กลิ่นอายของสีน้ำมันและสนิมเหล็กยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องจัดแสดงภาพลับชั้นใต้ดินแห่งนี้ เหมือนซากศพของความทรงจำที่ถูกดองไว้ในฟอร์มาลีน รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าผืนผ้าใบสีดำสนิท ปลายนิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าไหมสีดำลูบไล้กรอบไม้แกะสลักอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังลูบคมมีดที่อาบยาพิษ
ธันวาก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงบนแผ่นหลังของเธออย่างคุ้นเคยและน่าอึดอัด ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ห่างเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของเขา—กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมความเยือกเย็นของแอมเบอร์—ยังคงปลุกเร้าความเกลียดชังอันบริสุทธิ์ในอกของเธอให้ตื่นตัวได้เสมอ
"คุณเปลี่ยนไปมาก... ริน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยอบอุ่นในอดีต บัดนี้เจือความแห้งผากและร้าวรานอย่างเห็นได้ชัด ธันวาพยายามเอื้อมมือมาหมายจะสัมผัสไหล่บางที่สั่นเทาเล็กน้อย
รินรดาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เธอเบี่ยงตัวหลบสัมผัสนั้นราկรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับเขามันเป็นเพียงสิ่งปฏิกูลที่ไม่อาจแตะต้อง ปลายลิ้นของเธอแตะริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงเข้ม ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ—เสียงหัวเราะที่บาดลึกยิ่งกว่าใบมีดโกน
"ถ้าคุณหมายถึงการที่ฉันไม่โง่งดงามและยอมก้มหัวให้คุณเหมือนในอดีต... ใช่ค่ะ ฉันเปลี่ยนไปแล้ว และขอบคุณนรกขุมนั้นที่คุณเป็นคนผลักฉันลงไปนะคะ มันทำให้ฉันฉลาดขึ้นมากทีเดียว"
ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ดวงตาคมกราบกรานมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงอย่างหยิ่งทะนงของอดีตภรรยา ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงเงาจางๆ ในคฤหาสน์หลังใหญ่ ผู้หญิงที่เขาเคยทิ้งขว้าง ปฏิเสธแม้กระทั่งสายตาเวทนา และเหยียบย่ำหัวใจของเธอจนแหลกสลายในวันที่เธอเอ่ยปากขอความช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้าย
"ผมรู้ว่าผมทำผิด... เรื่องในอดีต ผมชดใช้เท่าไหร่คุณถึงจะพอใจ ริน? ทุกอย่างที่ผมมี หุ้นครึ่งหนึ่งในบริษัท หรือแม้แต่แกลเลอรีแห่งนี้..."
"เงินเหรอคะ?" รินรดากล่าวขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว เธอม้วนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่หยาดน้ำตา บัดนี้ว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "คุณคิดว่าทุกอย่างบนโลกนี้ซื้อได้ด้วยเงินสดและอำนาจงั้นหรือคะ ธันวา? น่าสมเพชเสียจริง... สิ่งที่คุณพยายามเอามาแลก มันคือเศษกระดาษที่เปื้อนเลือดและคราบน้ำตาของฉันในวันที่ฉันสูญเสียลูกไป คุณคิดว่ามันมีค่าพอจะซื้อรอยยิ้มจากฉันได้จริงๆ หรือคะ?"
คำว่า 'ลูก' กระแทกเข้ากลางหน้าอกของธันวาเต็มแรงจนเขาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ดวงตาแดงก่ำระคนสำนึกผิด เขาลืมตาไม่ขึ้นเมื่อนึกถึงภาพในคืนนั้น คืนที่ภรรยาตัวเล็กๆ ร้องขอร้องให้เขาพาไปโรงพยาบาล แต่ความเยือกเย็นและความใจร้ายของเขาเลือกที่จะหันหลังให้ ปล่อยให้เธอจมกองเลือดอยู่บนพื้นห้องน้ำลำพัง
"วันนั้น... ผมไม่ได้ตั้งใจ..." เสียงของธันวาสั่นพร่าอย่างไร้ฟอร์ม มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้า
"ค่ะ คุณไม่ได้ตั้งใจ... คุณแค่ 'เมินเฉย' และความเมินเฉยของคุณมันคมกริบยิ่งกว่ามีดเล่มไหนบนโลกนี้เสียอีก" รินรดาก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่ดังก้องราวกับเสียงเคาะโลงศพ เธอยืนประชิดจนได้กลิ่นลมหายใจที่ร้อนผ่าวของเขา รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปาก "จำแววตาของฉันในวันนั้นได้ไหมคะ ธันวา? แววตาของคนที่ตายทั้งเป็น... วันนี้ ฉันแค่นำความรู้สึกนั้นมาคืนให้คุณบ้างเท่านั้นเอง รู้สึกหนาวจนกระดูกดำบ้างหรือยังคะ?"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสอง ราวกับอากาศถูกสูบออกจนหมดสิ้น ธันวารjอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้อย่างราบคาบ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่รินรดาเป็นคนขุดเอาไว้ และเธอกำลังรอเวลาที่จะผลักเขาลงไปอย่างไร้ความปรานี
แต่ก่อนที่ความอึดอัดจะบีบเค้นหัวใจไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับเสียงนุ่มของเด็กน้อยก็ดังขึ้นจากด้านหลังประตูบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับสวนด้านใน
"คุณแม่ครับ... คุณแม่ขา คุณป้าบอกว่าถึงเวลาทานยาแล้วนะครับ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยราวสี่ขวบดังขึ้น ร่างเล็กในชุดเอี๊ยมสีครีมวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องมืดทึบ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นชายแปลกหน้าแปลกถิ่นยืนอยู่เคียงข้างมารดา
ธันวาชะงักกึก ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อใบหน้าเล็กๆ จิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต และจมูกโด่งรั้นของเด็กชายคนนั้น... ถอดพิมพ์ทรงมาจากตัวเขาเองในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา
รินรดาหันขวับไปมองเด็กน้อย รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะรีบดึงใบหน้าให้กลับมาเรียบนิ่ง แล้วก้าวเข้าไปอุ้มเด็กชายขึ้นแนบอกอย่างปกป้อง
ธันวาเซถอยหลังอีกก้าว สมองอื้ออึงราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบซ้ำๆ หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความจริงบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมแห่งความเกลียดชังกำลังพุ่งเข้ากระแทกหน้าเขาอย่างจัง
"เด็กคนนี้... ริน..." ธันวาเค้นเสียงสั่นพร่าออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ดวงตาส28จ้องมองเด็กชายสลับกับอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่พังทลายจนไม่เหลือชิ้นดี "เขา... เป็นใคร?"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง•ตอนที่ 6
ความเย็นชาที่เยือกแข็ง
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!