สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 26

โรงแรมห้องเดียว... ทำไมต้องเต็ม?

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
"หมายความว่ายังไงที่บอกว่า... เหลือห้องสุดท้ายห้องเดียว?" เสียงทุ้มต่ำของกฤษฏ์ลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังพนักงานต้อนรับสาวหลังเคาน์เตอร์โรงแรม ที่ตอนนี้กำลังหน้าซีดเผือดราวกับเจอผีกลางวันแสกๆ "ต้องกราบขออภัยจริงๆ ค่ะคุณกฤษฏ์ ทางระบบของรีสอร์ตเกิดข้อผิดพลาดในการซิงค์ข้อมูลช่วงเทศกาล ทำให้ห้องดีลักซ์วิวสวนที่ท่านจองไว้ถูกเบิ้ลบุ๊กกิ้งกับแขกอีกกรุ๊ปไปแล้ว และตอนนี้... ทางเราเหลือห้องสวีทเตียงเดี่ยวคิงไซส์ว่างอยู่เพียงห้องเดียวเท่านั้นค่ะ" พนักงานสาวละล่ำละลักอธิบาย พร้อมส่งยิ้มแห้งแล้งที่ไม่อาจช่วยลดความระอุในอารมณ์ของสถาปนิกหนุ่มลงได้เลยแม้แต่น้อย กฤษฏ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขากวาดตามองกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่แทบเท้า ก่อนจะหันไปมองหน้ามนุษย์หินประจำโปรเจกต์ที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ข้างๆ ธันวา... วิศวกรโครงสร้างหน้านิ่ง ผู้ไม่เคยสะทกสะท้านกับวิกฤตใดๆ บนโลกใบนี้ (ยกเว้นเรื่องกาแฟหมด) เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองหน้าจอแท็บเล็ตในมือราวกับว่าปัญหาตรงหน้าเป็นแค่เรื่องลมฟ้าอากาศ "มองหน้าฉันทำไม หรือนายอยากจะนอนระเบียงรับลมหนาวรับรองว่าตื่นมาหน้าชาแน่ๆ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ปราศจากความเดือดร้อนรำคาญใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันช่างน่าหมั่นไส้ในสายตาของกฤษฏ์เสียเหลือเกิน "พูดออกมาได้นะธันวา! จะให้ฉันไปนอนกับนายในห้องเตียงเดียวเนี่ยนะ สมองนายมีรอยหยักพอกับวิศวกรรมการคำนวณไหมเนี่ย" กฤษฏ์แหวใส่ทันควัน ปากเรียวได้รูปเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ฉันไม่มีทางนอนเตียงเดียวกับคนปากเสียอย่างนายแน่ๆ หาห้องอื่นแถวนี้ให้เดี๋ยวนี้เลยนะ!" "แถวนี้เต็มหมดแล้วค่ะคุณสถาปนิก เทศกาลแบบนี้ ต่อให้คุณเดินหาจนรองเท้าสึกก็หาไม่ได้หรอกค่ะ" พนักงานต้อนรับรีบแทรกขึ้นด้วยความหวังดี (หรืออาจจะอยากไล่ให้พ้นเคาน์เตอร์เร็วๆ) "รับห้องนี้ไว้เถอะนะคะ ราคาพิเศษชดเชยความผิดพลาด แถมห้องกว้างมากค่ะ มีโซฟาตัวยาวด้วยนะ" กฤษฏ์เม้มปากแน่นอย่างขัดใจ อยากจะเถียงต่อให้ชนะ แต่สังขารที่ล้าจากการเดินทางและตรวจไซต์งานมาทั้งวันก็เริ่มประท้วง เขากัดฟันกรอด ยื่นมือไปคว้าคีย์การ์ดจากมือพนักงานกระแทกเสียงห้วน "โอเค! งั้นฉันนอนเตียง ส่วนนายเชิญไปนอนโซฟาซะ! จบนะ!" "ก็ตามใจ..." ธันวาไหล่ง์เบาๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงประกายบางอย่างในแววตาที่กฤษฏ์ไม่มีทางทันสังเกตเห็น "ถ้านายทนความหนาวจากแอร์ตัวนั้นไหวก็เชิญโซฟาเลย" ประตูห้องสวีทหรูเปิดออก เผยให้เห็นบรรยากาศภายในที่ตกแต่งด้วยโทนอบอุ่น แสงไฟสีส้มสลัวขับเน้นให้เตียงคิงไซส์ขนาดใหญ่กลางห้องดูโดดเด่นและ... น่ากลัวอย่างประหลาดในความรู้สึกของกฤษฏ์ ทันทีที่ก้าวเข้ามา กฤษฏ์ก็โยนกระเป๋าเป้ลงบนโซฟาตัวยาวทันที แล้วหันไปประกาศิตเสียงแข็งใส่ร่างสูงที่กำลังเดินตามเข้ามา "ตามสัญญา! โซฟานั้นของฉัน เตียงนั่นของนาย ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาดเข้าใจไหมธันวา?" ธันวาถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังออกพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ ดวงตาสนเท่ห์กวาดมองโซฟาตัวยาวที่สั้นกว่าส่วนสูงของสถาปนิกหนุ่มเสียอีก ก่อนจะมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่นานๆ ทีจะได้เห็น "ตามใจคนปากเก่งก็แล้วกัน" วิศวกรหนุ่มเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะเดินหายเข้าห้องน้ำไปอย่างไร้ความกังวล กฤษฏ์พ่นลมหายใจพรืด ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตามที่ประกาศกร้าวไว้ แต่ผ่านไปไม่ถึงห้านาที... คิ้วเรียวก็ขมวดมุ่นเข้าหากัน *ให้ตายสิ! โซฟานี้มันทำจากหินหรือไง ทำไมแข็งเป็นบ้าแถมขายังเกินออกมาอีก!* กฤษฏ์พลิกตัวไปมาอย่างหงุดหงิด พยายามหาท่านอนที่สบายที่สุดแต่ก็ไร้ผล ความเย็นจากแอร์ที่เป่าตรงลงมาทำให้เขาต้องยกแขนขึ้นกอดอกตัวเองไว้ ความอวดดีเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนตามอุณหภูมิห้องที่ลดต่ำลงเรื่อยๆ แอ๊ด... เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของสบู่สมุนไพรที่ลอยมาเตะจมูก ธันวาเดินออกมาในชุดนอนผ้าฝ้ายสีเข้ม ผมชื้นน้ำทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูละมุนขึ้นผิดหูผิดตา เจ้าตัวปรายตามองคนที่ขดตัวเป็นกุ้งอยู่บนโซฟาแคบๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "ถ้านอนท่าทางแบบนั้น ตื่นมาคอเคล้งพรุ่งนี้ฉันคงต้องแบกนายไปไซต์งานด้วยสภาพเหมือนกุ้งต้มแน่ๆ" "เรื่องของฉัน! นายจัดการตัวเองไปเถอะน่า!" กฤษฏ์กัดฟันตอบ เสียงสั่นนิดๆ ด้วยความหนาวแต่ก็ยังไม่วายรั้น เชิดหน้าใส่ทั้งที่ยังนอนขดอยู่บนโซฟา ธันวาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา ร่างสูงเดินตรงเข้าไปที่เตียงคิงไซส์ ดึงผ้าห่มนวมผืนหนาออกมาก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหยุดยืนค้ำหัวโซฟา พรึบ! ผ้าห่มอุ่นถูกสะบัดคลุมร่างของสถาปนิกปากเก่งจนมิดหัว กฤษฏ์สะดุ้งสุดตัว รีบโผล่หน้าออกมาจากกองผ้า ทำท่าจะอ้าปากโวยวาย แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ร่างสูงของวิศวกรหนุ่มก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ลงตรงหน้า สายตาคมกราบมองลึกลงมาในดวงตาคู่สวยที่ไหวระริก "ดื้อเพื่ออะไรวะกฤษฏ์?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถาม แตกต่างจากทุกทีที่มักจะมีแต่คำพูดกวนประสาท "แค่นอนบนเตียงเดียวกัน มันจะตายรึไง?" "มัน... มันไม่ใช่เรื่องตายหรือไม่ตาย!" กฤษฏ์หลบสายตา วูบหนึ่งหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโหเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขามันใกล้กันเกินไป "ฉันแค่นอนร่วมเตียงกับคนปากร้ายไม่ได้ แค่นั้นแหละ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับเข้ามาใกล้จนกฤษฏ์ต้องเอนหลังติดพนักโซฟา มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วที่แตะโดนผิวแก้มทำเอาสถาปนิกหนุ่มชะงักค้าง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านผิวหนัง "ปากบอกว่าเกลียดฉันนักหนਾ... แต่รู้ไหม เวลาที่นายทำหน้าดื้อๆ แบบนี้ มันน่าจับฟัดให้หายปากดีนัก" "ไอ้...!" คำด่าทอถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อธันวาโน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นริมฝีปากของเขาด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด ไม่มีความรุนแรง มีเพียงสัมผัสนุ่มนวลแต่หนักแน่นที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กฤษฏ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด มือเรียวพยายามจะผลักไสแผงอกกว้าง แต่แรงทั้งหมดที่มีกลับสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนนั้นเริ่มบดCขยี้ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม กลิ่นกายสะอาดผสมกับความเย้ายวนยามค่ำคืนดึงสติของกฤษฏ์ให้จมดิ่งลงไปในวังวนที่อีกฝ่ายเป็นคนสร้างขึ้น ธันวาผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้คนใต้ร่างหอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบฉายแววคลั่งรักอย่างปิดไม่มิดยามจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อสีระเรื่อ "เลิกดื้อ แล้วไปนอนบนเตียงดีๆ..." ธันวา กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงแหบพร่าจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "ไม่งั้น... ฉันจะถือว่าที่พูดมาทั้งหมด แปลว่านายท้าทายฉัน" กฤษฏ์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความอבอุ่นจากผ้าห่มและสัมผัสเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อ ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อกู้ศักดิ์ศรี... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวในยามวิกาล ตามด้วยเสียงโวยวายคุ้นหูที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามา "ไอ้กฤษฏ์! ไอ้ธันวา! พวกมึงเปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้เลยนะ! ชิบหายแล้ว... ผังโครงสร้างตึกเก่าที่มึงแก้ล่าสุด มีคนส่งแฟกซ์ด่วนมาบอกว่าเสาหลักฝั่งทิศเหนือมีปัญหาใหญ่แล้วโว้ย!" เสียงตะโกนของแทนคุณดังลั่นห้อง ทำเอาทั้งกฤษฏ์และธันวาชะงักค้าง แววตาหวานซึ้งเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตกใจกับข่าวร้ายที่มาผิดเวลา ธันวากลืนก้อนความหงุดหงิดลงคออย่างยากลำบาก สบถเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะหันไปมองหน้ากฤษฏ์ที่ตอนนี้เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกไม่แพ้กัน มือหนาของวิศวกรหนุ่มเอื้อมไปเปิดประตูห้องนอนออกอย่างจำใจ เผยให้เห็นร่างของแทนคุณที่ยืนหน้าตาตื่น ถือกระดาษแผ่นหนึ่งสั่นเทาอยู่หน้าห้อง -------------------------------------------------- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "พุดดิ้งคาราเมล" มาโดยตลอดนะคะ!*
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%