"นี่คุณธันวา! สมองวิศวกรของคุณมันมีปัญหาเรื่องการตีความภาษาไทย หรือแค่ตั้งใจกวนประสาทฉันกันแน่คะ?"
เสียงแหลมใสของกฤษฏ์ดังลั่นออฟฟิศชั่วคราวกลางไซต์งาน แรงกระแทกของโทรศัพท์มือถือที่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียง 'ปัง' ดังสนั่นดึงความสนใจจากคนในห้องให้หันมามองเป็นตาเดียว ทว่าเจ้าของชื่อกลับนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานของตนด้วยท่าทีนิ่งสงบผิดปกติ
ธันวาปรายตามองหน้าจอแล็ปท็อปที่เปิดค้างหน้าโปรแกรมออกแบบโครงสร้างไว้ มือหนาเคาะปากกาลูกลื่นลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวเล็กกว่าที่ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแฝงประกายท้าทายที่คนมองแทบจะกระอักเลือด
"ผมก็แค่ทำตามหลักการกระจายน้ำหนัก... หรือสถาปนิกแถวนี้ลืมวิชา Statics ไปหมดแล้ว?" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบนั้นฟังดูน่าหมั่นไส้ยิ่งกว่าคำด่าทอเสียอีก
"หลักการบ้าบออะไรล่ะ! คานที่ฉันออกแบบไว้มันถูกหลัก Aesthetics และฟังก์ชันการใช้งานแล้ว แต่ที่คุณแก้เนี่ย มันทำให้ Space ของห้องนั่งเล่นเพดานเตี้ยลงไปตั้งสิบเซนติเมตร คุณจะให้ลูกค้าเดินชนเพดานหรือไงคะ!"
กฤษฏ์โน้มตัวลงไปเท้าแขนกับโต๊ะ จ้องตาอีกฝ่ายเขม็ง ปากอิ่มขยับเถียงฉอดๆ โดยไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร ในขณะที่ธันวาลอบยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็นนอกจากเจ้าตัว
'นั่นแหละ... ยอมโทรมาหาผมแล้ว'
ตลอดสามชั่วโมงที่ผ่านมา ธันวานั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเหม่อลอย ความคิดไม่ได้อยู่ที่การคำนวณโครงสร้าง แต่หัวใจมันร่ำร้องอยากเห็นท่าทางเหวี่ยงวีนที่ดูมีชีวิตชีวาของสถาปนิกปากจัดคนนี้มากกว่า เขาถึงได้จงใจปรับแก้โครงสร้างจุดเล็กน้อยในแบบที่เขารู้ดีว่ากฤษฏ์ต้องทนไม่ไหวจนต้องบุกมาหาเขาถึงที่นี่
"มันเป็นเรื่องของความปลอดภัย" ธันวาตอบเสียงเย็นพลางเลื่อนหน้าจอให้กฤษฏ์ดูตัวเลขที่เขาคำนวณขึ้นมาใหม่ "หรือถ้าคุณมั่นใจนัก ก็เซ็นรับรองแบบตัวนี้ส่งให้ผมเลยสิ ถ้าตึกถล่มลงมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมจะเป็นคนแบกกระสอบทรายไปช่วยขุดร่างคุณเอง"
"ธันวา! คุณนี่มัน..." กฤษฏ์หน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะอาย แต่เพราะความโกรธที่พุ่งปรี๊ดจนแทบจะคว้าไม้บรรทัดเหล็กฟาดหัวคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทนคุณที่นั่งอยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับ เขาเห็นเคมีประหลาดๆ ของคนสองคนนี้มาสักพักแล้ว 'วิศวกรซึนเดเระกับสถาปนิกปากเก่ง' มันไม่ใช่แค่การทำงานร่วมกัน แต่มันคือสนามรบทางอารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดราวาศอกให้กันเลยแม้แต่นิด
"โอเคๆ ใจเย็นๆ ทั้งคู่เลยครับ" แทนคุณลุกขึ้นยืนแล้วแทรกตัวเข้ามาคั่นกลาง "คุณกฤษฏ์ครับ ไหนลองเปิดใจดูหน้ากระดาษที่ธันมันทำมาให้ดูอีกรอบซิ บางทีอาจจะมีจุดที่ปรับเข้าหากันได้นะ"
กฤษฏ์สะบัดหน้าหนีอย่างหัวเสีย แต่ก็ยังยอมลดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ ธันวาอย่างเสียไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นเหล็กแบบผู้ชายของธันวาลอยแตะจมูก ทำให้กฤษฏ์ต้องขยับตัวถอยห่างออกมาเล็กน้อยเพื่อตั้งหลัก
ธันวาฉวยโอกาสนั้นขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนาเอื้อมไปเลื่อนเมาส์เพื่อชี้จุดที่เขากังวล ระยะห่างของทั้งสองลดน้อยลงจนกฤษฏ์รู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย
"ตรงนี้... ถ้าเราเพิ่มเสาหลบมุมเข้าไปแบบนี้ จะทำให้คุณรักษาเพดานที่ต้องการได้ไหม?" ธันวาแกล้งถามพลางก้มลงมาจนชิดใบหูของกฤษฏ์ ลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนต้นคอขาวจนคนฟังใจสั่นระรัว
กฤษฏ์ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบตั้งสติแล้วเบี่ยงตัวหนี "ก็ได้... ถ้าแก้เป็นเสาฝังผนังแบบนี้ ก็น่าจะพอรับได้"
"เห็นไหมล่ะ" ธันวาหมุนเก้าอี้กลับมาสบตาอีกฝ่ายตรงๆ คราวนี้แววตาของเขาไม่ได้ราบเรียบเหมือนตอนแรก แต่มันมีความนัยบางอย่างซ่อนอยู่ "ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ ก็ให้โทรมาถามผมตรงๆ แบบนี้อีกนะ... ผมยินดีตอบเสมอ"
กฤษฏ์ขมวดคิ้ว ปากเตรียมจะสวนกลับว่า *'ฉันไม่ได้อยากโทรหาคุณหรอกนะ!'* แต่ก่อนที่คำพูดนั้นจะหลุดออกมา เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของออฟฟิศก็เปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวที่คุ้นตา
พิมพ์ชนกเดินนวยนาดเข้ามาด้วยชุดเดรสดีไซน์เก๋ไก๋ เธอยิ้มกว้างก่อนจะปรี่เข้ามาหากฤษฏ์ที่ยังนั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้ข้างธันวา
"คุณกฤษฏ์ขา! พิมพ์มีเรื่องด่วนจะปรึกษาเรื่องดีไซน์ห้องนั่งเล่นชั้นบนหน่อยค่ะ เอ๊ะ... แล้วคุณธันวาอยู่ด้วยพอดีเลย ดีเลยค่ะ พิมพ์ตัดสินใจได้แล้วว่าอยากจะเปลี่ยนผนังเป็นกระจกบานใหญ่ทั้งแถบ ไม่ทราบว่าโครงสร้างจะรองรับไหมคะ?"
กฤษฏ์ลุกขึ้นยืนทันทีอย่างโล่งอกที่ได้หลุดพ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัด แต่เขากลับรู้สึกเหมือนมีสายตาของใครบางคนจ้องมองทะลุหลังอยู่ตลอดเวลา
ธันวาไม่ได้ตอบรับพิมพ์ชนกในทันที เขากลับมองสบตากับกฤษฏ์ที่กำลังจะเดินเลี่ยงออกไป พลางเอ่ยประโยคที่ทำให้กฤษฏ์ต้องหยุดกึกอยู่กับที่
"เรื่องโครงสร้างกระจกน่ะหรอครับ..." ธันวากระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตายังคงจับจ้องไปที่กฤษฏ์ไม่วางตา "ถ้าสถาปนิกคนนี้รับปากว่าจะอยู่คุมงานด้วยทุกวัน... ผมก็พร้อมจะแก้แบบให้ตามใจครับ"
กฤษฏ์หันกลับมามองคนพูดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความสับสน ในขณะที่บรรยากาศในห้องเริ่มคุกรุ่นไปด้วยความประหลาดใจจากคนรอบข้าง... แผนซ้อนแผนที่ธันวาวางไว้ ดูเหมือนจะไม่ได้จบลงแค่เรื่องงานเสียแล้ว
พุดดิ้งคาราเมลหวังว่าตอนที่ 6 นี้จะทำให้รี้ดทุกคนใจสั่นไปพร้อมๆ กับความซึนของพี่ธันและท่าทีปากเก่งของกฤษฏ์นะคะ แล้วมาลุ้นกันค่ะว่าความสัมพันธ์นี้จะพุ่งไปทิศทางไหน!
สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 6
แผนซ้อนแผนของนายวิศวะ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!