“ถ้าคานนี้ถล่มลงมา หัวสถาปนิกปากดีอย่างนายคงเละเป็นโจ๊กเป็นคนแรก เตรียมทำพินัยกรรมไว้หรือยังกฤษฏ์”
เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนของธันวาดังขึ้นเหนือหัว กฤษฏ์ที่กำลังใช้คัตเตอร์กรีดพลาสติกคลุมฝุ่นออกแทบจะถลึงตาใส่ร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงเสาเหล็กอยู่ด้านหลัง หากไม่ติดว่าตอนนี้เขาต้องรับผิดชอบโปรเจกต์รีโนเวทตึกเก่าอายุหลายสิบปีนี่อยู่ เขาคงตอกกลับวิศวกรหน้านิ่งคนนี้ไปนานแล้ว
“แทนที่จะแช่งให้ผมตาย เอาเวลาไปตรวจโครงสร้างเหล็กในมือให้ดีก่อนเถอะคุณธันวา งานนี้พลาดขึ้นมา คนที่โดนสอบใบประกอบวิชาชีพไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกนะ” กฤษฏ์โต้กลับทันควัน มือบางขยับรื้อเศษปูนที่หลุดร่อนออกจากซอกผนังด้านในตึกอย่างระมัดระวัง
“หึ ปากเก่ง” ธันวาเค้นเสียงในลำคอ แต่เขาก็ยอมขยับตัวเข้ามาใกล้ กวาดสายตาคมกริบมองรอยร้าวบนคานเหล็กที่กฤษฏ์เพิ่งเผยให้เห็น
ขณะที่กฤษฏ์ใช้ไขควงเขี่ยเศษอิฐที่อุดช่องว่างระหว่างคานไม้กับผนังปูนออก แรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องจักรด้านนอกทำให้ผนังส่วนนั้นทรุดตัวลงเล็กน้อย ก้อนปูนก้อนหนึ่งร่วงลงมาใกล้เท้าของสถาปนิกหนุ่มจนเขาเสียหลักเซถอยหลัง
“ระวัง!”
วงแขนแกร่งของธันวาตวัดเข้าที่เอวบางของกฤษฏ์อย่างรวดเร็ว แรงดึงที่รุนแรงทำให้ร่างของทั้งคู่เซถลาไปปะทะกับโครงเหล็กที่ตั้งอยู่ด้านหลัง ทว่าในจังหวะที่กฤษฏ์กำลังจะเอ่ยปากด่าความซุ่มซ่ามของตัวเอง สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังซากปูนที่เพิ่งร่วงลงมา
นั่นคือกล่องไม้ผุพังที่ถูกหุ้มด้วยพลาสติกใสอย่างดี
“ธัน... ดูนั่น” กฤษฏ์ชี้มือไปที่ซอกมืดๆ ตรงมุมเพดานสูงที่พวกเขาเพิ่งปีนขึ้นมาสำรวจ
ธันวาขมวดคิ้ว มือที่ยังโอบเอวกฤษฏ์อยู่ไม่ได้ผละออก แต่กลับกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย “กล่องอะไร?”
“ไม่รู้สิ ดูเหมือนจะเป็นกล่องเวลา... ขึ้นไปดูกัน”
แม้จะปากดีแต่กฤษฏ์ก็รู้ว่าการจะปีนขึ้นไปในที่สูงท่ามกลางโครงสร้างที่ไม่มั่นคงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดี ธันวาถอนหายใจยาวก่อนจะส่งสายตาเชิงบังคับ “เกาะผมแน่นๆ อย่าให้ตกลงมาล่ะ ถ้าแขนหักผมไม่รับผิดชอบนะ”
กฤษฏ์พ่นลมหายใจอย่างหมั่นไส้ แต่ก็ยอมวางมือลงบนบ่ากว้างนั้น ธันวาก้าวขึ้นไปบนคานเหล็กอย่างมั่นคง สถาปนิกหนุ่มปีนตามขึ้นไปติดๆ ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้กลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ผสมกับกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ จากตัววิศวกรหนุ่มทำให้หัวใจของกฤษฏ์เต้นผิดจังหวะ
เมื่อถึงจุดที่กล่องวางอยู่ กฤษฏ์เอื้อมมือไปแตะมันเบาๆ แต่ทว่าจุดที่เขายืนอยู่นั้นดันเป็นส่วนที่พื้นปูนเปราะบางที่สุด เสียงลั่นของโครงสร้างดังขึ้นจนทั้งคู่ชะงัก
“เชี่ย!” กฤษฏ์สบถ
ธันวาไม่รอช้า เขาคว้าตัวกฤษฏ์เข้าหาตัวจนแผ่นหลังของร่างบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งเต็มแรง กล่องไม้ใบนั้นร่วงหล่นลงพื้นเบื้องล่าง แต่ธันวากลับล็อกตัวกฤษฏ์ไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม จังหวะที่ร่างของทั้งคู่เสียหลักร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วง แต่ด้วยความที่ธันวาไวกว่า เขาคว้าสายเคเบิลที่ยึดโครงสร้างเอาไว้ได้ทัน ร่างของทั้งคู่จึงห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศในสภาพที่กฤษฏ์ทับอยู่บนตัวของธันวา โดยมีแขนแกร่งโอบรัดเอวเขาไว้อย่างเหนียวแน่น
ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่ปะทะกัน กฤษฏ์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ในระยะใกล้เพียงลมหายใจกั้น เขามองเห็นแววตาซึนๆ ที่มักจะดุเขาอยู่เสมอ บัดนี้กลับฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด
“ปากเก่งนักใช่ไหม... เกือบตายแล้วไหมล่ะกฤษฏ์” ธันวากระซิบ เสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความใกล้ชิดที่เกินขีดจำกัด
กฤษฏ์เม้มริมฝีปากแน่น พยายามจะดิ้นให้หลุดจากสถานการณ์ล่อแหลมนี้ “ปล่อยก่อน... เดี๋ยวจะร่วงลงไปจริงๆ”
“ไม่ปล่อย” ธันวาพูดเสียงเรียบ แต่สายตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกฤษฏ์ “ถ้าผมปล่อย นายก็หล่นสิ”
“ก็... ก็คุณกอดแน่นเกินไปแล้วไง!” กฤษฏ์เถียง แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่
“กอดแน่นๆ แบบนี้แหละดีแล้ว เผื่อความปากดีของนายจะลดลงบ้าง” ธันวาพูดทิ้งท้าย ก่อนจะใช้จังหวะที่กฤษฏ์เผลอ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเฉียดกัน
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังมาคุและเต็มไปด้วยเคมีที่ชวนหวั่นไหว เสียงประตูตึกที่ถูกพังเข้ามาจากด้านล่างก็ดังก้องขึ้น ตามมาด้วยเสียงตะโกนของแทนคุณที่ดังทะลุเข้ามา
“ไอ้กฤษ! ไอ้ธัน! พวกมึงอยู่ไหนวะ! พิมพ์บอกว่าตึกนี้มีคนตาย... เฮ้ย! พวกมึงทำอะไรกันอยู่!”
ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว กฤษฏ์รีบผละออกจากอกของธันวาอย่างรวดเร็ว แต่ความซวยยังไม่จบสิ้น เมื่อเศษเหล็กที่พวกเขาสังเกตเห็นก่อนหน้านี้เกิดการถล่มลงมาเป็นวงกว้าง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนมองไม่เห็นทางออก
ธันวาคว้าข้อมือกฤษฏ์ไว้แน่นในความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบที่ข้างหู “อย่าปล่อยมือผม... ต่อให้ตึกนี้ถล่มลงมาทับ ก็อย่าคิดจะหนีไปไหนเด็ดขาด”
ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงโครงสร้างที่กำลังวิบัติ สิ่งที่กฤษฏ์รู้สึกได้มีเพียงแรงบีบจากฝ่ามือหนาที่ส่งผ่านความอบอุ่นมาให้ท่ามกลางความหนาวเหน็บของเศษซากปูนที่ร่วงหล่นลงมาไม่หยุดหย่อน
ความลับที่ถูกฝังไว้ในกล่องไม้ใบนั้นจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะ หรือเป็นกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงหัวใจของสองหนุ่มเข้าด้วยกันจนไม่อาจถอนตัวได้อีกต่อไป...
พุดดิ้งคาราเมลขอฝากตอนนี้ไว้ในใจรี้ดทุกคนด้วยนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะว่าท่ามกลางวิกฤตตึกถล่มครั้งนี้ หัวใจของสองหนุ่มจะเผลอสารภาพความรู้สึกอะไรออกมาอีกบ้าง!
สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 10
ความลับใต้ซากปูน
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!