สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 24

คำสารภาพที่ค้างคาใจ

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
เศษฝุ่นปูนที่ร่วงกราวลงมาจากเพดานเหนือศีรษะ ไม่น่ารำคาญเท่ากับสายตาคมกริบของวิศวกรโครงสร้างที่ยืนกอดอกจ้องหน้าฉันอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ บรรยากาศในไซต์งานรีโนเวทตึกเก่าช่วงค่ำมืดเช่นนี้เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ กฤษฏ์ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาปูนเปลือย เมื่อจู่ๆ คานเหล็กด้านบนเกิดลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัวราวกับมันจะถล่มลงมาทับหัวคนอวดดีทั้งสองคนในเสี้ยววินาทีนี้ "ระวัง!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของสถาปนิกปากเก่งไว้ได้ทันท่วงที แรงกระชากนั้นทำให้กฤษฏ์เซถลาเข้าไปซบลงกับแผ่นอกกว้างของธันวาเต็มแรง กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการทำงานหนักลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกวูบวาบในอกจนคนตัวเล็กต้องรีบผละออก แต่มีหรือที่คนอย่างธันวาจะยอมปล่อย วงแขนแข็งแกร่งราวกับคานเหล็กยังคงรัดรอบเอวสอบไว้แน่น ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดุๆ ที่มักใช้ด่ากราดคนอื่นในยามปกติ ตอนนี้กลับไหววูบด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟเชื่อมเหล็ก "ถ้าสมองนิ่มๆ ของคุณคิดจะเถียงฉันต่ออีกสักคำ ฉันอาจจะอุ้มคุณโยนออกไปนอกตึกนี้จริงๆ นะกฤษฏ์" ธันวาขู่ลอดไรฟัน เสียงแหบพร่าที่อยู่ใกล้แค่คืบทำเอาสถาปนิกหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ปล่อยน่า! ใครจะไปสมองนิ่มเหมือนคุณเล่า ปล่อยฉันบอกว่าให้ปล่อย!" กฤษฏ์ดิ้นขลุกขลัก มือเรียวระดมทุบลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อกลบเกลื่อนหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ ยิ่งขัดขืน อ้อมกอดนั้นก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้น ราวกับวิศวกรหนุ่มต้องการหลอมละลายร่างของอีกฝ่ายให้กลืนหายไปกับตัว ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองค้อนอย่างเอาเรื่อง แต่ทว่าจังหวะที่สบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลคู่คมที่ฉายแววความห่วง ใยปนความดุดันอย่างไร้การปะปน คำพูดจิกกัดทั้งหมดก็พลันติดอยู่ที่ริมฝีปาก "นาย..." กฤษฏ์ครางแผ่วเบา ยามที่ปลายนิ้วหยาบกร้านของคนตัวโตเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่เปื้อนฝุ่นออกจากแก้มใสอย่างเบามือสัมผัสนั้นอ่อนโยนจนน่าใจหาย ขัดกับบุคลิกปากร้ายโดยสิ้นเชิง ธันวาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดเมื่อครู่ ไล่สายตาลงมาหยุดที่คอระหงที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ หัวใจในอกข้างซ้ายของวิศวกรหนุ่มเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความใกล้ชิดที่เกินเส้นคำว่าเพื่อนร่วมงานทำให้ความอดทนที่สะสมมานานนับเดือนเริ่มสั่นคลอน "ฉัน... เป็นห่วงแทบตาย รู้ตัวบ้างไหมวะ" คำพูดที่หลุดลอดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยทำเอากฤษฏ์ถึงกับชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำแข่งกับเสียงเครื่องมือช่างที่ดังแว่วมาจากชั้นล่าง ธันวาเบิกตากว้างขึ้นทันทีที่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป ดวงคมก้มมองคนในอ้อมแขนที่นิ่งค้างไปแล้ว แววตาไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกไม่แพ้กัน ร่างสูงรีบดึงสติตัวเองกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแสร้งทำเป็นกระแอมไอแล้วคลายวงแขนออกทันทีราวกับถูกของร้อน "อะ... แฮ่ม! หมายถึงว่า... ถ้าคุณเป็นอะไรไป งานรีโนเวทนี้ก็พังพอดี ฉันไม่อยากมาตามแก้ปัญหาให้คุณทีหลังหรอกนะ" ธันวาแก้ตัวเสียงแข็ง ใบหูขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัดแม้ในแสงสลัว กฤษฏ์ที่เพิ่งดึงสติกลับมาได้ รีบถอยกรูดเว้นระยะห่างทันที หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความซาบซึ้งเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนทะלטเพดาน ปากเก่งๆ กลับมาทำงานได้อย่างรวดเร็วทันทีที่รอดพ้นจากสถานการณ์อันตราย "ปากแข็งชะมัด! เมื่อกี้ยังทำซึ้งทำเป็นพูดจาน่ากลัวอยู่เลย ทีงี้ทำมาเป็นโบ้ยเรื่องงาน ทุเรศที่สุด!" กฤษฏ์เชิดหน้าขึ้น เช็ดแขนเสื้อตัวเองปัดฝุ่นปูนออกอย่างแรงเพื่อกลบเกลื่อนรอยแดงจางๆ บนพวงแก้ม "ใครซึ้ง ทุเรศตรงไหน สมองคุณนี่มันจินตนาการบรรเจิดเกินวิศวกรโครงสร้างจริงๆ แล้วนะ" ธันวาพ่นลมหายใจพรืด กลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการยกมือขึ้นกอดอก ทำหน้ามึนตึงใส่อีกฝ่ายตามฟอร์มเดิม แต่สายตากลับลอบมองสำรวจความเรียบร้อยของคนตัวเล็กกว่าอย่างไม่วางตา "ก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าหน้าแดงเป็นก้นลิง... อุ๊บ!" กฤษฏ์ยังไม่ทันได้แหวใส่ต่อ ประตูเหล็กม้วนด้านหน้าไซต์งานก็ส่งเสียงดังครูดคราดสะเทือนเลื่อนลั่น ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองต้นตอของเสียงพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งของแทนคุณก้าวฉับๆ เข้ามาพร้อมกับชานมไข่มุกในมือสองแก้ว เจ้าตัวกวาดสายตามองเพื่อนสนิทหน้าหวานกับวิศวกรหนุ่มที่ยืนเว้นระยะห่างกันเป็นวาด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะระบายยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาทันที "อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย ทำไมหน้าตาพวกแกสองคนดูตื่นๆ เหมือนคู่รักที่เพิ่งโดนจับได้ว่าแอบทำอะไรกันลับหลังล่ะ" แทนคุณเอ่ยแซวพร้อมกับหรี่ตามองอย่างจับผิด "พูดมากน่าแทนคุณ อยากโดนคานเหล็กหล่นทับหัวตายคาที่อีกคนหรือไง!" กฤษฏ์แหวใส่เพื่อนสนิทหน้าตาตื่น รีบเดินหนีไปหยิบม้วนแบบแปลนบนโต๊ะทำงานทันทีเพื่อซ่อนพิรุธ ธันวาไม่พูดอะไร เพียงแค่ปรายตามองแทนคุณด้วยสายตาดุๆ ดั่งพญาเสือโคร่งที่กำลังหงุดหงิดจากการถูกขัดเวลาส่วนตัว ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินดุ่มๆ ไปตรวจเช็กโครงสร้างเสาอีกฝั่งอย่างไร้ความรู้สึก แต่ทว่า... ในจังหวะที่ธันวาหันหลังให้ ท ันคุณกลับส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้กฤษฏ์ พร้อมกับทำปากขมุบขมิบไร้เสียงว่า *'มีพิรุธนะเรา'* กฤษฏ์ได้แต่ค้อนควับส่งกลับไปวงใหญ่ หัวใจเจ้ากรรมกลับมาเต้นระรัวขึ้นอีกครั้งเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดาของวิศวกรหนุ่มที่ยืนหันหลังให้อยู่ไม่ไกล... คำสารภาพที่เกือบจะหลุดออกมาเมื่อครู่ มันแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดสะบั้นลงทุกเมื่อในวินาทีถัดไป แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความลับที่ซ่อนอยู่หลังแบบแปลนนะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%