"บอกว่าไม่ไปไง เลิกยื้อสักทีไอ้คุณแทน!"
เสียงโวยวายของกฤษฏ์ดังแข่งกับเสียงเพลงบีทหนักหน่วงที่หลุดลอดออกมาจากผับกึ่งบาร์สไตล์ลอฟท์ย่านทองหล่อ สถาปนิกหนุ่มหน้าหวานกำลังยื้อยุดอยู่กับเพื่อนสนิทตัวดีที่ลากเขาฝ่าฝ่าฝูงชนเข้ามาจนถึงโต๊ะโซฟาหนังสีเข้มมุมอับสายตา หลังจากผ่านพ้นสัปดาห์นรกแตกที่โซน C ของโปรเจกต์ตึกเก่าเกือบพังครืนลงมาคามือ แทนคุณก็ประกาศิตกร้าวทันทีว่านี่คือเวลาแห่งการ 'ละลายพฤติกรรม' และชดเชยความเครียด
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมาเที่ยว... ปัญหาคือไอ้คนหน้ามึนที่นั่งไขว่ห้างจิบวิскиโซดาอยู่ริมสุดของโซฟาต่างหาก!
ธันวาในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแข็งแรงตามแบบฉบับวิศวกรโครงสร้าง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างของกฤษฏ์ที่ถูกลากเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่มุมปากหยักนั้นกลับกระตุกยิ้มเยาะอย่างน่าหมั่นไส้
"นึกว่าป๊อด หนีกลับคอนโดไปนอนซะแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เจือแววเย้าแหย่ที่ทำเอาสถาปนิกปากเก่งของเรารู้สึกเหมือนมีไฟมาสุมอยู่ที่อก
"ปากแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าทักทายค่ะคุณวิศวกร เรียกว่าหาเรื่อง" กฤษฏ์สะบัดแขนหลุดจากการเกาะกุมของแทนคุณ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามโดยเว้นระยะห่างให้มากที่สุด ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตรงข้ามวงใหญ่ "ฉันจะกลับหรือจะอยู่ ก็ไม่เคยเดือดร้อนโควตาออกซิเจนของนายหรอกนะ"
"เปล่าเดือดร้อนเรื่องออกซิเจน..." ธันวาปวางแก้วในมือลงช้าๆ สายตาคมกริบเคลื่อนต่ำลงสำรวจชุดยีนส์เข้ารูปของคนตรงข้ามแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรงๆ "แค่เปลืองตัวเปลืองแรงเวลาต้องมาตามเช็ดตามล้างตอนเมาแอ๋ต่างหาก"
"ใครเมา! เมื่อกี้ฉันยังไม่ได้แตะสักหยด!" กฤษฏ์แยกเขี้ยวใส่ทันที ความหงุดหงิดสะสมจากหน้างานสัปดาห์นี้ถูกจุดชนวนขึ้นง่ายดายเหลือเกินเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้
แทนคุณที่ยืนมองเกมจิตวิทยาขนาดย่อมระหว่างเพื่อนสนิทกับรุ่นพี่หนุ่มสายซึนถึงกับหัวเราะร่วน รีบทรุดตัวลงนั่งตรงกลางทำตัวเป็นกรรมการกึ่งกองเชียร์ "เอาน่าๆ เลิกเปิดศึกกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มเคนะพวกนาย สัปดาห์นี้พวกเราเหนื่อยกันมามาก โซน C เกือบได้กลายเป็นสุสานสถาปนิกกับวิศวกรอยู่รำๆ เพราะฉะนั้น... คืนนี้ งดเรื่องงาน ดื่มให้ตับพังกันไปข้าง!"
พูดจบ แทนคุณก็โบกมือเรียกเด็กเสิร์ฟให้จัดเซ็ตช็อตเทเกลือและมะนาวมาวางตรงกลางโต๊ะทันที พร้อมกับรินเทปิโตรเลียมเหลวสีอำพันลงในแก้วของทุกคน
บรรยากาศรอบตัวอلبอวลไปด้วยกลิ่นอายของความอึมครึมที่เคลือบด้วยความท้าทาย ธันวาไม่ได้เอ่ยอะไรอีกนอกจากหยิบแก้วช็อตของตัวเองขึ้นมาหมุนวนไปมา ปล่อยให้ดวงตาคมปลาบจับจ้องปฏิกิริยาของกฤษฏ์ที่ไม่ยอมละสายตาหนีเช่นกัน มันคือการประลองกันเงียบๆ โดยมีแอลกอฮอล์เป็นสื่อกลาง
"อะไraวะ มองหน้ากันแบบนี้ ระวังจะรักกันโดยไม่รู้ตัวนะเว้ย" แทนคุณหัวเราะร่วน ชงมุกแซวตามประสาคนปากไว
"หุบปากไปเลยไอ้แทน!" กฤษฏ์หันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิท ก่อนจะคว้าแก้วช็อตขึ้นมาถือไว้ด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ "ใครจะไปรักคนปากหมาแบบนี้... ชน! เคลียร์กันให้จบๆ ไปเลยคืนนี้"
*กริ๊ง!*
แก้วทั้งสามใบกระทบกันกลางโต๊ะ กฤษฏ์กระดกของเหลวสีอำพันเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว ความร้อนผ่าววิ่งพล่านลงคอจนต้องซีปากพรูลมหายใจออกมาทางปาก แต่นั่นยังไม่สาสำใจเท่าสายตาของธันวาที่มองมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด
เกมการดวลเหล้าเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบแต่ดุเดือด แทนคุณทำหน้าที่เป็นตัวชงชั้นดี คอยหยิบจับนู่นนี่นั่นสลับกับการแซวให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดจนเกินไป แต่ยิ่งดื่มมากเท่าไหร่ แอลกอฮอล์ที่เริ่มออกฤทธิ์ก็ยิ่งทำให้ปราการป้องกันตัวของสถาปนิกหนุ่มลดระดับลง
ผ่านไปเกือบชั่วโมง กฤษฏ์เริ่มรู้สึกว่าโลกเอียงเล็กน้อย ใบหน้าเนียนใสเริ่มมีเลือดฝาดแดงเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำเล็กน้อยจากการฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่วาจายังคงคมกริบไม่เปลี่ยน
"นี่... ธันวา" กฤษฏ์วางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังปัง จนคนถูกเรียกเลิกคิ้วมอง "นายเกลียดฉันขนาดนั้นเลยเหรอวะ ถึงได้คอยตามขัดขาฉันทุกครั้งเวลาประชุมแบบนั้น"
คำถามที่พุ่งตรงไม่อ้อมค้อมทำให้แทนคุณที่กำลังเคี้ยวถั่วลิสงถึงกับสำลัก ต้องรีบคว้าทิชชูมาเช็ดปากแล้วทำทีเป็นมองนู่นมองนี่ เลี่ยงการเป็นก้างขวางคอ
ธันวาชะงักไปนิด ดวงตาสีนิลเข้มขึ้นยามมองใบหน้าแดงก่ำของคนตรงข้าม เขาเอนหลังพิงพนักโซฟา ยกขาขึ้นไขว่ห้าง ปล่อยให้ความเงียบสั้นๆ เข้าปกคลุมก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
"ใครบอกว่าเกลียด"
"ก็หน้านายมันฟ้อง... ทำหน้าเหมือนอยากจะจับฉันโยนลงมาจากตึกโซน C ทุกครั้งที่เสนอแบบแปลน" กฤษฏ์แค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้นเพื่อกดดัน "ปากก็บอกว่าแบบฉันมันใช้งานจริงไม่ได้ โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหว แต่ลับหลังนายกลับนั่งแก้สคริปต์คำนวณใหม่ให้ฉันจนถึงตีสาม... คิดว่าฉันไม่รู้เหรอ?"
ธันวาชะงักไปชั่ววินาที แววตาไหววูบไปชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งตามเดิม เขาสบตากับคนเมาที่จ้องมาด้วยความเท่าทัน ไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย
"รู้ดีนักนะ" ธันวาแค่นเสียงในลำคอ ขยับตัวโน้มเข้าไปใกล้ฝั่งตรงข้ามบ้าง ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนกฤษฏ์ได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากตัวอีกฝ่าย "ถ้าไม่แก้ให้... ป่านนี้สถาปนิกปากเก่งแถวนี้คงโดนคานเหล็กหล่นทับหัวตายคาไซท์งานไปนานแล้ว ฉันแค่ไม่อยากเสียเวลามาหาคนเขียนแบบใหม่ก็เท่านั้น"
"ปากแข็ง..." กฤษฏ์พึมพำเสียงเบา ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด ร่างกายที่เริ่มไร้การควบคุมทำให้เขาเผลoเซไปข้างหน้าเล็กน้อย จนมือหนาของธันวาต้องยื่นออกไปคว้าข้อศอกเรียวไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ล้มคว่ำลงไป
สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่กุมรอบข้อศอกทำเอากฤษฏ์สะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำจนไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะสัมผัสนั้นกันแน่ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับวิศวกรหนุ่มที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้จนสัมผัสได้
"ปล่อยน่า..." กฤษฏ์พึมพำประท้วงเสียงแผ่ว ความซ่าหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก
"ถ้าไม่ปล่อย... จะทำไมล่ะครับคุณสถาปนิก" ธันวาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตอย่างมีความหมาย ซ่อนความคลั่งรักไว้ภายใต้หน้ากากความซึนได้อย่างแนบเนียน... หรือเกือบแนบเนียน
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มให้เงียบลง ท่ามกลางเสียงเพลงบีทหนักหน่วงที่ดังอยู่รอบนอก โลกของคนทั้งคู่เหลือเพียงแค่สายตาที่ประสานกันอย่างมีความนัย
แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของกฤษฏ์กำลังเต้นผิดจังหวะและเตรียมจะเอ่ยประโยคแซ่บๆ กลับไปเพื่อกู้หน้า เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของแทนคุณก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ ทำลายโมเมนต์ฟินจิกหมอนนั้นลงทันที
แทนคุณหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความเพียงแวบเดียว ใบหน้าที่กำลังเคลิ้มๆ กับบรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทและรุ่นพี่หนุ่มสลับกันไปมา
"เฮ้ย... กฤต! ธัน!" แทนคุณร้องเสียงหลง หน้าตาตื่นตระหนกจนกฤษฏ์ต้องผละออกจากอ้อมแขนของธันวาด้วยความงุนงง
"อะไรของนายวะไอ้แทน หน้าซียังกับเจอผี" กฤษฏ์ขมวดคิ้วถาม ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ
"ไม่ใช่ผี... แต่เป็นพิมพ์ชนก!" แทนคุณชูหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้ทั้งคู่ดู ข้อความไลน์ล่าสุดจากเจ้าของโปรเจกต์ตึกเก่าส่งตรงมาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน พร้อมรูปถ่ายหน้าไซต์งานโซน C ที่กำลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
*ภาพถ่ายโชว์รอยร้าวขนาดใหญ่ที่พาดผ่านผนังปูนเปลือย พร้อมข้อความสั้นๆ แต่เฉียบคมว่า:*
**"พวกคุณช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมคะ... ว่าทำไมโซน C ถึงกำลังทรุดตัวลงอีกรอบ ทั้งที่เพิ่งค้ำยันเสร็จไปเมื่อเย็นนี้!"**
ดวงตากลมโตของกฤษฏ์เบิกกว้างขึ้นทันที ความมึนเมาหายเป็นปลิดทิ้ง ขณะที่ธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคายฉายแววดุดันและเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีทันใด วิศวกรหนุ่มหันมาสบตากับสถาปนิกปากเก่งที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดไม่แพ้กัน
วิกฤตหน้างานรอบใหม่กำลังรอพวกเขาอยู่... และมันไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไปแล้ว
--------------------------------------------------
พุดดิ้งคาราเมลขอฝากตอนที่ 13 นี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจรี้ดทุกคนด้วยนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะว่าศึกวิกฤตหน้างานครั้งนี้จะดึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้พุ่งทะยานไปถึงจุดไหน!
สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 13
คืนวันศุกร์ที่ไม่สงบ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!