สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 15

เส้นแบ่งเขตที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
"ถ้าคุณยังยืนเถียงเรื่ององศาเสาคานกับผมอีกแค่ประโยคเดียว ผมจะถือว่าคุณอยากให้ผม 'ปิดปาก' คุณด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การใช้เครื่องคิดเลขนะครับ" เสียงทุ้มต่ำของธันวาขัดจังหวะความวุ่นวายในไซต์งานขึ้นมาดื้อๆ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่มักจะดูเรียบเฉย บัดนี้กลับฉายแววคุกคามจนกฤษฏ์ที่กำลังชี้จุดบกพร่องในแบบร่างถึงกับชะงัก กฤษฏ์กระตุกยิ้มมุมปาก มือเรียวที่ถือม้วนพิมพ์เขียวไว้แน่นผ่อนแรงลงเล็กน้อย ทว่าแววตาดื้อรั้นยังคงประกายท้าทาย "กล้าเหรอคะรุ่นพี่? ถ้าทำจริง ผมคงต้องขอยกเลิกสัญญาแล้วฟ้องกลับฐานลวนลามวิชาชีพสถาปนิกนะครับ" "ปากเก่งนักนะกฤษฏ์" ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนและไอแดดของไซต์งานตึกเก่าโชยเข้าปะทะจมูก ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่มุมอับของโครงสร้างเหล็กที่เพิ่งติดตั้งเสร็จ ความร้อนจากบ่ายแก่ๆ ดูจะเทียบไม่ได้เลยกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นในใจของคนทั้งสอง "ก็ปากมันไม่ได้มีไว้ให้คนมึนๆ อย่างพี่มาสั่งให้ปิดง่ายๆ นี่คะ" กฤษฏ์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตาคนตัวสูงกว่าอย่างไม่ลดละ นี่มันไม่ใช่เรื่องงานแล้ว... มันคือสงครามเย็นที่เริ่มจะเดือดพล่านขึ้นทุกที ตั้งแต่เหตุการณ์โทรศัพท์เครื่องนั้นที่เกือบจะหลุดออกมาจากกระเป๋ากางเกงของกฤษฏ์ในช่วงเช้า ความตึงเครียดก็ดูจะแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ธันวาไม่ยอมถามถึงหน้าจอนั้น แต่สายตาที่เขามองกฤษฏ์เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนร่วมงานที่คอยจ้องจับผิด แต่มันเหมือนคนหวงของ... หวงอะไรสักอย่างที่เจ้าตัวยังหาคำนิยามไม่ได้ "งานครึ่งทางแล้วนะ" ธันวาเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน เขาขยับตัวถอยหลังหนึ่งก้าว ลดแรงกดดันลงแต่ไม่ได้ลดรัศมีของความอันตราย "พิมพ์ชนกเขาพอใจกับดีไซน์ แต่เขาไม่พอใจถ้าเราสองคนจะเอาแต่กัดกันจนงานล่าช้า" "ถ้าพี่ไม่หาเรื่องผมก่อน ผมก็ไม่กัดหรอกค่ะ" กฤษฏ์แสร้งทำเป็นจัดเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนฝุ่นของตัวเอง เพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ "แล้วตกลงเรื่องที่ผมให้ไปแก้... จะแก้ไหม หรือจะให้ผมรอจนตึกพังลงมาก่อน?" ธันวาถอนหายใจยาว แววตาดุๆ นั้นผ่อนคลายลงเหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา "แก้ให้ครับ... เพื่อความสบายใจของสถาปนิกปากจัดอย่างคุณ" คำว่า 'เพื่อความสบายใจของสถาปนิกปากจัดอย่างคุณ' มันทำเอาคนฟังหน้าร้อนผ่าว กฤษฏ์แกล้งหันหลังกลับไปมองแปลนงานบนโต๊ะไม้ตัวยาว พยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ แต่กลับไม่ยอมขาดออกจากกัน ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่ามีบางอย่างที่ก้าวข้ามไปไม่ได้ แต่แรงดึงดูดมหาศาลกลับขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะหายใจรดต้นคอ "กฤต! ธัน! ทำไมยังอยู่ที่นี่กันอีกล่ะคะ?" เสียงสดใสของพิมพ์ชนกดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสสีสดที่ก้าวเข้ามาในไซต์งาน "พอดีเลยค่ะ พิมพ์ตั้งใจจะมาบอกว่าพรุ่งนี้ช่วงบ่ายจะมีการตรวจหน้างานรอบใหญ่ เตรียมเอกสารให้พร้อมนะคะ" กฤษฏ์รีบหันกลับมา ยิ้มรับลูกค้าตามมารยาทอาชีพ "เรียบร้อยครับคุณพิมพ์ ผมกับคุณธันวาเพิ่งสรุปแก้แบบจุดสุดท้ายกันเสร็จพอดี ใช่ไหมคะรุ่นพี่?" ธันวาพยักหน้าเงียบๆ สายตาเขาเหลือบมองกฤษฏ์ที่ดูสดใสขึ้นทันทีที่มีบุคคลที่สามเข้ามา แววตาคู่คมวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมานิ่งสนิท "ดีค่ะ งั้นเย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันไหม? พิมพ์อยากขอบคุณที่ช่วยกู้สถานการณ์หน้างานเมื่อวานไว้ได้ทัน" กฤษฏ์กำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่ธันวากลับชิงพูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมไปได้ครับ แต่ต้องถามสถาปนิกก่อนว่าคืนนี้เขามี 'นัดสำคัญ' หรือเปล่า" กฤษฏ์หันขวับไปมองคนพูด ธันวากำลังจ้องเขาอยู่ สายตาที่ดูเหมือนจะอ่านใจคนได้ทะลุปรุโปร่งนั่นทำให้กฤษฏ์รู้สึกเหมือนความลับที่ซ่อนอยู่ในโทรศัพท์มือถือกำลังจะถูกเปิดโปงออกมาเสียให้ได้ "ไม่มีค่ะ" กฤษฏ์ตอบเสียงแข็ง "ถ้าคุณธันวาไป ผมก็ไป" บรรยากาศเริ่มอึดอัดขึ้นมาอีกครั้ง พิมพ์ชนกหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีโดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิที่เงียบเชียบที่สุดในโลก "งั้นตกลงตามนี้นะคะ พิมพ์จะจองร้านไว้ให้ เจอกันตอนหนึ่งทุ่มค่ะ" หลังจากพิมพ์ชนกเดินจากไป ความเงียบก็โรยตัวลงปกคลุมอีกครั้ง กฤษฏ์ก้มหน้าลงรวบรวมม้วนกระดาษเข้าด้วยกันด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสอบอุ่นที่พาดผ่านมือของเขา ธันวาเอื้อมมาช่วยดึงกระดาษไปถือไว้ด้วยตัวเอง "ไม่ต้องกลัวหรอกกฤษฏ์" เสียงกระซิบของธันวาแผ่วเบาจนกฤษฏ์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง "ถ้าความลับในมือถือคุณมันทำให้คุณลำบากใจขนาดนั้น ก็แค่โยนมันทิ้งไป... หรือไม่ก็บอกความจริงกับผม" กฤษฏ์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ธันวาไม่ได้พูดเล่น แววตาของเขามีความจริงจังที่น่าเกรงขาม "พี่รู้..." กฤษฏ์พึมพำ "ผมรู้อะไรหลายอย่างที่คุณคิดว่าผมไม่รู้" ธันวาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นอายความหวานเจือจางที่เคยบอกว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่น บัดนี้กลับดูเข้มข้นจนน่ากลัว "รวมถึงเรื่องที่ว่า... คุณกำลังแอบ 'คบ' กับความรู้สึกตัวเองอยู่ด้วย" ทว่าก่อนที่กฤษฏ์จะได้โต้ตอบ เสียงโทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้นทำลายจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นรัว ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอระบุชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาเขาขมวดคิ้วแน่น กฤษฏ์เหลือบเห็นชื่อบนหน้าจอแล้วถึงกับนิ่งอึ้งไป คนปลายสายไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'อดีตคนรัก' ที่หายหน้าไปนานของธันวา... บุคคลที่กฤษฏ์คิดมาตลอดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ธันวากลายเป็นคนเย็นชาและปากร้ายเช่นนี้ ธันวาสบตากฤษฏ์ชั่วครู่ ก่อนจะกดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทิ้งให้กฤษฏ์ยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางเศษปูนและฝุ่นละอองที่เริ่มฟุ้งกระจาย เหมือนโลกทั้งใบกำลังจะหมุนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่เขาเคยพยายามหลีกหนีมาตลอด ความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเริ่มขยับเข้าใกล้กัน กลับถูกสั่นคลอนด้วยเงาของอดีตที่หวนคืนมาในวินาทีที่หัวใจกำลังจะเปิดรับ... แล้วแบบนี้ เรื่องราวต่อจากนี้จะลงเอยอย่างไรกันนะ? พุดดิ้งคาราเมลขอฝากตอนที่ 15 นี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจรี้ดทุกคนด้วยนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะว่างานนี้กฤษฏ์จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองและคนจากอดีตของธันวาอย่างไรกันแน่!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%