สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน•ตอนที่ 1

จุดเริ่มต้นที่ฝุ่นตลบ

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะทุบผนังรับแรงตรงนี้ทิ้ง โปรเจกต์นี้ก็เอาหัวกบาลปูนปั้นของคุณไปเซ็นอนุมัติเองเถอะครับคุณสถาปนิก ผมไม่อยากติดคุกหัวโตเพราะตึกถล่มทับหัวคนงานตายหรอกนะ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนเย้ยหยันดังขึ้นตัดผ่านเสียงเครื่องเจาะปูนในตึกเก่าอายุกว่าห้าสิบปี กฤษฏ์สะบัดหน้าขวับจากแปลนกระดาษในมือ ดวงตากลมโตเรียยาวตวัดมองเจ้าของประโยคแสบสันต์ด้วยประกายไฟแล่บ สถาปนิกหนุ่มไฟแรงขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนความกรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขาไม่ได้หูหนวก และที่สำคัญ... เขาเกลียดที่สุดคือพวกวิศวกรหัวโบราณที่มองโลกเป็นเส้นตรงและชอบดูถูกวิชาชีพอื่น "อ๋อเหรอคะ? แล้วถ้าคุณวิศวกรผู้รอบรู้ช่วยกรุณาถอดแว่นหนาเตอะแล้วก้มลงมองแปลนโครงสร้างฉบับอัปเดตที่ฉันส่งให้ตั้งแต่เมื่อวาน คุณก็จะเห็นว่าฉันออกแบบคานเหล็กรับน้ำหนักเสริมพิเศษไว้รองรับเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่ใช่สักแต่จะท่องจำตำราเรียนเล่มเก่าแล้วมาแหกปากโวยวายอย่างไร้สมองแบบนี้!" กฤษฏ์ตอกกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นภายใต้กรอบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า สถาปนิกตัวแสบคนนี้ทั้งดื้อด้าน ปากเก่ง และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร สมคำร่ำลือที่เพื่อนร่วมวงการเตือนไว้ไม่มีผิด สภาพของกฤษฏ์ในตอนนี้ช่างไกล จากคำว่าเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเปื้อนฝุ่นปูนสีขาวบางเบา เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะเจ้าตัวใช้มือขยี้มันด้วยความหัวเสีย แต่กระนั้น... ความรั้นในแววตากลับทำให้คนมองรู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง—หงุดหงิดที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะให้กับความดื้อรั้นนั้นอย่างไม่น่าให้อภัย "สติปัญญาของผมยังใช้งานได้ดีครับคุณกฤษฏ์ และผมก็อ่านแปลນบ้าๆ ของคุณจนทะลุปรุโปร่งแล้ว ถึงได้กล้าพูดว่ามันเป็นความคิดที่โง่เง่าที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา" ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายทีละก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดช่างสีเข้มกดดันให้อากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลง "ตึกนี้มันเก่าจนโครงสร้างเหล็กข้างในขึ้นสนิมแดงแจ๋ ถ้าคุณไปยุ่งกับผนังรับแรงตรงนั้น ต่อให้คุณใส่เหล็กเสริมเข้าไปอีกสิบท่อน แรงสั่นสะเทือนตอนตอกเสาเข็มรอบหน้าก็พังครืนลงมาฝังพวกเราทั้งคู่ไว้ใต้ซากปรักหักพังอยู่ดี... อยากตายนักหรือไงถึงได้เร่งรีบอยากปรับปรุงผังนัก?" กฤษฏ์ไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว เขาก้าวประชิดสวนกลับด้วยซ้ำ ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับวิศวกรหนุ่มตรงๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นบุรุษเจือจางผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจางๆ "ถ้าไม่อยากตาย คุณก็ควรจะใช้สมองคิดวิธีแก้ปัญหาโครงสร้างร่วมกับฉัน แทนที่จะมายืนเห่าใส่กันแบบนี้ค่ะคุณธันวา!" บรรยากาศในห้องโถงกว้างของตึกเก่าเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของคนทั้งคู่ที่ยืนจ้องกันเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่ยอมแพ้ ตัดกับดวงตาดุคมที่ฉายประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูด ซ้ายก็อีโก้ ขวาอีก็อท ทั้งคู่ต่างมีเหตุผลของตัวเอง และไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันแม้แต่นصفก้าว "ปากดีจริงนะ..." ธันวาพึมพำลอดไรฟัน สายตาคมกวาดมองริมฝีปากบางเฉียบที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ตั้งแต่เมื่อครู่ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับดวงตาสุกใสที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น หัวใจที่เคยแข็งกระด้างราวกับคอนกรีตเสริมเหล็กกลับไหววูบอย่างประหลาด "แล้วจะทำไมคะ? จะไล่ฉันออกจากไซต์งานเหรอ เชิญเลยค่ะ! ไปฟ้องคุณพิมพ์ชนกเลยว่าวิศวกรสุดหล่อของคุณทำงานร่วมกับสถาปนิกไม่ได้!" กฤษฏ์กระแทกเสียงประชดประชัน พร้อมกับเบี่ยงตัวเตรียมจะเดินหนีเพื่อตรวจเช็กมุมอื่นของตึกต่อให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่ทว่า... ก่อนที่กฤษฏ์จะได้ก้าวเท้าเดินพ้นจากวงแขนแกร่ง มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวแล้วดึงรั้งกลับมากะทันหัน แรงดึงนั้นทำให้ร่างเพรียวเซถลาเข้าปะทะกับแผงอกกว้างของวิศวกรหนุ่มอย่างจัง กลิ่นหอมสะอาดเจือจางจากตัวของสถาปนิกหนุ่มลอยเข้าจมูกธันวาเต็มๆ จนเขาเผลอกลั้นหายใจ "ปล่อยนะ! ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย!" กฤษฏ์ร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกอีกฝ่ายออก แต่ธันวากลับรวบเอวบางไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็วเพื่อพยุงไม่ให้เขาล้มลงบนกองเศษอิฐด้านหลัง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มกันและกันในระยะประชิด หัวใจของกฤษฏ์เต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความโกรธอีกต่อไป แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทานนี้ต่างหาก ธันวาก้มมองคนในอ้อมแขน นัยน์ตาดุคมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความเคืองโกรธ (หรืออาจจะเขินอาย?) ริมฝีปากหนาขยับเตรียมจะเอ่ยคำพูดกวนประสาทเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในอกของตัวเอง "ถ้าคุณยังดื้อแล้วเดินไปเดินมาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้ ระวังจะได้..." *แอ๊ดดดด—!* เสียงประตูไม้บานเก่าที่ขึ้นสนิมส่งเสียงดังลั่นพร้อมกับการปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงพร้อมหมวกปีกกว้าง เธอเดินนวยนาดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าสวยเฉี่ยว "ตายจริง! นี่พวกคุณสองคนปรึกษางานหรือกำลังเข้าฉากโรแมนติกกันอยู่คะเนี่ย? ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเอ่ย คุณสถาปนิกคนเก่งกับคุณวิศวกรหน้ายักษ์" เสียงใสๆ ของพิมพ์ชนก เจ้าของตึกและว่าที่โรงแรมบูติกหรู ดังแทรกขึ้นกลางคัน ทำเอาธันวาและกฤษฏ์ต้องผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน สถาปนิกหนุ่มหน้าแดงก่ำรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง ส่วนวิศวกรหนุ่มก็กระแอมไอเบาๆ เพื่อปรับเสียงให้เป็นปกติแล้วเสมองไปทางอื่น กฤษฏ์ส่งค้อนวงใหญ่ให้คนข้างกายที่ยืนตีหน้าตายทำเป็นมองวิวด้านนอก ทั้งๆ ที่หูของอีกฝ่ายแดงแจ๋ไม่แพ้กันเลยสักนิด... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนฟินนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับรุ่นพี่วิศวะสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%