สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 2

สงครามน้ำลายในห้องประชุม

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำราคาแพงถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมไม้สักตัวยาวจนเกิดเสียงดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน กฤษฏ์ยืนกอดอก ใบหน้าหวานคมเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตราวกับแมวป่าจ้องมองวิศวกรโครงสร้างหน้านิ่งฝั่งตรงข้ามด้วยประกายไฟที่พร้อมแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล "ถ้าตรงนี้ทุบผนังรับแรงออกตามที่ผมออกแบบไม่ได้ ตึกทั้งหลังก็มีความหมายแค่กองขยะดีๆ นี่เองครับ คุณธันวา" เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ท่ามกลางสายตาของทีมงานคนอื่นๆ ที่ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แทนคุณซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ สถาปนิกตัวแสบถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับพลางส่งเสียงกระแอมเบาๆ เพื่อเบรกสถานการณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ นี้ ธันวาเงยหน้าขึ้นจากพิมพ์เขียวในมือช้าๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความเหนื่อยหน่ายระคนความดื้อรั้น เขาปราบเซียนมานักต่อนักในไซต์งานก่อสร้าง แต่ดูท่าว่าสถาปนิกจบจากเมืองนอกปากเก่งคนนี้ จะเป็นกระดูกชิ้นโตที่เคี้ยวไม่ง่ายเอาเสียเลย "กองขยะเหรอครับ สถาปนิกกฤษฏ์" ธันวาทวนคำ เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชيرแขนยาวพับขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและเส้นเลือดปูดโปนที่บ่งบอกถึงความเป็นคนทำงานหนัก "พูดน่ะมันง่าย แต่ถ้าคานตรงนี้มันรับน้ำหนักไม่ได้ตามที่ผมคำนวณ ต่อให้คุณดีไซน์ให้มันสวยหยาดเยิ้มแค่ไหน คนที่เดินเข้าไปในตึกนี้ก็คงได้ฝังกลบไปพร้อมกับความงามไร้สาระของคุณนั่นแหละ" "นี่คุณ!" กฤษฏ์หน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "คุณกำลังดูถูกงานออกแบบของผมนะ ธันวา! ผมคำนวณสัดส่วนและสุนทรียศาสตร์มาเป็นอย่างดี ไม่ใช่สักแต่จะเอาแท่งปูนอัปลักษณ์มาค้ำยันตึกเก่าโบราณแบบที่คุณชอบทำหรอก!" "สุนทรียศาสตร์กินไม่ได้หรอกครับ ถ้าโครงสร้างมันถล่มลงมาทับหัวคน" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะประชุมฝั่งที่กฤษฏ์ยืนอยู่ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความ masculine ลอยเข้าแตะจมูกจนคนตัวเล็กกว่าต้องผะแผ่วลมหายใจโดยไม่รู้ตัว "เปิดตาดูความจริงเสียบ้าง คุณหนูสถาปนิก นี่มันหน้างานจริง ไม่ใช่โปรเจกต์ส่งอาจารย์ตอนปีสี่" คำว่า "คุณหนูสถาปนิก" พุ่งชนประสาทสัมผัสของกฤษฏ์เข้าอย่างจังจนเลือดขึ้นหน้า มือเรียวบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แทนคุณรีบเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อเพื่อนสนิทเบาๆ แต่กฤษฏ์ปัดมือออกอย่างไม่ไยดี คนอย่างกฤษฏ์ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครเด็ดขาด โดยเฉพาะกับวิศวกรปากร้ายที่เอาแต่ทำหน้าตายใส่เขาตั้งแต่วันแรกที่เจอ "ถ้ามันจะถล่ม ก็เพราะความหัวโบราณและไร้จินตนาการของคุณนั่นแหละ!" กฤษฏ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายบ้าง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตากับดวงตาคมดุที่โน้มลงมามองพอดี บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่านจนแทบจะมีประกายไฟแลบแปล๊บๆ ออกมาจากสายตาของคนทั้งคู่ ธันวาชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวคนตรงหน้าลอยละล่องเข้ามาปะทะจมูก ใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมทำให้เขาเห็นแพขนตางอนยาวและริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างขัดเคือง ใจดวงแข็งกระด้างที่ปกติเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของวิศวกรหนุ่มกลับกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ปากหนาที่ตั้งใจจะเอާމวาจาเชือดเฉือนต่อกลับพับเก็บคำพูดกลืนลงคอไปเสียดื้อๆ "มองอะไรเล่า มีปัญหาอะไรจะเถียงก็พูดมาสิครับ" กฤษฏ์กระแทกเสียงใส่เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป แกล้งเชิดหน้าขึ้นท้าทายทั้งที่หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว... อันตรายต่อหัวใจของเขาเอง "ผมไม่ได้จะเถียง..." ธันวาตอบเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว สันจมูกโด่งคมเกือบจะชนเข้ากับปลายจมูกรั้นของอีกฝ่ายอยู่รอมรอม ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความรู้สึกร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู "ผมแค่กำลังคิดว่า... เวลาคุณเถียงผมนี่ ปากคอเราะรายไม่เบาเลยนะ" "นี่คุณ!" กฤษฏ์หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินอายที่ถูกจู่โจมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แบบนั้น "ใครปากคอเราะรายก่อนวะ... เอ้ย! ปากคอเราะรายกันแน่!" ท่าทางเงอะงะแต่ยังคงฟอร์มจัดของกฤษฏ์ทำให้มุมปากหยักลึกของธันวากระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหายากที่ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีทำเอาคนมองถึงกับใจสั่นสะท้าน วิศวกรหนุ่มแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม กระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าชิดริมหูจนคนฟังขนลุกซู่ "ถ้ายังไม่อยากให้แบบแปลนของคุณถูกแก้จนจำไม่ได้... เย็นนี้ไปกินกาแฟเคลียร์กันสองคน... ห้ามปฏิเสธ" ก่อนที่กฤษฏ์จะได้อ้าปากด่ากลับหรือยกแฟ้มเอกสารฟาดหน้าคนฉวยโอกาส ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันด้วยฝีมือของพิมพ์ชนก เจ้าของโปรเจกต์สาวเปรี้ยวที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใสและเสียงหัวเราะร่าเริง "อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามารบกวนเวลาสวีท... เอ๊ย เวลาประชุมของพวกคุณหรือเปล่าคะเนี่ย?" พิมพ์ชนกเลิกคิ้วมองภาพคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันจนแทบจะสิงร่างกันอยู่รอมรอม สลับกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปิดไม่มิด กฤษฏ์สะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยหลังออกมาทันที ใบหน้าหวานแดงแจ๋ลามไปจนถึงใบหู มือบางยกขึ้นจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ ส่วนธันวาก็ยืดตัวตรงกลับสู่โหมดหน้านิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ สายตาคมกราบกรานมองผ่านร่างเจ้าของโปรเจกต์ไปนิ่งๆ แต่ทว่า... ในจังหวะที่กฤษฏ์กำลังจะหันไปหยิบกระเป๋าเอกสารเพื่อหนีความน่าอายนี้ พิมพ์ชนกก็เอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับชะงักกึก "พอดีเลยค่ะคุณกฤษฏ์ คุณธันวา ดิฉันมีข่าวดีจะแจ้ง... พอดีทางผู้บริหารใหญ่สั่งเปลี่ยนตัวสถาปนิกที่ปรึกษาโครงการด่วนที่สุด และคนที่จะมารับช่วงต่อจากคุณกฤษฏ์... กำลังยืนรออยู่หน้าห้องตอนนี้พอดีค่ะ เชิญเลยค่ะ!" สิ้นเสียงของพิมพ์ชนก ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่กฤษฏ์จำได้แม่นยำว่าเป็นใคร... และนั่นทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานละมุนและร่วมลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มวิศวกรซึนคนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ "พุดดิ้งคาราเมล"
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%