ซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเก่งยังทิ้งคำถามคาใจไว้ไม่หาย พายุตั้งใจจะเล่นตลกอะไรกันแน่นะคะ ถึงได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้แล้วหายตัวไปเฉยๆ แบบนี้
กฤษฏ์สบถเบาๆ ในลำคอ เรียวคิ้วได้รูปขมวดมุ่นเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องเขม็งไปยังกระดาษแผ่นที่ร่วงหล่นออกมา มันคือสำเนาเอกสารการอนุมัติงบประมาณโครงสร้างส่วนต่อขยายตึกเก่า ที่มีลายเซ็นอนุมัติของธันวาแปะหราอยู่... แต่ทว่า ตัวเลขงบประมาณในนั้นกลับถูกแก้ใหม่ให้สูงขึ้นกว่าความเป็นจริงเกือบเท่าตัว!
ให้ตายสิ ตาพี่วิศวกรหน้าตายคนนั้นน่ะนะ จะไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องทุจริตงบประมาณในไซต์งานนี้ได้? ถึงหมอนั่นจะปากร้ายและชอบทำหน้าตึงใส่เขาตลอดเวลา แต่แววตาตอนที่ยืนเถียงกันเรื่องคานรับน้ำหนักเมื่อสัปดาห์ก่อน มันไม่ใช่สายตาของคนที่คิดจะฮุบเงินบริษัทเลยสักนิด
"หรือนี่จะเป็นแผนบ้าบออะไรอีกของตาพายุ..." สถาปนิกหนุ่มพึมพำกับตัวเอง พลางกวาดสายตามองไปรอบออฟฟิศชั่วคราว ณ ไซต์งานรีโนเวทตึกเก่าที่เงียบสงบในยามบ่ายแก่ๆ
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังแว่วมาจากทางระเบียงชั้นสอง ทำเอาคนที่กำลังใช้ความคิดสะดุ้งสุดตัว กฤษฏ์รีบกวาดเอกสารบนโต๊ะยัดใส่ลิ้นชักอย่างลนลาน ก่อนจะตัดสินใจคว้าหมวกนิรภัยสีขาวมาสวม แล้วมุดตัวหายเข้าไปหลังแผงกันกระแทกชั่วคราวตรงซอกเสาปูนเปลือย ซึ่งเป็นมุมอับสายตาพอดิบพอดี
แผนลอบสังเกตการณ์จำเป็นต้องเริ่มขึ้น ณ บัดนี้ค่ะ!
ร่างสูงโปรดของธันวาก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทีนิ่งขรึม วันนี้วิศวกรหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับของผู้ชายที่ทำงานกลางแจ้ง หมวกนิรภัยสีเหลืองถูกถอดออกแล้ววางไว้บนโต๊ะทำงาน ลมหายใจถอนเฮือกใหญ่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักหนาที่มักจะเม้มเป็นเส้นตรงเสมอ
กฤษฏ์ที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังเสาปูนแอบเบ้ปากหมั่นไส้เบาๆ ทำเป็นถอนหายใจราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ... โธ่เอ๊ย พ่อคุณเอ๊ย ทำเป็นเก๊กขรึมตลอดเวลา ระวังหน้าแก่เร็วกว่าวัยนะยะ
แต่แล้ว ความคิดประชดประชันในหัวของสถาปนิกหนุ่มก็ต้องสะดุดกริบ เมื่อร่างสูงนั้นทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน หยิบม้วนแบบแปลนสถาปัตยกรรมชิ้นใหญ่ขึ้นมากางออกอย่างระมัดระวัง
ดูลักษณะท่าทางของเขาตอนนี้สิคะ... รอยย่นหว่างคิ้วที่มักจะขมวดเวลาหงุดหงิดหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาคู่คมกริบที่ฉายประกายความมุ่งมั่นและจริงจังอย่างเหลือเชื่อ นิ้วแกร่งข้างหนึ่งไล่ตามเส้นสายสถาปัตยกรรมบนกระดาษแปลนอย่างใจเย็น ขณะที่มืออีกข้างถือดินสอไม้คาร์บอนขีดเขียนคำนวณตัวเลขยิบย่อยลงบนกระดาษทด
บรรยากาศรอบตัวของธันวาในยามที่เขากำลัง "โฟกัส" กับงาน มันช่างแผ่รังสีความมีเสน่ห์บางอย่างออกมาอย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง ทรงพลังเสียจนคนมองรู้สึกเหมือนถูกตรึงตรึงไว้กับที่
กฤษฏ์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตคู่นั้นกะพริบถี่เพื่อตั้งสติ เขานึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าผู้ชายปากร้ายที่ชอบทำหน้าบึ้งตึงใส่เขาในทุกๆ เช้า จะมีมุมที่ดู... หล่อเหลาและน่ามองได้มากขนาดนี้
แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ ทาบทับลงบนกรอบหน้าคมคายและสันจมูกโด่งเป็นสัน เงาจากขนตากระพือไหวทอดลงบนโหนกแก้ม ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้านั้นดูคมเข้มราวกับรูปสลักของศิลปินเอก
*ให้ตายเถอะ...* กฤษฏ์แอบสบถด่าตัวเองในใจซ้ำๆ *นี่นายกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ยกฤษฏ์! หมอนั่นเป็นศัตรูคู่ปรับตัวฉกาจในไซต์งานนะ จะมาใจเต้นกับหน้าตาตอนตั้งใจทำงานของอีกฝ่ายเนี่ยนะ บ้าไปแล้วหรือไง!*
แต่ต่อให้สมองจะสั่งให้ละสายตาออกไป หัวใจเจ้ากรรมกลับปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ทุกๆ การเคลื่อนไหวของธันวา ทุกจังหวะที่ปลายนิ้วแกร่งกดลงบนกระดาษแปลน หรือแม้กระทั่งตอนที่ริมฝีปากหยักนั้นเม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามที่คิดแก้ปัญหาโครงสร้างที่ซับซ้อน มันกลับดึงดูดสายตาของคนแอบมองให้ติดหนึบราวกับถูกสะกดจิต
ธันวาในโหมดนี้... ช่างอันตรายต่อหัวใจของสถาปนิกปากเก่งคนนี้เสียเหลือเกิน
"จะแอบดูฉันไปถึงไหนล่ะครับ คุณสถาปนิกตัวแสบ"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาคนที่กำลังเคลิบเคลิ้มถึงกับสะดุ้งโหยง หัวใจหล่นไปตาตุ่ม ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
ธันวาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษแปลนด้วยซ้ำ ร่างสูงเพียงแค่ขยับมุมปากเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาตรงมายังซอกเสาปูนที่กฤษฏ์ซ่อนตัวอยู่พอดี
"หรือว่า... ติดใจฝีมือการทำงานของฉันจนละสายตาไม่ได้กันแน่?"
กฤษฏ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ ไอ้บ้านี่! รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะเนี่ย!
ก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะทันได้ก้าวเท้าหนีความอาย ธันวาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิดอย่างรวดเร็ว จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณกลุ่มผม นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นก้มลงมองหน้าเขาด้วยแววตาที่พกพาความเจ้าเล่ห์และความคลั่งรักมาเต็มพิกัด
"ไหนๆ ก็ลงทุนมาแอบดูฉันทำงานถึงนี่แล้ว..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้กระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาเข่าของกฤษฏ์แทบทรุด "สนใจเปลี่ยนจาก 'ผู้สังเกตการณ์' มาเป็น 'ผู้ช่วยส่วนตัว' บนเตียง... เอ๊ย บนโต๊ะทำงานของฉันแทนไหมล่ะครับ?"
"ไอ้... ไอ้บ้าธันวา! ใครจะไปเป็นผู้ช่วยนายฟะ ถอยออกไปเลยนะ!" กฤษฏ์หน้าแดงแจ๋ แสร้งทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอาย พร้อมกับใช้มือผลักอกแกร่งออกสุดแรง แต่มีหรือที่คนตัวโตจะสะดุ้งสะเทือน กลับยิ่งรวบเอวบางไว้แน่นจนแทบชิดติดอก
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยเคมีที่ชวนให้ใจสั่นระทึก เสียงเคาะประตูกระจกหนาห้องทำงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"น้องกฤษฏ์จ๋า! อยู่ข้างในหรือเปล่าเอ่ย? พอดีพี่พิมพ์มีเรื่องด่วนจะคุยกับ... อุ๊ย!"
เสียงใสของพิมพ์ชนกเจ้าของโปรเจกต์ตึกเก่าดังทะลุเข้ามา พร้อมกับที่บานประตูกระจกกำลังถูกผลักเปิดออกอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้ตั้งตัว!
ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขัดแย้งระคนหงุดหงิด ขณะที่กฤษฏ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักว่าพวกเขากำลังยืนกอดกันกลมอยู่ในมุมอับสายตาอย่างพอดิบพอดี!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินปนความป่วนในตอนนี้นะคะ พุดดิ้งคาราเมลสัญญาว่าตอนหน้าความแซ่บจะทวีคูณขึ้นอีกร้อยเท่าแน่นอนค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 18
แผนลอบสังเกตการณ์
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!