กลิ่นอายฝุ่นปูนและกลิ่นชื้นของโครงสร้างคอนกรีตเก่าในไซต์งานช่วงเย็นย่ำ ให้ความรู้สึกอึดอัดชอบกล กฤษฏ์ยืนกอดอกพิงเสาต้นใหญ่ สายตาดุคมกริบมองร่างสูงของวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังก้มๆ เงยๆ ตรวจสอบรอยร้าวบนคานเหล็กด้วยความหงุดหงิดปนหมั่นไส้ ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อตอนกลางวันที่เขาเถียงเรื่ององศารอยต่อคานกับอีกฝ่าย ธันวาก็เอาแต่ตีหน้ามึนใส่ ทำตัวเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกแถมยังปากหนักจนน่าเอาคัตเตอร์กรีดปากเล่นสักที
"ถ้าจะยืนจ้องผมจนพรุนขนาดนั้น สู้เดินเข้ามาหาเรื่องกันตรงๆ เลยดีกว่าไหมครับ คุณสถาปนิก"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันมามอง ธันวาผละมือจากตลับเมตร ยืดตัวเต็มความสูงแล้วค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า แสงไฟนีออนน์ดวงเปลือยสาดส่องลงกระทบใบหน้าคมสันที่มีคราบฝุ่นจางๆ ประดับอยู่ ยิ่งขับเน้นให้ดวงตาคมปลาทูคู่นั้นดูดุดันและมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ
"ใครเขามองคุณกัน อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยรุ่นพี่ธันวา" กฤษฏ์สวนกลับทันควัน เสียงใสติดจะกระแทกกระทั้นเล็กน้อย "ฉันแค่กำลังประเมินว่าสมองวิศวกรของคุณมันเริ่มฝ่อไปตามอายุงานแล้วหรือยัง ถึงได้คำนวณโครงสร้างพลาดง่ายๆ แบบนั้น"
"พลาดตรงไหน หืม?" ธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละก้าว ความสูงที่เหลื่อมล้ำกว่าทำให้เขากลายเป็นฝ่ายคุกคามโดยปริยาย "ถ้าผมพลาดจริง ป่านนี้ตึกนี้คงถล่มทับหัวคนปากเก่งอย่างคุณไปนานแล้วล่ะ"
"นี่คุณ!"
กฤษฏ์ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่ออีกฝ่ายรุกค้ำเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นเหล็กจากหน้างานลอยปะทะจมูก ชวนให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห ร่างโปร่งเชิดคางขึ้นพยายามสบตากลับเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม "ถอยไปเลยนะ ไซต์งานตั้งกว้างทำไมต้องมาเดินเบียด"
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกยมุมปากขึ้นนิดหน่อย—รอยยิ้มแบบที่กฤษฏ์อยากจะคว้าอิฐแถวนี้มาปาใส่ให้หายหมั่นไส้—ก่อนที่เจ้าตัวจะล้วงมือหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องเก่งออกจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก แล้วหันหลังกลับไปสนใจแปลนงานต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ดังขึ้นเบาๆ จากโทรศัพท์ของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้กระดานทำงานชั่วคราว หน้าจอสมาร์ตโฟนสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมลสลัวของห้องโถงกว้าง เผยให้เห็นภาพพักหน้าจอที่ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึกทันที
มันไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์ ไม่ใช่รูปตึก หรือแม้แต่รูปแมว
แต่มันคือ... รูปแคนดิดของ 'กฤษฏ์' เอง!
เป็นภาพตอนที่เขากลังนั่งก้มหน้าก้มตาขีดๆ เขียนๆ ลงบนกระดาษไขด้วยความตั้งใจ แสงแดดช่วงบ่ายสาดกระทบกรอบหน้าด้านข้าง เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะเจ้าตัวชอบใช้มือขยี้เวลาคิดงานไม่ออก องค์ประกอบภาพดูนุ่มนวลและถูกถ่ายทอดออกมาด้วยสายตาที่ละมุนละไมเกินกว่าที่วิศวกรปากร้ายคนนี้จะแสดงออกมาให้ใครเห็น
สมองของกฤษฏ์ประมวลผลช้าไปสามวินาทีเต็ม หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวรากับมีใครมาตีกลองเพลอยู่ในอก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกหลากหลายทั้งสับสน ตื่นตระหนก และแปลกประหลาดตีรวนกันมั่วไปหมด
*ไอ้รุ่นพี่นี่... มันแอบถ่ายรูปเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!*
"มองอะไร หน้าซีดๆ นะ หรือว่าแพ้ฝุ่นปูน?" เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้หูจนกฤษฏ์สะดุ้งสุดตัว รีบเบนสายตาหนีแทบไม่ทันเมื่อเห็นว่าธันวาหันกลับมามองพอดี
"เปล่า... ใครหน้าซีด ไม่มี!" กฤษฏ์ปฏิเสธเสียงดังกลบเกลื่อนพิรุธ มือบางเผลอกำเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ ความสงสัยที่อัดแน่นอยู่ในอกเริ่มกัดกินความรู้สึกจนอยู่ไม่สุข ภาพในจอนั้นมันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ หรืออย่างน้อย... มันก็มากพอที่จะทำให้กำแพงความเก๊กที่เขาสร้างไว้สั่นคลอนอย่างรุนแรง
ธันวาหรี่ตามองคนปากแข็งอย่างจับผิด ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีกนิดราวกับจงใจจะกดดัน ทว่าจังหวะนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของกฤษฏ์เองก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนอึดอัดเสียก่อน
"ว่าไงแทนคุณ..." กฤษฏ์รีบกดรับสายเพื่อหาทางหนีทีไล่ น้ำเสียงที่เปล่งออกไปจึงติดจะสั่นพร่าเล็กน้อยจนเพื่อนสนิททางปลายสายถึงกับเอ่ยปากทัก
*(เสียงมึงเป็นอะไรวะกฤต เหมือนคนเพิ่งวิ่งหนีผีมา หรือว่าโดนคุณธันวาเค้ากินหัวมาอีกรอบ?)* เสียงแทนคุณแหวแจ๋วดังลอดออกมาเบาๆ แต่ในความเงียบของพื้นที่หน้างาน ทำให้ธันวาที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าวได้ยินมันอย่างชัดเจน
วิศวกรหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองสำรวจปฏิกิริยาของคนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังหน้าแดงก่ำลามไปถึงต้นคอ อาการลุกลี้ลุกลนแบบนั้นมันฟ้องชัดเสียยิ่งกว่ากระดาษทรายเบอร์หยาบ
"เปล่า ไม่มีอะไร แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันเคลียร์งานเสร็จแล้วโทรกลับ" กฤษฏ์รีบตัดสายทิ้งทันทีด้วยความร้อนรน เขาไม่อยากอยู่ตรงนี้ นานกว่านี้มีหวังความลับที่เขายังไม่ทันได้ตั้งรับคงถูกสายตาคู่นั้นควักเอาออกไปจากอกแน่ๆ
ทว่า... ก่อนที่เรียวขาโปร่งจะทันได้ก้าวหนี ร่างสูงของคนที่ตกเป็นจำเลยในใจกลับเคลื่อนตัวมาขวางทางไว้ รวดเร็วราวกับอ่านทางออก
"จะรีบไปไหนล่ะครับ คุณสถาปนิก" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาพราวระยับคู่นั้นกลับกวาดมองใบหน้าแดงก่ำของเขาอย่างจงใจ "งานยังเคลียร์ไม่เสร็จ หรือว่า... มีเรื่องอื่นที่กำลังตกใจอยู่กันแน่?"
กฤษฏ์เม้มริมฝีปากแน่น สมองหมุนติ้วอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางบันไดหนีไฟ พร้อมกับเสียงใสๆ ของพิมพ์ชนกที่ตะโกนเรียกชื่อพวกเขาสองคนดังลั่น
"น้องกฤต! คุณธันวา! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ชั้นล่างแล้ว!"
พุดดิ้งคาราเมลขอฝากตอนที่ 14 นี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจรี้ดทุกคนด้วยนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะว่าเรื่องด่วนหน้างานครั้งนี้จะช่วยกู้สถานการณ์หรือยิ่งทำให้ความลับในมือถือแตกเร็วกว่าเดิมกันแน่!
สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 14
ภาพถ่ายในมือถือ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!