เสียงก๊อกแก๊กของปลายปากกาตัดเส้นที่ขูดขีดลงบนกระดาษไข ดังเสียดแทงความเงียบงันภายในห้องประชุมเล็กของไซต์งานจนน่ารำคาญ แทนที่จะเป็นเสียงถกเถียงเรื่องระยะร่นของเสาเข็มหรือดีเทลคานคอนกรีตเหมือนทุกที บรรยากาศรอบตัวในยามนี้กลับอบอวลไปด้วยความอึดอัด ชนิดที่เรียกว่าเอามีดฟันก็คงไม่ขาด
“ถ้าจะนั่งเงียบแล้วเอาแต่เขี่ยกระดาษแผ่นนั้นจนจะทะลุ... กลับไปนั่งทำที่โต๊ะตัวเองเถอะค่ะ คุณธันวา”
กฤษฏ์เป็นฝ่ายทนความเงียบที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องนี้ไม่ไหวเสียก่อน สถาปนิกหนุ่มละสายตาจากแปลนสถาปัตยกรรมตรงหน้า เงยขึ้นสบตากับร่างสูงที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้อยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบของคนตรงข้ามไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ที่ไร้ลม
“ผมแค่นั่งตรวจความเรียบร้อยตามหน้าที่... หรือการที่ผมหายใจอยู่ในห้องเดียวกันนี้ มันไปขัดขวางจินตนาการขั้นเทพของคุณเข้าล่ะครับ คุณสถาปนิก”
ธันวาย้อนกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้แววหยอกเย้าเหมือนเคย ประโยคกระแทกกระทั้นที่เคยเป็นซิกเนเจอร์เวลาปะทะคารมกัน ถูกแทนที่ด้วยความห่างเหินที่จงใจสร้างขึ้นอย่างชัดเจน นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อวานซืน—วินาทีที่ประโยคคำถามกำกวมจากบุคคลที่สามดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตรายระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ทั้งกฤษฏ์และธันวาต่างก็พร้อมใจกันก้าวถอยหลังคนละก้าวอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ต้องนัดหมาย
การถอยที่แปลว่าการสร้างกำแพง การเว้นระยะ และการทำเป็น "ไม่รู้สึกอะไร" ทั้งที่หัวใจข้างซ้ายกำลังประท้วงเสียงดังลั่น
กฤษฏ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบาง “หึ... ระดับความเนี๊ยบของวิศวกรโครงสร้างใหญ่อย่างคุณ ตรวจแปลนแค่นี้ใช้เวลาสามวินาทีก็เกินพอแล้ว แต่นี่คุณนั่งแช่มาครึ่งชั่วโมงแล้วนะคะ หรือว่าสมองส่วนคำนวณกำลังรวน เพราะคิดไม่ออกว่าจะหาข้ออ้างไหนมาติตรงไหนของผมดี?”
“ผมไม่ได้ว่างมานั่งหาเรื่องคุณตลอดเวลาหรอกนะกฤษฏ์” ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวสั้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและสนิมเหล็กจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนกฤษฏ์ต้องเผลอกลั้นหายใจ “ผมแค่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง... เหมือนที่คุณกำลังพยายาม ‘ตีตัวออกห่าง’ จากผมอยู่นี่ไงครับ”
คำพูดจี้ใจดำทำเอาสถาปนิกปากเก่งชะงักไป ดวงตากลมโตตวัดขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ “ใครตีตัวออกห่าง? พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของคุณ ธันวา เราก็แค่วุ่นวายกับงาน... อีกอย่าง การเว้นระยะห่างระหว่างลูกค้า ผู้รับเหมา และทีมงาน มันคือจรรยาบรรณพื้นฐานค่ะ หรือคุณเพิ่งเคยเรียนวิชานี้ตอนปีสี่?”
“นั่นสินะครับ...” ธันวาแค่นยิ้มหยัน ดวงตาคมกริมคู่นั้นทอดมองลึกลงมาในดวงตาของคนตัวเล็กกว่าอย่างมีความหมาย ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งหนักอึ้งเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม “ผมมันก็แค่หมาป่าหิวกระหายที่จ้องจะขย้ำสถาปนิกปากจัดอย่างคุณอยู่แล้ว... การถอยหลังกลับไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ มันก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดไม่ใช่เหรอ?”
ประโยคตัดพ้อปนประชดประชันนั้นแทงใจดำกฤษฏ์เข้าอย่างจัง มือบางที่กำดินสออยู่เผลอเกร็งจนข้อนิ้วขาวซีด จริงอยู่... เขาเป็นคนเอ่ยปากขอให้ "เรากลับไปเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันเหมือนเดิมเถอะนะ" เมื่อวานนี้เองหลังจากเหตุการณ์นั้น แต่พออีกฝ่ายทำตามที่เขาขอจริงๆ ทำไมไอ้ความรู้สึกโหวงเหวงในอกนี่มันถึงได้โตรÂขึ้นเรื่อยๆ จนน่าหงุดหงิดขนาดนี้วะ!
“ดีค่ะ! ในเมื่อคิดได้แบบนั้นก็ยิ่งดีใหญ่เลย แปลนนี้อนุมัติเรียบร้อย เชิญคุณออกไปจากห้องนี้แล้วเอาเอกสารไปส่งให้ผู้รับเหมาได้เลยค่ะ ฉันจะทำงานต่อ!” กฤษฏ์สะบัดหน้าหนี แสร้งก้มหน้าก้มตาจดโน่นเขียนนี่ลงบนกระดาษอย่างไร้จุดหมาย เพื่อซ่อนร ่องรอยความสั่นไหวในแววตาที่ไม่อาจปกปิดได้มิด
ธันวายืนมองท่าทางดื้อรั้นนั้นอยู่อนาน สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมฉายแววเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา ร่างสูงพ่นลมหายใจออกทางจมูกยาวเหยียด ก่อนจะคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียว
“งั้นก็... ตามนั้นครับ คุณสถาปนิก”
เสียงประตูกระจกปิดลงเบาๆ ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไปจนกระทั่งเงียบหาย ทันทีที่ห้องกลับมาเป็นอิสระ กฤษฏ์ก็ทรุดตัวพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ลมหายใจร้อนผ่าวหลุดออกมาพร้อมกับความรู้สึกอึดอัดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก มือเรียวยกขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความปวดตุบๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมา
บ้าเอ๊ย... นี่คือสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่หรือไง? การเว้นระยะห่าง เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์มันล้ำเส้นไปไกลจนกู่ไม่กลับ เพื่อป้องกันไม่ให้หัวใจตัวเองต้องเจ็บช้ำถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายแค่เล่นสนุก แต่วินาทีที่ธันวาเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทำไมขอบตากลับร้อนผ่าวขึ้นมาดะดานเสียอย่างนั้น?
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่กฤษฏ์จมอยู่กับความฟุ้งซ่าน จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างโปร่งของแทนคุณที่ผลักประตูก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือในมือสั่นระริกราวกับเจอผีหลوبกลางวันแสกๆ
“ไอ้กฤต! แย่แล้วเพื่อน มึงรีบเปิดดูแท็บลอยด์กลุ่มไลน์ไซต์งานด่วนเลย!” แทนคุณพุ่งเข้ามาเขย่าแขนเพื่อนสนิทจนหัวสั่นหัวคลอน
กฤษฏ์ขมวดคิ้วมุ่น ปัดมือเพื่อนออกอย่างหงุดหงิด “อะไรของมึงวะแทน? คนกำลังใช้สมาธิ... มีเรื่องอะไร ถึงกับต้องทำหน้าเหมือนตึกถล่มขนาดนั้น?”
“ก็ไอ้วิศวกรหน้าตายของมึงน่ะสิ!” แทนคุณละล่ำละลักพูดพลางยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้า “เมื่อกี้กูเห็นธันวาเดินหน้าตาถมึงทึงออกไปจากตึก แล้วจู่ๆ ยัยพิมพ์ชนกเจ้าของโปรเจกต์ก็เดินตามประกบแจแถมตอนนี้... พวกมันสองคนกำลังยืนคุยกันกระหนุงกระหนิงอยู่ตรงสวนหย่อมหน้าล็อบบี้!”
ดวงตากลมโตของกฤษฏ์เบิกกว้างขึ้นทันที หัวใจที่เพิ่งสงบลงไปเมื่อครู่กลับกระโจนขึ้นมาตีรวนอยู่ที่ลำคออีกครั้งอย่างรุนแรง
“ว่ายังไงนะ...?”
“เออดิวะ! ยัยพิมพ์ชนกนั่นรุกหนักชะมัด ยื่นเครื่องดื่มเกลือแร่ให้แถมยังส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มใส่ธันวาอีกต่างหาก... กูเห็นแล้วยังหมั่นไส้แทนเลย แล้วดูหน้าไอ้ธันดิ ยืนนิ่งเป็นหินทื่อแต่มันก็ไม่ยอมปฏิเสธเว้ย! หรือว่า... ที่มึงขอถอยห่างจากมันเมื่อวาน จะทำให้มันหันไปซบอกยัยคุณหนูนั่นจริงๆ แล้ววะเพื่อน?!”
กฤษฏ์นิ่งงังไปชั่วขณะ เลือดในกายพุ่งพล่านขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าวกราบสมอง ความรู้สึกหวงแหนและหึงหวงที่พยายามกดเอาไว้ระเบิดตู้มออกมาจนไร้การควบคุม ในเมื่อเป็นคนบอกเองแท้ๆ ว่าอยากถอยคนละก้าว เพื่อเว้นระยะห่าง... แต่พออีกฝ่ายถอยไปก้าวเข้าหาคนอื่นจริงๆ ทำไมเขากลับรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตายตรงนี้ให้ได้วะเนี่ย!
ขาเรียวผุดลุกขึ้นยืนพรวดเดียวจนเก้าอี้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า
“ไอ้กฤต! มึงจะไปไหนวะ?!” แทนคุณร้องตะโกนไล่หลัง
กฤษฏ์ไม่ตอบคำถามเพื่อนสนิทสักคำ สถาปนิกหนุ่มก้าวฉับๆ ตรงไปยังประตูห้องด้วยความเร็วแสง ใบหน้าสวยหวานบึ้งตึงจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความดุดันและเอาเรื่องอย่างเต็มพิกัด ในเมื่ออยากจะถอยนักใช่ไหม... งั้นวันนี้แหละ เขาจะวิ่งไปกระชากคอเสื้อไอ้คุณวิศวกรซึ้งปากเสียคนนั้น ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลยว่า คำว่า "ถอยคนละก้าว" ของมันเนี่ย หมายถึงถอยไปหาคนอื่น หรือถอยลงหลุมศพตัวเองกันแน่!
ร่างเพรียวสาวเท้าพ้นประตูห้องประชุมใหญ่ มุ่งหน้าสู่ลิฟต์ลงไปยังชั้นล่างด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... มีสายตาคู่หนึ่งกำลังยืนมองภาพความวุ่นวายทั้งหมดจากมุมมืดของระเบียงชั้นลอยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและอยู่เคียงข้างกันเสมอนะคะ
— พุดดิ้งคาราเมล
สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 22
การถอยคนละก้าว
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!