถุจัดแสดงที่ไร้ค่า
"คุณวางยาผม" ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมอง "ไม่ใช่แค่ในเรื่องของสัญญางานนี้ แต่คุณกำลังค่อยๆ ทำให้ผมเสียสติ... ริน คุณต้องการอะไรกันแน่?"
รินรดาหยุดยืนตรงหน้าเขา รัศมีความเย็นชาที่เธอแผ่ออกมานั้นคมกริบพอจะบาดผิวหนัง เธอเอื้อมมือขึ้นไปปัดเศษฝุ่นบนปกเสื้อของอดีตสามีอย่างใจเย็น สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความนัยที่น่าสะพรึงกลัว "ฉันก็แค่กำลังดูแลภาพวาดที่เคยถูกทิ้งขว้างไงคะ คุณอาจจะคิดว่าคุณคือภัณฑารักษ์ผู้ทรงอิทธิพล แต่ในห้องนี้... ในกรงใบนี้... คุณเป็นได้แค่เพียง 'งานศิลปะ' ชิ้นหนึ่งที่ฉันจะเลือกวางไว้ตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ"
ธันวาคว้าข้อมือเธอไว้ ทว่าแรงบีบนั้นกลับสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด "ผมทรมาน... คุณรู้ใช่ไหมว่าทุกคืนที่ผมหลับตา ผมเห็นแต่แววตาที่ว่างเปล่าของคุณในวันนั้น"
"ความทรมานของคุณมันก็แค่สีที่ฉันใช้ระบายทับลงบนภาพวาดที่เน่าเฟะเท่านั้นแหละค่ะ" รินรดากระชากมือออกแรงๆ ก่อนจะเดินไปที่ผนังด้านในสุด เธอใช้นิ้วกรีดผ่านรอยแตกบนผนังปูนเปลือย "คุณอยากรู้นักใช่ไหมว่าฉันทำไปทำไม? ถ้าอย่างนั้นก็ลองดูนี่สิ"
เธอหยิบแผ่นพับเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดรูปหญิงสาวที่ไร้ใบหน้าออกมา แล้ววางลงบนมือของธันวา
มันไม่ใช่ผลงานศิลปะ แต่มันคือรายงานการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์จากคลินิกเฉพาะทางในต่างประเทศที่เขาไม่เคยเข้าถึง ข้อมูลในนั้นทำให้มือของธันวาเริ่มสั่นเทาจนกระดาษยับย่น ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรแต่ละบรรทัดด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบกระดอนออกมานอกอก
"นี่มัน... อะไรกัน..." เสียงของเขาแหบพร่าเมื่อไล่สายตาลงมาถึงบรรทัดสุดท้ายที่เป็นตัวเลขวันเกิดและกรุ๊ปเลือด
รินรดายิ้ม รอยยิ้มที่สวยงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น แต่กลับเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต "คุณมักจะบ่นว่าความรักของเรามันว่างเปล่าใช่ไหมคะธันวา? งั้นลองดูให้ดีๆ สิว่า สิ่งที่ฉัน 'สร้าง' ขึ้นมาตอนที่คุณเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับความสำเร็จจอมปลอม... มันมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ หรือเปล่า"
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างตื่นตระหนก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งก็ดังมาจากมุมมืดหลังผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงสด เด็กชายวัยสองขวบที่ก้าวออกมามีความงดงามของรินรดาผสมผสานกับโครงหน้าและดวงตาสีเทาเข้มถอดแบบมาจากธันวาอย่างไร้ที่ติ
เด็กน้อยจ้องมองชายแปลกหน้าที่เป็นพ่อด้วยความไร้เดียงสา ก่อนจะเอ่ยเสียงใสที่แทงใจคนฟังจนกระอักเลือด
"แม่คะ... ผู้ชายคนนี้คือคนที่แม่บอกว่า 'ใจร้าย' หรือเปล่าคะ?"
หัวใจของธันวาเหมือนถูกของมีคมกรีดจนฉีกขาด เขาทรุดตัวลงกับพื้นโดยไม่สนใจศักดิ์ศรี ในขณะที่รินรดาเพียงแค่ยืนกอดอก มองดูความพังทลายของอดีตสามีด้วยสายตาของผู้ชนะที่ดื่มด่ำกับความพินาศตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ
ความลับที่เขาโหยหามาตลอดสามปีวางอยู่ตรงหน้าแล้ว... แต่ดูเหมือนว่ามันจะมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่เขาไม่มีวันแบกรับไหว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวของหัวใจและภาพวาดแห่งความทรงจำไปกับฉันนะคะ
ด้วยรักและกระจกเงาที่สะท้อนทุกความจริง—กระจกเงาต้องสาปค่ะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง•ตอนที่ 14
ภัณฑารักษ์หรือผู้คุมขัง
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!