กลิ่นฝนเจือจางผสมกับกลิ่นไอน้ำมันเครื่องในโกดังเก็บหินอ่อนของโรงงานต่างจังหวัดไม่ได้น่ารื่นรมย์นัก แต่สิ่งที่ชวนให้หงุดหงิดยิ่งกว่าคือเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของคนที่ยืนกอดอกพิงแผ่นหินคาราร่าสีขาวบริสุทธิ์อยู่ตรงหน้า
"ถ้าคุณจะพาผมมาดูงานด้วยสีหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนี้ บอกกันล่วงหน้าสักนิดก็ดีนะครับ วิศวกรธันวา"
กฤษฏ์ปรายตามองร่างสูงในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีเข้มที่พับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนสมส่วน ปากบางเฉียบเอื้อนเอ่ยประโยคค่อนขอดออกไปอย่างไม่คิดจะเกรงใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาดุคมกริบกวาดมองสถาปนิกตัวแสบตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู
"ถ้าไม่ติดว่าสถาปนิกปากเก่งอย่างคุณยืนกรานว่าจะต้องมาเลือกบล็อกหินด้วยตัวเองเพราะกลัวลายไม่ต่อกัน ผมก็นั่งตากแอร์ทำงานสบายใจอยู่ที่ออฟฟิศแล้วล่ะครับคุณกฤษฏ์" ธันวาตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน ดวงตาสีนิลทอประกายดุร้ายแบบฉบับคนปากแข็งที่ซ่อนความคลั่งรักไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท
"อ๋อเหรอครับ? นึกว่าอยากหาข้ออ้างโดดงานมานั่งรถกินลมชมวิวกับผมสองต่อเสียอีก" กฤษฏ์ยักไหล่ ยกมือขึ้นกอดอกบ้าง ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างคนไม่เคยยอมจำนน "แต่ก็นะ... ขับรถมาสามชั่วโมงเต็ม แถมแอร์ในรถคุณก็ดันเสียตอนอยู่กลางทางด่วนอีก บอกตรงๆ ว่าผมเกือบคิดว่านี่คือแผนฆาตกรรมอำพรางของวิศวกรซึนๆ ซะแล้ว"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวร่างบางที่สูงน้อยกว่าเพียงเล็กน้อยจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่ายลอยเข้าแตะจมูก "ถ้าผมจะฆ่าคุณจริงๆ คงไม่ใช่วิธีปล่อยให้ร้อนจนเหงื่อซึมเสื้อหรอกนะ... แต่คงจับมัดแล้วโยนลงแม่น้ำแถวนี้ตั้งแต่ปั๊มน้ำมันแรกแล้วล่ะ"
"โหดร้ายจังนะครับ" กฤษฏ์ไม่ถอยหนี แถมยังเชิดหน้าขึ้นสบตาตรงๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน หัวใจในอกเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งเวลาที่พวกเขาเถียงกันจนมุม "ระวังเถอะครับ ปากดีแบบนี้ เดี๋ยวจะได้กลืนน้ำลายตัวเองเข้าสักวัน"
"ผมไม่เคยกลืนคำพูดตัวเอง... ยกเว้นเรื่องที่คุณดื้อจะมาที่นี่เอง" ธันวากระซิบเสียงต่ำ แววตาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วเรียวของสถาปนิกหนุ่มถือวิสาสะยื่นมาปัดเศษฝุ่นผงหินอ่อนที่ติดอยู่บนปกเสื้อช็อปของเขาออกอย่างเบามือ
สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้วิศวกรหนุ่มชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปเสี้ยววินาที กฤษฏ์เองก็เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ร่างบางรีบชักมือกลับทันทีราวกับโดนของร้อน สองแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัวด้วยความเขินอายที่ถูกจับพิรุธได้ จึงรีบเบนสายตาหนีไปมองกองหินอ่อนแกรนิตด้านหลังแทนเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในใจ
"อะ...แฮ่ม! เลือกหินกันต่อเถอะครับ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน พิมพ์ชนกยิ่งเร่งเอาแบบแปลนไปเสนออร์ดบริหารอยู่ด้วย"
ธันวามองท่าทางเก้อเขินที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นจากคนปากเก่งแล้วมุมปากหนาก็ค่อยๆ ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ ความซึนเดระที่เคยพกมาเต็มร้อยมลายหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบในอกที่อยากจะคว้าเอวบางนั้นเข้ามาดึงเข้าหาตัวแล้วกอดให้หายหมั่นไส้
"ก็ตามใจคุณ... อยากได้ลายไหน แผ่นไหน ชี้มาให้หมด เดี๋ยวผมจัดการเคลียร์กับทางโรงงานเอง" ธันวาเปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นงานการอย่างรวดเร็ว แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจตรวจดูเนื้อหินอย่างละเอียด
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของโกดังสินค้าและการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ แม้จะมีคำกัดจิกแซวกันบ้างประปรายตามประสาคู่กัด แต่ลึกๆ แล้วทั้งกฤษฏ์และธันวาต่างก็รู้ดีว่า ช่องว่างระหว่างพวกเขามันแคบลงทุกที จนแทบจะหลอมรวมเป็นความรู้สึกเดียวกัน
"เรียบร้อย... ครบทุกบล็อกตามที่ต้องการแล้วครับท่านวิศวกร" กฤษฏ์ยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจเบาๆ แก้เมื่อย ลมหายใจผ่อนออกมายาวเหยียดด้วยความโล่งอก "เหนื่อยเป็นบ้าเลยวันนี้ กลับกันเถอะครับ ผมหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว"
"สมน้ำหน้า อยากดื้อมาเองดีนัก" ธันวาเอ่ยปากแซะตามฟอร์ม แต่ก็ยอมเดินนำหน้าไปหยิบกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของผู้จัดการโรงงาน "ไป... เดี๋ยวผมพาไปกินร้านปลาเผาขึ้นชื่อแถวนี้ รับรองว่าอร่อยจนคุณลืมปากจัดๆ ของตัวเองไปเลยล่ะ"
"ปากผมไม่ได้จัดสักหน่อย แค่พูดความจริงที่คนฟังไม่อยากรับรู้ต่างหาก" กฤษฏ์เถียงสวนทันควัน เดินตามหลังร่างสูงออกไปที่ลานจอดรถด้านนอก
ท้องฟ้าภายนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง แสงสุดท้ายของวันอาบไล้ไปทั่วบริเวณโรงงานเก่า บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด ธันวาไขประตูฝั่งคนขับเสร็จก็หันมามองกฤษฏ์ที่กำลังจะก้าวขึ้นรถฝั่งข้างคนขับ ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อช็อปของธันวาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
วิศวกรหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนจะชะงักไปชั่วครู่ สีหน้านิ่งเรียบเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีอย่างเห็นได้ชัด
กฤษฏ์ที่ยืนรออยู่ข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย "ใครโทรมาเหรอครับ? หน้าตาเครียดเชียว หรือว่าหินที่เลือกมีปัญหา?"
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกหนุ่ม แววตาไหวระริกเต็มไปด้วยความลังเล ปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังชั่งใจว่าจะบอกดีหรือไม่ ก่อนที่ปลายนิ้วมือหนาจะกดรับสายแล้วกรอกเสียงทุ้มต่ำลงไป
"ว่าไง..."
เสียงปลายสายที่ลอดออกมาเบาๆ แม้จะฟังไม่ชัดถัดคำ แต่ก็มากพอที่จะทำให้หัวใจของกฤษฏ์กระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเสียงหวานคุ้นหูของใครบางคนที่พวกเขาเพิ่งพูดถึงกันไปหยกๆ ดังแทรกขึ้นมาผ่านลำโพง
*[ธัน... อยู่กับกฤตใช่ไหม? รีบกลับมาที่ออฟฟิศด่วนเลยนะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... แบบแปลนทั้งหมดที่เพิ่งแก้... ถูกรื้อทิ้งหมดเลย!]*
ธันวาตวัดสายตากลับมามองกฤษฏ์ทันที ในขณะที่กฤษฏ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างแทบจะก้าวไม่ออกเมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่ซ่อนอยู่หลังแบบแปลนนั้นกำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า!
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างกฤษฏ์และธันวามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความลับที่ซ่อนอยู่หลังแบบแปลนนะคะ!)*
สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 25
ทริปตรวจวัสดุต่างจังหวัด
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!