ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง•ตอนที่ 5

จดหมายในกรอบไม้

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นสนิมเหล็กและคราบกาวเก่าคร่ำบนกรอบไม้สักทอง ให้ความรู้สึกราวกับกลิ่นอายของซากศพที่ถูกฝังกลบไว้ใต้พื้นพรมราคาแพง นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวสนิทของรินรดาค่อย ๆ บรรจงใช้ปลายคัตเตอร์คมกริบกรีดเทปกาวกระดาษสีน้ำตาลที่ผนึกด้านหลังของภาพวาดชิ้นนั้นอย่างระมัดระวัง หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะเรียบเรื่อย ทว่ามั่นคงราวกับฆาตกรที่กำลังลงมืออำพรางหลักฐานชิ้นสุดท้าย ภาพวาดสีน้ำมันขนาดกลางชิ้นนี้... เคยเป็นผลงานชิ้นเอกที่เธอเคยมอบให้เขาในวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม วันที่เธอยังเป็นเพียงผู้หญิงโง่เขลาคนหนึ่งที่เชื่อว่าความรักจะสามารถเยียวยาความเย็นชาของสามีผู้เพียบพร้อมได้ ทว่าในวันนี้ มันกลับกลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการปั่นประสาทผู้ชายคนเดิมให้ดิ่งลงสู่นรกอเวจีแห่งความสำนึกผิด "คุณกำลังทำอะไรกับผลงานของผม..." เสียงทุ้มต่ำที่เจือความแหบพร่าดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้องจัดแสดง ธันวายืนกอดอกพิงเสาหินอ่อน สายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของเธอ ความกดดันแผ่ซ่านออกมารอบตัวราวกับฝูงสัตว์ร้ายที่รอเวลาขย้ำเหยื่อ แต่รินรดาไม่มีแม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เธอเพียงแค่ปรายหางตามองเขาผ่านเงาสะท้อนบนกระจกเงาบานใหญ่ด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก "ศิลปะก็เหมือนความจริงค่ะคุณธันวา... ยิ่งพยายามซ่อนไว้ใต้ผืนผ้าใบหนาเตอะเท่าไหร่ กลิ่นเน่าเฟะของมันก็ยิ่งโชยออกมาแรงขึ้นเท่านั้น" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ธันวาขยับกายก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของนักสะสมผู้ทรงอิทธิพลไหววับด้วยความหวาดระแวงระคนความกระวนกระวายใจ เขาไม่เคยอ่านเกมผู้หญิงคนนี้ออกเลย นับตั้งแต่เธอรอดพ้นจากอุบัติเหตุครั้งนั้น รินรดาคนเก่าที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ฟูมฟายแทบเท้าของเขาได้ตายสนิทอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงผู้หญิงนัยน์ตาสสีดำสนิทที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายแบบเงียบเชียบ "คุณเจออะไรในนั้น" ธันวาถามเสียงเครียด สัญชาตญาณดิบเตือนภัยเขาว่าสิ่งที่กำลังซ่อนอยู่หลังกรอบไม้บานนั้น จะต้องทำลายสติสัมปชัญญะของเขาให้แหลกคั้นไม่เหลือชิ้นดี "อยากรู้ไหมคะ?" รินรดาหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะที่เปรียบเสมือนเสียงกระซิบจากยมทูต เธอดึงแผ่นกระดาษสีเหลืองนวลที่ถูกผนึกไว้อย่างดีออกจากร่องลึกด้านหลังกรอบไม้ช้า ๆ กระดาษแผ่นนั้นเก่าเก็บจนมีรอยยับย่น ทว่าตัวอักษรลายมือหวัด ๆ ด้วยหมึกสีดำสนิทยังคงเด่นชัดบาดตา ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สันจมูกโด่งเป็นสันคมชื้นเหงื่อบาง ๆ สายตาของเขาจดจ้องกระดาษแผ่นนั้นราวกับมันคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดร่างเขาเป็นจุล รินรดากวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้งในใจ — *'ความรักที่คุณโหยหาในวันที่สายไป มันถูกเผาทำลายไปพร้อมกับลูกของเราแล้วค่ะ ธันวา... คุณจำไม่ได้หรอก ว่าเลือดสีแดงฉานบนเตียงนอนวันนั้น มันมาจากความเจ็บปวดระดับไหน'* ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างชั่วขณะ เสียงแอร์ตัวใหญ่ทำงานส่งเสียงฮัมเบา ๆ ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของธันวาจนน่าปวดหัว ภาพอดีตผุดขึ้นมาเป็นฉาก ๆ ภาพที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธอ ภาพที่เขาเคยพูดจาดูถูกเหงียบหยามอย่างไร้เยื่อใย และภาพที่เธอเคยอุ้มท้องร่างกายซูบผอมมาขอความเห็นใจจากเขา แต่เขากลับเลือกที่จะหันหลังให้และบอกว่ามันเป็นเพียงมารยาของผู้หญิงน่ารังเกียจ "ริน..." ธันวาเค้นเสียงเรียกชื่อเธอออกมาอย่างยากเย็น ปลายเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งและอำนาจที่เขามีพังทลายลงต่อหน้ากระดาษแผ่นเดียว "ผม... ผมขอโทษ ได้โปรด อย่าทำร้ายผมด้วยวิธีนี้เลย" "ขอโทษเหรอคะ?" รินรดายิ้มรับ คำพูดนั้นช่างน่าขันในความรู้สึกของเธอ เธอหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ฝ่ายหนึ่งเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่แปรเปลี่ยนเป็นความบ้าคลั่ง ส่วนอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความสะใจขั้นสุดที่ได้เห็นอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งคุกเข่าลงต่อหน้าความเจ็บปวด "คุณคิดจริง ๆ เหรอคะว่าคำว่าขอโทษของคุณ จะล้างคราบเลือดบนมือกด ๆ นั่นได้? คุณคิดว่าความร่ำรวยและอำนาจที่คุณมี จะซื้อลมหายใจของเด็กคนนั้นกลับคืนมาได้หรือไงคะ ธันวา" น้ำเสียงของเธอราบเรียบทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดที่กรีดลงบนแผลสดซ้ำ ๆ ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความขาดสติ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอโดยไม่รู้ตัว แรงบีบสะท้อนถึงความตื่นตระหนกและหวาดกลัวขั้นสุด "หยุดพูดนะรินรดา! คุณอยากได้อะไร ผมให้คุณได้ทุกอย่าง หุ้นทั้งหมดในบริษัท คฤหาสน์หลังนั้น หรือแม้แต่ชีวิตของผม... แต่ได้โปรด อย่าทำเหมือนผมไม่ใช่คนแบบนี้" รินรดาสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว เธอไม่ได้สะท้านกับแรงบีบนั้นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันยิ่งกว่าเดิม "ชีวิตของคุณเหรอคะ?" เธอทวนคำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "มันไร้ค่าเกินกว่าที่ฉันจะอยากได้ค่ะ... สิ่งเดียวที่ฉันต้องการ คือการได้เห็นคุณดิ้นรนทุรนทุรายอยู่ในนรกอเวจีที่ขุดขึ้นมาเอง เหมือนกับที่ฉันเคยเจอมาตลอดหลายปี" เธอกระชากแขนตัวเองหลุดจากการเกาะกุมของเขาอย่างเด็ดขาด ก่อนจะโยนจดหมายแผ่นนั้นลงบนพื้นแทบเท้าของธันวา และในวินาทีที่ธันวาก้มมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยความสิ้นหวัง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่ง... บางอย่างที่ถูกเขียนไว้ด้วยลายมืออีกชุดที่ด้านหลังสุดของจดหมาย ซึ่งเป็นลายมือชื่อของแพทย์หญิงคนหนึ่ง พร้อมด้วยสำเนาใบรับรองแพทย์ที่ระบุผลตรวจชิ้นเนื้อและบันทึกการรักษาพยาบาลในปีที่เธอแท้งบุตร ทว่า... บรรทัดสุดท้ายของบันทึกทางการแพทย์แผ่นนั้น กลับระบุข้อมูลตัวเลขที่ทำให้ลมหายใจของธันวาขาดห้วงไปในทันที *จำนวนทารก: แฝดสอง (รอดชีวิต 1, เสียชีวิต 1)* ธันวาเบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน รูม่านตาหดเกร็งด้วยความตกตะลึงระคนความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด เพราะถ้าหากเด็กคนนั้น... ถ้าหากสายเลือดของเขายังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้จริง แล้วตอนนี้เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหน และใครคือคน6ที่เลี้ยงดูเขามาตลอดห้าปีที่ผ่านมา? ...................................................................... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%