“ถ้าคุณคิดว่าการหลับตาจะช่วยให้ความจริงจางหายไป คุณกำลังดูถูกสติปัญญาของตัวเองมากเกินไปแล้วนะ ริน”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มของดร.อคินบาดลึกลงไปในโสตประสาท รินไม่ได้หันไปมองชายวัยกลางคนที่ยืนพิงกรอบประตูห้องลับหลังกระจกเงาบานยักษ์ เธอจ้องมองเพียงภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกบานนั้น—ไม่ใช่ภาพสะท้อนปกติ แต่มันคือภาพที่ ‘รินอีกคน’ กำลังฉีกยิ้มกว้างจนผิดรูป มือของหญิงสาวในกระจกค่อยๆ กรีดนิ้วลงบนผิวกระจกที่เริ่มแตกร้าวเป็นเส้นใยแมงมุม
“สิ่งที่ดิฉันเห็น... ไม่ใช่ความจริงที่เกิดจากจิตปรุงแต่ง แต่มันคือรอยรั่ว” รินตอบเสียงเรียบ พยายามคุมลมหายใจไม่ให้สั่นไหว แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกจากอก “คุณเห็นพวกเขาไหมคะ อคิน? คนที่ยืนอยู่หลังรอยแยกนั้น... คนที่ไม่ได้มีแค่เงา”
ดร.อคินขยับแว่นสายตา เลนส์สะท้อนแสงไฟสลัวจนดวงตาของเขาหายลับไปในความมืด เขาเดินเข้ามาใกล้จนรินได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอับของกระดาษเก่า “คนเหล่านั้นไม่ใช่คน พวกเขาคือ ‘ผู้สังเกตการณ์’ (The Observers) พวกเขาคือเศษเสี้ยวของเวลาที่ถูกลืม และหน้าที่ของพวกเขาคือการคอยดูว่า เมื่อไหร่ที่กระจกจะแตกสลายจนกู่ไม่กลับ”
รินหันขวับ ดวงตาเบิกกว้าง “คุณรู้อยู่แล้ว?”
“ผมไม่ได้แค่รู้ ริน... ผมคือผู้ที่เชื้อเชิญพวกเขาเข้ามา”
ห้องทั้งห้องดูเหมือนจะบิดเบี้ยว อากาศรอบตัวหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก รินถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับกำแพงเย็นเยียบ เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนผนังที่เคยเป็นปูนเปลือย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเงาร่างของมนุษย์นับสิบที่ยืนนิ่งสนิท—ไม่ใช่เงาที่ทอดมาจากแสงไฟ แต่เป็นเงาที่ ‘ฝัง’ ลงไปในเนื้อผนังเหมือนภาพวาดที่กำลังหายใจ
พวกเขาเหล่านั้นสวมชุดคลุมสีเทาหม่น ใบหน้าเรียบเฉย ไร้ดวงตา ไร้จมูก มีเพียงรอยกรีดที่ปากซึ่งขยับขึ้นลงเป็นจังหวะเดียวกับการกระเพื่อมของรอยแยกมิติกลางห้อง
“พวกเขากำลังรออะไรอยู่?” รินเค้นเสียงถาม
“รอ ‘ภาชนะ’ ที่สมบูรณ์แบบ” อคินขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูว่างเปล่าและน่าสะพรึงกลัวกว่าครั้งไหนๆ “ริน ในวัยเด็กที่คุณจำไม่ได้ คุณไม่ได้แค่ทำกระจกแตก แต่คุณได้ขโมยบางอย่างที่สำคัญที่สุดของมิติฝั่งโน้นมาไว้กับตัว... ความทรงจำของคุณไม่ใช่สิ่งที่หายไป แต่มันคือ ‘กุญแจ’ ที่ถูกขังไว้ในเซลล์สมองของคุณ เพื่อไม่ให้ผู้สังเกตการณ์เหล่านี้ข้ามมาครองร่างมนุษย์ได้”
รินรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วขมับ ภาพแฟลชแบ็กแวบเข้ามาในหัว—ภาพของเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังเอามือปิดหน้ากระจก ในขณะที่เสียงกรีดร้องโหยหวนจากอีกฟากดังระงม เธอจำได้แล้ว... เธอไม่ได้สูญเสียความทรงจำ แต่เธอกำลังทำหน้าที่เป็น ‘กรงขัง’ ที่มีชีวิตให้กับวิญญาณแห่งมิติคู่ขนานนับร้อยที่รอวันกลับมาเกิดใหม่ในร่างของเธอ
“คุณไม่ได้ช่วยรักษาโรคทางจิตให้ฉัน” รินกัดฟันกรอด น้ำตาไหลรินออกมาข้างหนึ่ง “คุณใช้ฉันเป็นเหยื่อล่อ... เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงโลกนี้ได้โดยตรง!”
“คำว่าเหยื่อมันดูรุนแรงไปหน่อยนะ” อคินก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้ปลายนิ้วเย็นเฉียบเชยคางเธอขึ้นให้สบตากับภาพสะท้อนในกระจกที่บัดนี้ขยับร่างกายตามเธออย่างพร้อมเพรียง “ผมแค่ต้องการอมตะภาพ... และการที่ผู้สังเกตการณ์จะข้ามมาได้นั้น ร่างกายของคุณจะต้องแตกสลายเสียก่อน”
ทันใดนั้น รอยแยกกลางห้องก็ขยายตัวกว้างขึ้น เสียงกระจกแตกละเอียดดังระงมไปทั่วโถง เงาสีเทาเหล่านั้นเริ่มหลุดออกมาจากผนังทีละร่าง สองร่าง... พวกมันลอยคว้างเข้ามาใกล้รินราวกับฝูงแมลงที่หิวกระหาย
รินสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ไหลซึมเข้าสู่ผิวหนัง ความทรงจำที่ถูกผนึกไว้เริ่มพังทลายลงเหมือนเขื่อนที่แตกออก เธอไม่ได้เป็นแค่ผู้ถูกกระทำอีกต่อไป ในเสี้ยววินาทีที่สติเริ่มเลือนราง เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่อคินไม่คาดคิด เธอคว้าเศษกระจกที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วแทนที่จะป้องกันตัว เธอตัดสินใจแทงมันเข้าที่กลางอกของเงาร่างที่ใกล้ที่สุด
ทันทีที่เศษกระจกสัมผัสกับเงา เสียงกรีดร้องที่ดังไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณก็ระเบิดออกมา แรงกระแทกมหาศาลผลักดร.อคินกระเด็นไปกระแทกโต๊ะทำงานจนพังยับ แต่ในขณะที่รินกำลังจะสูดหายใจด้วยความโล่งอก สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาของตัวเองในกระจก...
เงานั้นไม่ได้กรีดร้องเหมือนเงาตัวอื่น แต่มันกำลังยกมือขึ้นมาทาบกระจกจาก ‘ฝั่งโน้น’ และที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือ ดวงตาของเงาในกระจกค่อยๆ ลืมขึ้น และมันไม่ใช่ดวงตาของเธอ แต่มันคือดวงตาคู่เดิมของ ดร.อคินที่จ้องมองกลับมาด้วยความกระหาย
“ขอบคุณนะริน” เสียงของอคินไม่ได้ดังมาจากร่างชายตรงหน้า แต่มันดังมาจาก ‘ในหัว’ ของเธอ “เธอนึกว่าเธอเป็นกรงขัง... แต่ที่จริงแล้ว เธอเป็นแค่ ‘ประตู’ ที่ผมกำลังจะก้าวข้ามไปในอีกไม่กี่วินาทีนี้”
กระจกบานยักษ์ที่แตกร้าวค่อยๆ หลอมละลายกลายเป็นของเหลวสีดำสนิท ไหลเข้าหาตัวรินราวกับสัตว์ร้ายที่หิวโหย และเงาสีเทาที่เหลือไม่ได้กำลังโจมตีเธอ... แต่มันกำลัง ‘คุกเข่า’ คำนับให้กับการปรากฏตัวของบางสิ่งที่ก้าวออกมาจากแผ่นกระจก
รินยืนนิ่งสนิท ตัวตนของเธอเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยพลังงานบางอย่างที่เย็นเยียบและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม เธอหันหน้ามามองอคินที่ล้มอยู่กับพื้น แต่คราวนี้... รอยยิ้มบนใบหน้าของรินไม่ใช่รอยยิ้มของหญิงสาวผู้อ่อนแออีกต่อไป
“อคิน... คุณพลาดไปอย่างหนึ่ง” ริน—หรือสิ่งที่อยู่ในร่างของเธอ—เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ซ้อนทับกันหลายชั้นจนน่าขนลุก “ผู้สังเกตการณ์ไม่ได้มาเพื่อรับใช้คุณ แต่พวกเขามาเพื่อรอรับ ‘ราชินี’ ที่หลับใหล... และขอบคุณที่ปลุกฉันขึ้นมา”
รินก้าวเดินผ่านเงาที่คุกเข่าลง แผ่นหลังของเธอทอดเงายาวไปที่ผนัง... แต่มันไม่ใช่เงาของมนุษย์อีกต่อไป มันคือเงาของสัตว์ร้ายที่มีปีกกางกว้างปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง กระจกทุกบานในห้องแตกออกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เศษแก้วที่ร่วงหล่นสะท้อนภาพใบหน้าของอคินที่บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ก่อนที่แสงสว่างสีม่วงคล้ำจะกลืนกินทุกอย่างจนมืดมิดสนิทลงในพริบตาเดียว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยอมให้ความมืดมิดกัดกินหัวใจไปพร้อมๆ กันในบทนี้ แล้วพบกันในรอยแยกถัดไปนะคะ
เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 18
ผู้สังเกตการณ์
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!