สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 4

ฝนตก รถติด และคนกวนประสาท

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
เสียงฟ้าร้องคำรามก้องจนกระจกใสบานใหญ่ของตึกเก่าสั่นสะเทือน ตามมาด้วยเม็ดฝนขนาดใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปรานี ราวกับฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า กฤษฏ์สบถเบาๆ ในลำคอเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ทัศนียภาพภายนอกถูกม่านน้ำฝนหนาทึบกลืนหายไปจนหมดสิ้น แผนการที่จะกลับไปเคลียร์แบบร่างต่อที่ห้องพักเป็นอันต้องพับ Z-Out ทันที หนทางข้างหน้ามืดสนิทแถมรถติดมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย “ถ้ามองแรงใส่วิวข้างนอกแล้วฝนจะหยุดตก ผมคงทำไปนานแล้วล่ะครับคุณสถาปนิก” เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากมุมห้องโถง กฤษฏ์ตวัดสายตากลับไปมอง ธันวา หรือที่เขาแอบตั้งฉายาในใจว่า ‘หุ่นยนต์ติดล้อ’ กำลังยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นสมส่วนและเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับชายหนุ่มสุขภาพดี ขณะที่อีกฝ่ายกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับหยดน้ำตามไรผมชื้น ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ขนาดหัวยุ่งยังดูดีจนน่าหมั่นไส้ “ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ช่วยเอาสมองส่วนหน้าไปคิดเรื่องโครงสร้างคานรับน้ำหนักชั้นสองที่กำลังมีปัญหาดีกว่ามานั่งแซะผมนะกฤต” สถาปนิกหนุ่มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดนิดๆ แต่ดวงตากลมโตกลับพราวระยับด้วยความท้าทาย “เรียกชื่อผมซะเต็มเสียงเชียว คิดถึงผมเหรอครับ” ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจที่ทำเอากฤษฏ์อยากจะปาม้วนกระดาษไขใส่หน้าหล่อๆ นั่นสักที “เพ้อเจ้อ!” กฤษฏ์เชิดใส่ เดินเลี่ยงไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานชั่วคราวเพื่อตรวจเช็กแบบแปลนอีกรอบเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดท่ามกลางเสียงฝนตกหนักด้านนอก ทำให้บรรยากาศรอบตัวมันเงียบเกินไป... เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวผิดจังหวะ ตึกเก่าหลังนี้ถูกรีโนเวตให้เป็นคาเฟ่กึ่งแกลเลอรี ปัญหาคือโครงสร้างเดิมค่อนข้างทรุดโทรม การทำงานร่วมกันระหว่างสถาปนิกสายศิลป์ที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นศูนย์กลาง กับวิศวกรสายเคร่งระเบียบตัวพ่อ จึงไม่ต่างอะไรกับการเอาดินปืนมาจุดไฟใกล้กองฟาง “ดื้อรั้น” ธันวาพึมพำเบาๆ แต่กฤษฏ์ได้ยินชัดเจน “คุณว่าใครดื้อ!” “ก็คนที่กำลังทำหน้าเหมือนแมวหงุดหงิดตรงนั้นแหละครับ” วิศวกรหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเรื่อยๆ จนกฤษฏ์ต้องถอยหลังไปชนกับผนังปูนเย็นเยียบ กลิ่นกายสะอาดเจือจางผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส “ทำงานร่วมกันมาตั้งหลายสัปดาห์ เพิ่งรู้ว่าคุณเป็นคนละเอียดอ่อน... ทั้งเรื่องงานและเรื่องคน” ประโยคนั้นทำให้กฤษฏ์ชะงัก ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวสูงกว่าที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาของธันวาเวลานี้ไม่มีความกวนประสาทเจืออยู่เลย มันมีแต่ความลึกซึ้งบางอย่างที่ทำเอาสถาปนิกปากเก่งถึงกับพูดไม่ออก “มะ... หมายความว่ายังไง” เสียงของกฤษฏ์ขาดหายไปนิด “หมายความว่า... เลิกทำตัวเป็นเม่นใส่ผมสักทีได้ไหมครับ กฤษฏ์” ธันวาเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าทุกครั้ง ปลายนิ้วเรียวเอื้อมออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนของอีกฝ่ายออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาผิวเนื้อบริเวณที่ถูกแตะต้องร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก กฤษฏ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานได้อย่างรวดเร็วตอนนี้กลับขาวโพลน หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ครืน—! เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นพร้อมกับไฟในตึกที่ดับพรึบลงทันที ความมืดเข้าปกคลุมพื้นที่โดยรอบในเสี้ยววินาที มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าด้านนอกที่ส่องสว่างเข้ามาวูบวาบ “เฮ้ย!” กฤษฏ์อุทานด้วยความตกใจตามสัญชาตญาณ มือเรียวคว้าหมับเข้าที่เสื้อเชิ้ตของธันวาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ในความมืดมิดและเสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาด ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ธันวาไม่ได้ถอยหนี ตรงกันข้าม... วงแขนแข็งแรงกลับยกขึ้นโอบเอวบางของสถาปนิกหนุ่มไว้หลวมๆ เพื่อประคองไม่ให้ล้ม “กลัวความมืดเหรอครับ คุณสถาปนิกปากจัด” เสียงกระซิบพร่าพร่าดังอยู่ชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดต้นคอทำเอาขนลุกซู่ “เปล่าสักหน่อย... ใครกลัว” กฤษฏ์เถียงเสียงแข็ง แม้ว่ามือที่กำเสื้ออีกฝ่ายจะสั่นนิดๆ ก็ตาม “ปล่อยได้แล้วน่า ไฟดับแค่นี้เอง” “ไม่อยากปล่อยครับ...” ธันวาตอบเสียงทุ้มต่ำในลำคอ ฟังดูจริงจังจนกฤษฏ์ต้องเงยหน้าขึ้นมองในความสลัว “...โดยเฉพาะตอนที่รู้ว่าคุณไม่ได้ใจร้ายอย่างที่ปากพูด” ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาใกล้เรื่อยๆ จนกฤษฏ์สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของวิศวกรหนุ่ม หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก สติที่เคยมีกระเจิงหายไปหมด ระยะห่างระหว่างปากของพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ลมกั้น... แอด... เสียงประตูไม้หน้าตึกเปิดออกพร้อมกับลำแสงจากไฟฉายสาดส่องเข้ามา “คุณกฤตคะ! คุณธันวา! อยู่ข้างในกันหรือเปล่าคะ พอดีพิมพ์เอาของว่างมาส่ง— อุ๊ย!” เสียงใสของพิมพ์ชนกชะงักกึกทันทีเมื่อแสงไฟฉายกราดมาเจอภาพคนสองคนยืนกอดกันกลมดิกอยู่ในมุมมืด ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของพี่ธันวากับน้องกฤษฏ์ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%