สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 12

คำชมที่หลุดปาก

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
กลิ่นอายฝุ่นปูนและกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บอุปกรณ์ใต้บันไดไซต์งานยังคงอวลอยู่รอบตัว ทว่าสิ่งที่ร้อนระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ กลับเป็นระยะห่างระหว่างปลายจมูกของพวกเขาสองคนที่แทบจะชนกันอยู่รอมร่อ กฤษฏ์กลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก สถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้รับเหมาจอมเขี้ยวหรือปัญหาหน้างานที่แก้ไม่ตกขนาดไหน แต่ในวินาทีนี้... เมื่อแผ่นหลังของเขาแนบสนิทอยู่กับชั้นวางเหล็กเย็นเฉียบ และเบื้องหน้าคือร่างสูงของวิศวกรโครงสร้างหน้านิ่งที่ใช้แขนข้างหนึ่งกั้นขอบชั้นไว้เพื่อกักตัวเขาให้อยู่ในอาณัติ กฤษฏ์ก็พลิ่งเผลอสูญเสียความมั่นใจไปชั่วขณะ "ถอยไปเลยนะธันวา นายจะมาแกล้งบ้าอะไรตอนนี้ ไซต์งานข้างนอกยังวุ่นวายไม่เลิกเลยนะ" กฤษฏ์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความแข็งกร้าวกลับคืนมาพร้อมกับใช้มือดันแผงอกอีกฝ่ายเอาไว้ แม้เนื้อผ้าเชิ้ตทำงานจะกั้นกลาง แต่ความอุ่นร้อนจากกล้ามเนื้อภายใต้ร่มผ้านั้นกลับส่งผ่านฝ่ามือจนเขาต้องรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน ธันวาไม่ยอมขยับ เขาก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่พยายามเชิดหน้าสู้ สายตาคมกริบไล่ตั้งแต่กรอบหน้าคมคาย ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ ไปจนถึงใบหูขึ้นสีแดงเรื่อที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้เรือนผมสีเข้ม สายตาคู่นั้นไม่ได้ดุดันอย่างเคย แต่กลับฉายแววความเอ็นดูผสมความดื้อรั้นบางอย่างที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ "ใครบอกว่าฉันแกล้ง" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ ราบเรียบแต่น่าฟัง "ฉันแค่กำลังทบทวนคำพูดของนายเมื่อกี้... ที่บอกว่าแบบแปลนโครงสร้างส่วนต่อขยายปีกขวานั่น ฉันเป็นคนคำนวณสัดส่วนให้มันลงตัวกับดีไซน์ประหลาดๆ ของนายเองไม่ใช่เหรอ" "ก็มันเรื่องจริงนี่! นายคำนวณโครงสร้างได้เป๊ะจนฉันเกือบหาข้อติไม่ได้... เออ น่าหงุดหงิดชะมัด" กฤษฏ์หลุดปากยอมรับออกไปตามตรงอย่างขัดใจ เพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่แท้ๆ แต่สมองเจ้ากรรมดันซื่อตรงกว่าปาก ธันวาชะงักไปนิด ประกายตาไหววับขึ้นครู่หนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาท แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาสถาปนิกปากเก่งถึงกับลมหายใจสะดุด "ปากดีแบบนี้... แต่พอยอมรับความจริงแล้วน่ารักดีนี่" "ใครน่ารัก! พูดจาทุเรศ..." คำต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกดังลั่นมาจากด้านนอกห้องเก็บอุปกรณ์ "ไอ้กฤต! ไอ้ธัน! อยู่ข้างในนี้หรือเปล่าวะ ไคล์เอนต์กับยัยพิมพ์ยืนรออยู่ที่ห้องประชุมชั่วคราวโน่นแล้ว บอกว่าจะขอปรับเปลี่ยนสเปกวัสดุกะทันหัน รีบออกไปเคลียร์ด่วนเลย!" เสียงของแทนคุณดังแว่วเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงเคาะประตูปึงปัง ธันวาถอนหายใจเบาๆ อย่างนึกเสียดาย เขายอมผละร่างออกห่าง ปล่อยให้กฤษฏ์เป็นอิสระ แต่ก่อนจะหันหลังเดินไปเปิดประตู วิศวกรหนุ่มกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "ยกนี้ฉันยอมปล่อยไปก่อน... แต่เรื่องคำชมเมื่อกี้ เก็บไว้ทวงคืนทีหลังนะสถาปนิก" "ใครจะให้ทวง หน้าไม่อาย!" กฤษฏ์แหวใส่ตามหลัง พảngยกมือขึ้นกุมแก้วหูที่ร้อนผ่าวของตัวเอง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอายจนอยากจะเอาหัวโขกชั้นเหล็กให้รู้แล้วรู้รอด สิบนาทีต่อมา ณ ห้องประชุมชั่วคราวโครงสร้างเหล็กชั่วคราว บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดเล็กน้อย เมื่อพิมพ์ชนกในฐานะตัวแทนเจ้าของโปรเจกต์กำลังยืนกางแปลนชุดใหญ่ พร้อมกับชายวัยกลางคนสวมสูทเนี๊ยบซึ่งเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของโครงการยืนประกบข้าง "คืออย่างนี้นะคะคุณกฤษฏ์ คุณธันวา ทางบอร์ดบริหารอยากให้ปรับลดงบประมาณในส่วนของระเบียงกระจกด้านทิศตะวันตกออก แล้วเปลี่ยนเป็นระเบียงทึบแบบปูนเปลือยแทน เพื่อความปลอดภัยและคุมงบ" พิมพ์ชนกอธิบายสีหน้าเกรงใจ เพราะรู้ดีว่าสถาปนิกมักหวงผลงานการออกแบบของตัวเองแค่ไหน กฤษฏ์ที่เพิ่งเดินตามธันวาเข้ามาในห้อง สีหน้าตึงขึ้นทันที ดวงตาคมกวาดมองแปลนบนโต๊ะก่อนจะสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเฉียบคม "ถ้าเปลี่ยนเป็นปูนทึบ ดีไซน์ทั้งหมดที่ออกแบบให้รับแสงธรรมชาติช่วงเย็นจะพังทันทีครับคุณพิมพ์ ความโปร่งโล่งที่เป็นจุดขายของตึกเก่ารีโนเวทนี้จะหายไปกลายเป็นตึกทึบตันอึดอัดทันที ซึ่งในฐานะสถาปนิก ผมไม่เห็นด้วยเด็ดขาด" ที่ปรึกษาอาวุโสขมวดคิ้ว "แต่เรื่องงบประมาณและความคุ้มค่าทางวิศวกรรม..." "เรื่องงบประมาณผมคำนวณเผื่อไว้ในส่วนอื่นแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องมาลดทอนสุนทรียภาพตรงจุดนี้" กฤษฏ์เถียงกลับทันควัน ไม่ยอมลดละแม้แต่น้าวเดียว บรรยากาศเริ่มมาคุ พิมพ์ชนกส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาทางฝั่งวิศวกรหนุ่มที่ยืนเงียบมานาน ธันวายังคงตีหน้านิ่ง แววตาเรียบเฉยจนคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ เขากวาดตามองแปลนร่างคร่าวๆ สลับกับใบหน้าด้านข้างของกฤษฏ์ที่กำลังดื้อตาใสเถียงฉอดๆ เพื่อปกป้องงานออกแบบชิ้นเอกของตัวเอง มือหนายกขึ้นกอดอก ดวงตาคมกวาดมองทุกคนในห้องด้วยความมั่นใจ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเอื้อnเอ่ยคำพูดที่ทำเอาทุกคนในห้อง รวมถึงตัวกฤษฏ์เองถึงกับนิ่งค้าง "ผมเห็นด้วยกับสถาปนิกครับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาหันขวับไปมองวิศวกรหนุ่มเป็นตาเดียว พิมพ์ชนกอ้าปากค้างเล็กน้อย ขณะที่ที่ปรึกษาอาวุโสทำหน้าเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ ธันวาไม่สนใจสายตาใคร เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองคนข้างตัวที่ยืนอึ้งตาค้างอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นทรงพลัง "เหตุผลที่สถาปนิกกฤษฏ์ออกแบบระเบียงกระจกตรงนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามตามอารมณ์ศิลปินอย่างที่ใครเข้าใจ แต่จากการคำนวณโครงสร้างรับแรงลมและการกระจายน้ำหนักของผม... แปลนชุดนี้ถูกคำนวณมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้วเพื่อรองรับกระจกนิรภัยพิเศษ น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทาน ซึ่งถ้าเปลี่ยนเป็นปูนตามที่ท่านเสนอ กลับจะทำให้โครงสร้างฐานรากเดิมรับภาระเพิ่มขึ้นและเสียงบประมาณในการเสริมคานเหล็กใต้ดินมากกว่าเดิมเสียอีก" วิศวกรหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตาคมกริบมองสถาปนิกปากเก่งที่ตอนนี้หันมามองเขาด้วยแววตาโตขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ก่อนจะทิ้งหมัดฮุกสุดท้ายที่ทำเอาคนฟังถึงกับทำตัวไม่ถูก "พูดง่ายๆ คือ... ผลงานการออกแบบชิ้นนี้ของเขา ทั้งคมคาย แม่นยำ และไร้ที่ติในเชิงวิศวกรรมจนผมเองยังต้องยอมรับฝีมือ... ถ้าดันทุรังจะเปลี่ยนตามใจชอบ ผมเกรงว่าความไร้รสนิยมจะไปทำลายความอัจฉริยะของงานชิ้นนี้เปล่าๆ ครับ" สิ้นคำพูดนั้น ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงัดชั่วขณะ พิมพ์ชนกแอบเอามือปิดปากกลั้นยิ้มกริ่มเมื่อเหลือบไปเห็นใบเนียนของกฤษฏ์ที่บัดนี้ขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหูอย่างรวดเร็ว คำชม... ธันวาเพิ่งจะชมเขาต่อหน้าบอร์ดบริหารและคนในไซต์งานแบบโต้งๆ แถมยังเป็นการชมด้วยความจริงจังที่เต็มไปด้วยความปกป้องและเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างเต็มเปี่ยม กฤษฏ์รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ สมองที่เคยแล่นฉิวนึกคำเถียงกลับตันสนิท ทำได้เพียงยืนกะพริบตาปริบๆ หันไปมองหน้าวิศวกรหนุ่มที่ยืนตีหน้านิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแววตาพราวระยับคู่นั้นกลับกำลังฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังแอบสะใจกับอาการไปไม่เป็นของเขามากแค่ไหน ไอ้คนบ้าเอ๊ย... อยู่ดีๆ มาพูดจาแบบนี้ใครจะไปตั้งตัวทันวะ! ทว่า ในจังหวะที่กฤษฏ์กำลังจะอ้าปากตอกกลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอزانที่กำลังแผดเผาใบหน้า เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของธันวาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นนั้นทันที ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาเรียบนิ่งเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีอย่างกะทันหัน เขากดรับสายด้วยสีหน้าจริงจัง ฟังคู่สนทนาเพียงไม่กี่คำก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม "มีเรื่องใหญ่ที่หน้างานโซน C แล้วครับ... เครนยกแผ่นปูนเกิดขัดข้อง ระบบไฮดรอลิกมีปัญหา คนงานติดอยู่ด้านบน!" ประโยคสั้นๆ นั้นกระชากบรรยากาศทั้งหมดในห้องให้ดิ่งวูบลงสู่ความตึงเครียดระดับวิกฤต กฤษฏ์ทิ้งความเขินอายเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณสถาปนิกหน้างานพุ่งพล่านขึ้นมาทันที ธันวารวบรวมสติ หันขวับมามองสถาปนิกคู่กัดที่ตอนนี้แววตาฉายความกังวลไม่แพ้กัน มือหนาเอื้อมคว้าข้อมือเรียวของกฤษฏ์ไว้แน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ "ตามฉันมา... ทางนี้!" พุดดิ้งคาราเมลขอฝากตอนนี้ไว้ในใจรี้ดทุกคนด้วยนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะว่าท่ามกลางวิกฤตหน้างานโซน C ที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย สถาปนิกปากเก่งและวิศวกรหนุ่มสายซึนจะร่วมมือกันฝ่าฟันอันตรายครั้งนี้ไปได้อย่างไร!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%