สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 27

เสียงหัวใจในความมืด

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
กระดาษแผ่นบางในมือของแทนคุณสั่นระริกราวกับมีชีวิต ยับยู่ยี่ด้วยแรงกำจนปลายนิ้วขาวซีด ใบหน้าที่มักจะทะเล้นกวนประสาทในทุกสถานการณ์เวลานี้กลับเผือดสี ไร้ซึ่งรอยยิ้มและคำแซวเล่นที่เคยมีติดปาก "มึง... กูไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมวะกฤต" เสียงของแทนคุณแหบพร่า หลุดลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก ขณะดวงตาเบิกกว้างมองสลับระหว่างกระดาษในมือกับร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่เพิ่งก้าวออกมาประชิดตัว กฤษฏ์ขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดจากการถูกขัดจังหวะเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่แล่นพล่านขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ นิ้วเรียวยาวแย่งกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือเพื่อนสนิทอย่างไม่รอช้า กวาดสายตาอ่านตัวอักษรบนนั้นอย่างรวดเร็ว—และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลมหายใจของเขาก็คล้ายจะสะดุดกึก *รายงานผลการตรวจสอบโครงสร้างฐานราก: ตรวจพบความเสี่ยงระดับวิกฤต (Critical Risk) บริเวณเสาหลักโซน B มีรอยร้าวลึกถึงแกนเหล็กภายใน มีโอกาสทรุดตัวได้ทันทีหากรับน้ำหนักเกินพิกัด* หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวาบ เลือดในกายเย็นเฉียบจนปลายนิ้วชาหนึบ โซน B คือพื้นที่ที่กำลังจะเปิดใช้งานในสัปดาห์หน้า และที่สำคัญที่สุด... มันคือโซนที่ธันวาเป็นคนเซ็นอนุมัติแบบโครงสร้างด้วยตัวเอง! "เชี่ยเอ๊ย..." กฤษฏ์สบถลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความตกใจและเป็นห่วงพรั่งพรูเข้ามาพร้อมกัน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาแทนคุณที่ยืนอึ้งไม่แพ้กัน "ใครเป็นคนส่งรายงานนี้มา มึงได้มาจากไหน" "กู... กูเจอเสียบไว้ที่ประตูห้องทำงานข้างล่างตอนเดินลงไปเอาเอกสาร ไม่มีชื่อคนส่ง ไม่มีซองจดหมาย มีแค่นี้..." แทนคุณกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ถ้าโครงสร้างตรงนั้นพังลงมาจริงๆ แปลว่า... ธันมัน..." ประโยคที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อประตูห้องนอนด้านหลังเปิดผวะออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มในชุดนอนเสื้อยืดสีดำสนิทก้าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบตึง ดวงตาคมปลาบกวาดมองเพื่อนสนิททั้งสองคนด้วยแววตาหงุดหงิดเจือความสงสัยตามประสาคนถูกปลุกกลางดึก "เสียงดังอะไรกันดึกดื่น... ฝนจะถล่มหรือไงถึงแหกปากกันลั่นบ้าน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า รabกรายความหงุดหงิดตามสไตล์คนปากร้าย แต่คำพูดเหล่านั้นกลับหยุดชะงักลงทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของกฤษฏ์ที่ซีดเผือดผิดปกติ กฤษฏ์นิ่งอึ้ง มองใบหน้าด้านข้างของคนที่เขากลัวที่สุดว่าจะต้องมารับภาระความพินาศครั้งนี้ นิ้วที่ถือกระดาษสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธความมักง่ายของใครบางคนที่เล่นตลกกับชีวิตคน และเจ็บแปลบในใจแทนผู้ชายปากแข็งที่ยืนอยู่ตรงหน้า "ธัน..." กฤษฏ์เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวและสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ก้าวเข้ามาประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มด้วยความรำคาญใจที่เจือความห่วงใยจางๆ ที่เจ้าตัวมักจะซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยชา "อะไรอีก หน้าซีดเป็นไก่ต้ม... เอาอะไรมาถือไว้นั่น ส่งมานี่ซิ" มือหนาฉวยกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือของกฤษฏ์อย่างง่ายดาย สายตาคมกวาดอ่านข้อความบนกระดาษเพียงไม่กี่วินาที บรรยากาศรอบตัวของวิศวกรหนุ่มก็เปลี่ยนจากความหงุดหงิดกลายเป็นความเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าไม่มีความตื่นตระหนกปรากฏบนใบหน้านั้นแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปากและแววตาวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "หึ... เล่นสกปรกกันขนาดนี้เลยเหรอวะ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงราบเรียบทว่าน่ากลัวอย่างยิ่ง "นี่มึงยังจะมาแค่นหัวเราะอยู่อีกเหรอ!" กฤษฏ์ทนไม่ไหว พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อยืดสีดำของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่องเพื่อซ่อนความห่วงใยที่ล้นปรี่จนแทบจะทะลักออกมา "นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายนะเว้ย! โซน B กำลังจะพัง มึงเป็นคนเซ็นแบบเอง ถ้าตึกถล่มคนแรกที่จะติดคุกหัวโตคือมึง! รู้ตัวบ้างไหมเนี่ยไอ้บ้าเอ๊ย!" แรงเขย่าของคนตัวเล็กไม่ได้ทำให้ธันวาสสะเทือนแม้แต่น้อย วิศวกรหนุ่มนิ่งให้เพื่อนสนิทของอีกฝ่ายยืนอึ้งตาค้างเป็นไก่ตาแตกอยู่ข้างหลัง สายตาคมกราบกิ่งก้านความดื้อรั้นบนใบหน้าหวานที่ตอนนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ จากความเครียดสะสม ธันวาเอื้อมมือมาจับข้อมือเรียวที่กำคอเสื้อของตนเองออกอย่างนุ่มนวล ทว่ามั่นคง แรงบีบที่อบอุ่นทำให้กฤษฏ์ชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีนิลที่นิ่งสงบแต่ลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง "เป็นห่วงฉันเหรอ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามแผ่วเบา ไร้ซึ่งแววประชดประชัน มีเพียงความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม กฤษฏ์ชะงักกึก เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง "ใคร... ใครเป็นห่วงมึง อย่าหลงตัวเองน่าวิศวกรประสาท! ฉันแค่กลัวว่าถ้ามึงติดคุกแล้วใครจะมาเป็นคนรับผิดชอบค่าแบบที่ค้างอยู่ต่างหากเล่า!" "ปากแข็งชะมัด..." ธันวาพึมพำเบาๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดหน่อยอย่างที่นานทีปีหนจะได้เห็น "ขอบคุณนะ... ที่กังวลเรื่องของฉัน" คำพูดง่ายๆ แต่จริงใจนั้นทำให้กฤษฏ์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาเบือนหน้าหนี หลบสายตาคมกราบที่มองมาอย่างลึกซึ้งเกินกว่าจะรับไหว ขณะที่แทนคุณที่ยืนเป็นอากาศธาตุมานานรีบกระแอมไอออกมาเสียงดัง "แฮ่ม! คือ... กูไม่อยากขัดจังหวะเวลาซึ้งนะพวกมึง แต่ตอนนี้ตีสองแล้ว และไอ้กระดาษใบนี่มันบอกว่าพรุ่งนี้เช้า... หมายถึงอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ทีมตรวจสอบของบริษัทแม่จะลงพื้นที่ตรวจโซน B แบบไม่แจ้งล่วงหน้า!" แทนคุณชูนาฬิกาข้อมือให้ดู ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงทันที กฤษฏ์หันขวับกลับมามองธันวาอีกครั้ง ความตึงเครียดกลับมาเกาะกุมหัวใจอีกรอบ "ถ้าพวกมันไปถึงก่อนที่เราจะเข้าไปเช็คสภาพจริง... มึงจบแน่ธัน" "งั้นก็ไม่ต้องนอนกันพอดี..." ธันวาถอนหายใจยาว พลางเอื้อมมือไปคว้าแจ็คเก็ตหนังสีดำที่พาดอยู่บนโซฟามาสวมทับอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกวาดมองสถาปนิกปากเก่งที่แต่งกายด้วยชุดนอนลายการ์ตูนน่ารัก "เปลี่ยนเสื้อผ้าซะ... เราต้องลงไปไซต์งานตอนนี้เลย" และนั่นคือจุดเริ่มต้นของค่ำคืนอันยาวนานที่พลิกผันชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน... --- สองชั่วโมงต่อมา ภายในห้องพักชั่วคราวบนไซต์งานก่อสร้างที่เงียบสงัดและอบอ้าว ฝนยามดึกเริ่มโปรยปรายลงมากระทบหลังคาสังกะสีเสียงดังเปาะแปะ กฤษฏ์ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงพับเหล็กเก่าๆ อย่างหมดแรง หลังจากที่พวกเขาเพิ่งกลับจากการปีนขึ้นไปตรวจสอบรอยร้าวที่โซน Bท่ามกลางความมืดและสายฝนจนเปียกปอนไปทั้งตัว ผลลัพธ์จากการตรวจสอบเบื้องต้นทำให้โล่งใจไปได้เปราะหนึ่ง—รอยร้าวที่ปรากฏในรายงานเป็นเพียงรอยฉาบปูนผิวเผินที่ถูกจงใจกรีดขึ้นเพื่อสร้างสถานการณ์ โครงสร้างหลักด้านในยังคงแข็งแรงปลอดภัยดี ไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่ในกระดาษขู่ไว้ แต่มันก็ชัดเจนแล้วว่ามี 'เกลือเป็นหนอน' คอยเล่นตลกอยู่เบื้องหลัง กฤษฏ์ถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นเสยผมนุ่มที่ชื้นเหงื่อและละอองฝนให้พ้นใบหน้า ร่างบางนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงแคบๆ ในชุดเสื้อผ้าสำรองตัวโคร่งที่ธันวาหามาให้เปลี่ยน ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงถาโถมเข้าใส่จนเปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง แอ๊ด... เสียงประตูห้องเปิดออกเบื้องต้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของธันวาที่เดินถือแก้วกาแฟอุ่นๆ สองแก้วเข้ามาในห้อง วิศวกรหนุ่มถอดเสื้อแจ็คเก็ตออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้อ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแผ่นอกและหัวไหล่หนาที่ชวนมอง ทว่าเจ้าตัวกลับมีสีหน้าเรียบเฉยตามเคย ธันวาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กข้างเตียง ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่นั่งห่อไหล่อยู่บนเตียงด้วยแววตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "ดื่มอะไรร้อนๆ หน่อย จะได้หายหนาว" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยบอก พร้อมยื่นแก้วกระดาษส่งให้ กฤษฏ์รับมาถือไว้ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านกระดาษ เขาก้มหน้าจิบนมช็อกโกแลตร้อนๆ ที่อีกฝ่ายชงมาให้โดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตา ความเงียบสงบภายในห้องที่มีเพียงเสียงฝนตกกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวมีความใกล้ชิดและเปราะบางอย่างประหลาด "ขอบคุณ..." กฤษฏ์พึมพำเบาๆ "อืม..." ธันวาตอบรับในลำคอ ร่างสูงไม่ได้เดินกลับไปที่โซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับทิ้งตัวลงนั่งลงบนเตียงพับอีกฝั่งหนึ่งอย่างถือวิสาสะ เตียงแคบๆ ยวบลงตามน้ำหนัก ทำเอาสถาปนิกหนุ่มสะดุ้งสุดตัว ขยับถอยหลังจนชิดผนังห้อง "นี่! ออกไปนอนโซฟาโน่นเลยนะ เตียงนี้มันแคบ จะมาเบียดทำไมเนี่ย" กฤษฏ์โวยวายเบาๆ พยายามขยับตัวหนี แต่พื้นที่จำกัดทำให้เขาไม่มีทางไป ธันวาไม่พูดเปล่า มือหนาเอื้อมไปฉุดข้อศอกบางให้ขยับเข้ามาใกล้โดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ก่อนที่ร่างสูงจะล้มตัวลงนอนหนุนหมอนใบเดียวกัน โดยมีร่างของกฤษฏ์นอนตัวเกร็งอยู่ข้างๆ "ดึกแล้ว... ง่วง ขี้เกียจลุก" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บริเวณต้นคอทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ไอ้... ไอ้บ้าธัน! ใครให้นอนเตียงเดียวกันเล่า ลุกขึ้นไปเลยนะ!" กฤษฏ์หน้าแดงก่ำ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ความใกล้ชิดที่แนบชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทำให้สติที่เหลืออยู่กระเจิงหายไปในพริบตา ธันวาไม่ยอมขยับ เขากลับพลิกตัวตะแคงเข้าหา ร่างหนาขยับเข้าไปใกล้จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังบาง ดวงตาสีนิลทอประกายลึกล้ำในความมืดที่สลัวราง มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟถนนด้านนอกที่สาดส่องผ่านกระจกเข้ามาสะท้อนใบหน้าคมคาย มือหนาเอื้อมขึ้นโอบเอวบางของคนปากเก่งไว้หลวมๆ รั้งให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนอย่างถือสิทธิ์ กฤษฏ์ตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลน หัวใจเต้นผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลังดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน "อยู่นิ่งๆ สิ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนกฤษฏ์สะท้านเฮือก "ตัวก็แค่นี้... ทำไมชอบทำตัวเก่งนักนะกฤษฏ์" "ฉัน... ฉันไม่ได้เก่ง..." กฤษฏ์พยายามเถียง แต่เสียงของตัวเองกลับสั่นพร่าและเบาหวิวไร้พลังอย่างน่าประหลาด "ปากแข็งชะมัด..." ธันวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปลายจมูกโด่งรั้นกดลงบนเส้นผมนุ่มของคนในอ้อมแขนอย่างเผลอตัว ความหอมสะอาดของแชมพูอ่อนๆ ลอยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่วิศวกรหนุ่มพยายามอดกลั้นมานานแรมเดือนให้ปะทุขึ้น ในความมืดสลัวของค่ำคืนที่ฝนยังคงโปรยปราย เสียงหัวใจของพวกเขาทั้งสองดวงเต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้คำบรรยาย ความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่างทำให้กฤษฏ์ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทว่า... ในวินาทีที่สถาปนิกหนุ่มกำลังจะเคลิ้มไปกับอ้อมกอดอันอบอุ่นที่แสนอันตรายนี้ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานที่วางอยู่มุมห้องก็แผดเสียงกริ่งแหลมสูงดังขึ้นทำลายความเงียบสงัดทันที! ธันวาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด สบถเบาๆ ในลำคอแล้วเอื้อมมือจะคว้าโทรศัพท์มากดตัดสาย แต่ทว่า... หน้าจดหมายเลขที่ปรากฏบนหน้าจอท่ามกลางความมืด กลับทำให้ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ... คือเบอร์โทรศัพท์ของคนที่ควรจะอยู่ที่ต่างประเทศ และเป็นคนเดียวกับที่กุมความลับทั้งหมดของโปรเจกต์นี้ไว้! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปพร้อมกับกฤษฏ์และธันวานะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%