"ถ้าคานตัวนี้ทรุดลงมาอีกมิลลิเมตรเดียว คนที่ซวยไม่ใช่ผู้รับเหมานะคะคุณวิศวกร แต่เป็นฉันที่ต้องเอาหน้าสวยๆ มาทนฟังคุณบ่นเช้าบ่นเย็นอยู่แบบนี้!"
เสียงตวาดแว้ดพร้อมกับกระดาษแปลนแผ่นใหญ่ที่ถูกม้วนขึ้นตีเข้ากับอกเสื้อช็อปสีซีดอย่างแม่นยำ ทำให้คนถูกกระทำถึงกับต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ธันวากลอกตาขึ้นฟ้าเป็นรอบที่สิบของวัน ดวงตาดุคมภายใต้หมวกนิรภัยสีเหลืองกวาดมองสถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งที่กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียด ฝุ่นปูนที่เกาะตามกรอบหน้าคมคายไม่ได้ทำให้ความดื้อรั้นในแววตานั้นลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
"ปากเก่งจริงๆ นะครับคุณสถาปนิก ถ้าเอาแรงเถียงผมไปตรวจหน้างานให้ละเอียดกว่านี้ โครงสร้างตึกเก่าอายุนักรบแปดสิบปีนี่คงไม่ทรุดตัวลงมากะทันหันจนผมต้องมาตามแก้ก้นให้หรอก" ธันวาย้อนเสียงเรียบ แต่แววตาไหววูบด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยชา
"นี่! ปากแบบนี้อยากโดนคานเหล็กหล่นทับหัวตายคาที่หรือไงคะถึงได้กวนประสาทไม่เลิก!" กฤษฏ์หน้าตื่น ขยับตัวจะก้าวเข้าไปเอาเรื่องให้รู้ดำรู้แดง
เป๊าะ!
เสียงโลหะลั่นผิดปกติจากด้านบนดึงสติทุกคนในบริเวณนั้นให้หยุดชะงัก ท่อนเหล็กบนนั่งร้านชั้นสามที่ประกอบไว้เกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง น็อตตัวใหญ่หลุดร่วงลงมากระทบพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ และก่อนที่กฤษฏ์จะได้ตั้งตัว ท่อนเหล็กหนักอึ้งพ่วงด้วยไม้กระดานก็ร่วงดิ่งลงมาจากความสูงระดับศีรษะ
"ระวัง!"
ธันวาคำรามลั่นในลำคอ ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานเข้าใส่ร่างโปร่งด้วยความเร็วเหนือสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกระแทกกับกองกระสอบทรายมุมเสา กฤษฏ์ถูกรวบเอวสอบเข้าหาอกกว้างแน่นหนา ธันวาใช้ร่างของตัวเองปกป้องอีกฝ่ายไว้เต็มแรง แขนแกร่งโอบกอดศีรษะทุยของสถาปนิกปากเก่งเข้าแนบอกเพื่อกันเศษปูนและแรงกระแทกจากพื้น
ตึง!
เสียงนั่งร้านพังครืนลงมาเฉียดร่างของทั้งคู่ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ฝุ่นคละคลุ้งจนแทบมองไม่เห็นทาง ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงตะโกนโวยวายของคนงานที่วิ่งเข้ามาดูความวุ่นวาย บริเวณมุมอับเสาปูนกลับตกอยู่ในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยเสียงหัวใจเต้นโครมคราม
กฤษฏ์หลับตาปี๋ ซุกหน้าอยู่กับแผงอกแข็งแกร่งที่ไหวสะامตามจังหวะการหายใจหอบถี่ กลิ่นเหงื่อเจือจางผสมกับกลิ่นบุรุษเฉพาะตัวทำให้สมองของสถาปนิกหนุ่มขาวโพลนไปชั่วขณะ มือเรียวที่เคยกำเสื้ออีกฝ่ายแน่นค่อยๆ คลายออก เมื่อสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนและแรงสั่นน้อยๆ จากร่างของคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้
"นี่... นาย..." กฤษฏ์พึมพำเสียงสั่น เปลือกตาเปิดขึ้นช้าๆ พบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับวิศวกรหนุ่มนั้นใกล้กันจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม
ธันวาไม่ได้ขยับหนี แววตาดุที่เคยมีแต่ความเยชาและความเก๊กขรึมเมื่อครู่ บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกและระคนความโล่งอกอย่างปิดไม่มิด มือหนายังคงประคองท้ายทอยของกฤษฏ์ไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"ถ้าสมองทึบๆ ของคุณมันแตกละเอียดไปเมื่อกี้ ผมคงไม่รู้จะเอาหน้าไป
พብกับไอ้แทนคุณยังไงดี..." ธันวาเอ่ยเสียงแหบพร่า ปากร้ายๆ ที่ชอบกัดกันมาตลอดกลับสั่นระริกเล็กน้อย
"ปากเสีย..." กฤษฏ์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตกใจกับอุบัติเหตุเมื่อครู่ หรือเป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากอุ้งมือที่ยังคงโอบรอบเอวสอบของเขาอยู่กันแน่ ความรู้สึกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วท้องน้อยจนต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจัด
"ปล่อยได้แล้ว คนงานมองกันหมดแล้วนะ!" กฤษฏ์กระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามดันไหล่กว้างให้ออกห่าง
แต่ธันวากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบมองสำรวจทุกตารางนิ้วบนใบหน้าของคนในอ้อมกอดด้วยความคาดคั้นระคนตัดพ้อ
"มองก็ช่างหัวมันสิครับ... เมื่อกี้เกือบตายคาอกผมอยู่รอมร่อ ยังจะมีหน้ามาไล่ผมอีกเหรอคุณสถาปนิก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหวงแหนอย่างเปิดเผยทำเอากฤษฏ์ถึงกับพูดไม่ออก สองสายตาสบประสานกันท่ามกลางความเงียบงันของไซต์งานที่ค่อยๆ สงบลง เคมีที่คุกกรุ่นอยู่ใต้ความซึนและปากจัดระเบิดออกจนแทบจะหลอมละลายความโกรธเคืองทั้งหมดที่มีให้มลายหายไปในพริบตา
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าไซต์งาน
"ไอ้กฤต! ไอ้ธัน! เป็นไงกันบ้างวะ กูได้ยินเสียงโครมคราม... เฮ้ย!"
แทนคุณที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมกับกระป๋องกาแฟในมือ ชะงักกึกจนแทบสะดุดขาตัวเองเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพวิศวกรหนุ่มหน้านิ่งกำลังกอดทับสถาปนิกปากเก่งกลมดิ๊กอยู่บนกองทราย ท่ามกลางเศษเหล็กและซากนั่งร้านที่พังลงมา
กฤษฏ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบออกแรงผลักอกธันวาเต็มแรงจนวิศวกรหนุ่มเซถอยหลังไปสองก้าว สถาปนิกหนุ่มลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างลวกๆ ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอายที่ถูกเพื่อนสนิทมาเห็นฉากสวีทจำเป็นเข้าเต็มตา
"ไม่มีอะไรโว้ย! นั่งร้านมันทรุดเฉยๆ!" กฤษฏ์ตะโกนเสียงหลง กลบเกลื่อนความพิรุธเต็มที่
ธันวายืนขึ้นช้าๆ ปัดเศษปูนตามแขนเสื้อด้วยท่าทีนิ่งสงบ แต่อาการกระตุกที่มุมปากและการเหลือบสายตามามองคนปากแข็งที่ยืนหน้าแดงก่ำ กลับฟ้องชัดเจนว่าวิศวกรหนุ่มกำลังพึงพอใจแค่ไหนกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่
แต่ความวุ่นวายยังไม่ทันได้จบลง เสียงปรบมือเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ดังขึ้นจากด้านหลังของแทนคุณ
"โอ๊ะโอ... ดูท่าทางโปรเจกต์นี้จะมีอะไรให้ลุ้นระทึกยิ่งกว่าโครงสร้างตึกเก่าซะอีกนะคะเนี่ย"
พิมพ์ชนก เจ้าของตึกสาวเปรี้ยว ก้าวเท้าเข้ามาในไซต์งานด้วยท่าทีสบายๆ สายตาคมกริบกวาดมองสภาพความเสียหายสลับกับใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำของกฤษฏ์และท่าทียืนคุมเชิงของธันวา รอยยิ้มมีเลศนัยปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย
"หวังว่าฉันคงไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญ...
ระหว่าง *'วิศวกรจำเป็น'* กับ *'สถาปนิกขี้ตกใจ'* หรอกใช่ไหมคะ?"
คำพูดลอยๆ ที่แฝงความนัยกระแทกกระทั้นใจทำให้กฤษฏ์ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ขณะที่ธันวาหรี่ตามองเจ้าของโปรเจกต์นิ่ง แววตาคมปลาบไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา
ขอบพระคุณสำหรับการติดตามและความสนับสนุนที่มีให้ "พุดดิ้งคาราเมล" เสมอมานะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 23
อุบัติเหตุบนนั่งร้าน
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!