ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง•ตอนที่ 4

สายตาของผู้กระทำผิด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของสีน้ำมันและสนิมเหล็กยังคงลอยวนอยู่ในห้องจัดแสดงนิทรรศการชั้นสาม คล้ายกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ถูกเคลือบไว้ด้วยวานิชราคาแพง ธันวาขยับเนคไทไหมอิตาลีเนื้อดีที่เริ่มรัดแน่นจนหายใจไม่ออก สายตาคมกราบกรานของนักสะสมระดับประเทศถูกตรึงไว้กับแผ่นหลังของภัณฑารักษ์สาวคนใหม่ ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทกำลังยืนตรวจเช็คความเรียบร้อยของกรอบรูปโบราณอย่างใจเย็น ทว่าทุกย่างก้าวและจังหวะการสะบัดข้อมือของเธอกลับกรีดแทงลงบนรอยแผลเป็นในความทรงจำของเขาอย่างแม่นยำ ราวกับวิญญาณที่เขากลบฝังไว้ด้วยมือตัวเองกำลังฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพื่อทวงบัลลังก์ความเจ็บปวด "คุณริน… ดิฉันขออนุญาตเรียกคุณแบบนี้คงไม่เป็นการเสียมารยาทนะคะ" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องโถงกว้าง หญิงสาวชะงักมือเล็กน้อย เธอยังคงจัดระเบียบป้ายชื่อใต้ภาพวาด ‘เสียงกรีดร้องของมารดา’ ต่อไปอีกสองวินาทีเต็ม ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดหวั่น ไร้ซึ่งร่องรอยของความยินดี และที่สำคัญที่สุด... มันไร้ซึ่งเงาของความรักที่เคยมีให้เขาอย่างสิ้นเชิง รินรดายกยิ้มมุมปากเพียงนิด เป็นรอยยิ้มแบบมืออาชีพที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "เชิญตามสบายค่ะ คุณธันวา ในฐานะภัณฑารักษ์ ฉันมีหน้าที่ดูแลความสมบูรณ์ของงานศิลปะ ไม่ใช่ความสะดวกใจของแขกผู้มีเกียรติ... แต่ถ้าคุณต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับชิ้นงานไหนเป็นพิเศษ ฉันยินดีค่ะ" น้ำเสียงนั้น... สำเนียงการทอดเสียงสูงต่ำแบบนั้น... มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ ธันวาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกลิ่นอายฝนจางๆ เป็นกลิ่นเดียวกับที่เคยอบอวลอยู่ในห้องนอนเพนต์เฮาส์เมื่อห้าปีก่อน—วันที่เขาปล่อยให้เธอเซ็นใบหยดน้ำตาแลกกับเงินก้อนโตเพื่อตัดรอนภาระที่เขาไม่ต้องการ "คุณดู… คุ้นเคยกับภาพนี้มากเป็นพิเศษนะคะ" ธันวาหรี่ตามองพิจารณาใบหน้าเรียบเนียนไร้ที่ติของเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยที่เริ่มกัดกินสติ "ภาพนี้วาดขึ้นด้วยเทคนิคการปาดสีหนาแบบ impasto ซึ่งจิตรกรคนโปรดของผมเคยใช้... จิตรกรผู้ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายปีก่อน" รินรดากะพริบตาช้าๆ เธอยกมือขึ้นทัดผมทุยสวย สายตาคมปลาบกวาดมองใบหน้าของอดีสามีที่ตอนนี้เริ่มมีริ้วรอยแห่งความเครียดและความสำนึกบาปประทับอยู่ชัดเจน หัวใจของเธอหัวร่ออย่างบ้าคลั่งในความมืดมิดของจิตใจ *'ตายไปแล้วงั้นเหรอ? สำหรับนาย ฉันคงตายไปตั้งแต่วันที่นายเลือกผลประโยชน์และผู้หญิงคนนั้น... วันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกนายผลักไสจนตกบันไดแล้วสินะ'* "คนตายไปแล้วก็คือคนตายค่ะ คุณธันวา" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทุกคำพูดคมกริบราวกับใบมีดโกน "คนเป็นต่างหากที่น่าสมเพช... ดิ้นรนตามหาเงาของอดีตในร่างของคนแปลกหน้า เพียงเพราะจิตสำนึกเน่าๆ มันคอยกัดกินหัวใจในยามค่ำคืน คุณว่าจริงไหมคะ?" คำพูดนั้นทำเอาลมหายใจของธันวาสะดุดกึก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่ถือสูทสูญเสียการควบคุมจนสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามกดทับมันไว้ใต้กองสมบัติและผลงานศิลปะนับร้อยชิ้น บัดนี้กำลังระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยสายตาคู่เดียวของผู้หญิงตรงหน้า "คุณเป็นใครกันแน่..." ธันวาเค้นเสียงถาม รุกเข้าประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางเกือบชิดติดกับผนังห้องจัดแสดง "บอกผมมา... ทำไมคุณถึงรู้เรื่องพวกนี้ ทำไมสายตาของคุณถึงเหมือนเธอ... เหมือนกับคนที่ผมฆ่าทางอ้อมด้วยความโง่เขลาของตัวเอง!" รินรดาไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ แววตาสีดำสนิทฉายประกายความสะใจลึกๆ ที่ได้เห็นเสือร้ายคุกเข่าลงด้วยความเจ็บปวด เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เย็นเยียบ และสะท้านทรวง "ถ้าคุณอยากรู้ว่าฉันเป็นใคร... ลองก้มลงมองที่พื้นสิคะ คุณธันวา บางที... เงาที่คุณตามหา อาจจะไม่ได้อยู่ข้างกายคุณอีกต่อไปแล้วก็ได้" ธันวาผะหนหน้ากลับด้วยความตกใจ รีบก้มลงมองตามคำท้าทายนั้นทันที ทว่าใต้ฝ่าเท้าของเขากลับว่างเปล่า มีเพียงเงาของตัวเขาเองที่ทอดยาวอย่างไร้ชีวิตชีวาบนพื้นปาเก้ขัดมัน แต่ทว่า... ณ มุมมืดสุดของห้องโถง ใต้ภาพวาดชิ้นใหญ่ที่ไร้แสงไฟส่องถึง เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังวิ่งวนไปมา พร้อมเสียงหัวเราะคิกคักสดใสที่ก้องกังวานบาดลึกเข้ามาในโสตประสาท เด็กชายวัยสี่ขวบในชุดเอี๊ยมสีครีม โผล่พ้นออกมาจากเสาหินอ่อน ดวงตากลมโตและจมูกรั้นเชิดขึ้นแบบเดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังโบกมือให้รินรดาด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์... และก่อนที่ธันวาจะทันได้เปล่งเสียงเรียกชื่อใดๆ ออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ร่างเล็กนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสแจ๋วว่า "คุณแม่ขา... คุณอาใจร้ายคนนี้ คือคนที่ทำร้ายแม่จนร้องไห้ในวันนั้นใช่ไหมคะ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงมืดแห่งการแก้แค้นนี้ไป1ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%