“ริน... เธอรู้ไหมว่าคนเราจะทำตัวเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบได้นานแค่ไหน? ก่อนที่รอยร้าวใต้ผิวหนังมันจะระเบิดออกมา”
น้ำเสียงของ ‘พิมพ์’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของรินราบเรียบจนน่าขนลุก มันไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่มันคือการประกาศศักดาของความจริงที่รินพยายามฝังกลบไว้ในส่วนลึกของจิตใต้สำนึก เราสองคนนั่งเผชิญหน้ากันอยู่ในร้านกาแฟที่ไร้ผู้คน ในวันที่ฝนทำท่าจะตกแต่กลับเงียบเชียบราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
รินกำถ้วยชาอุ่นในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เธอพยายามบังคับให้ดวงตาของตัวเองไม่หลบเลี่ยงสายตาที่คมกริบของอีกฝ่าย “เธอหมายถึงอะไร พิมพ์? เราแค่มานั่งคุยเรื่องทริปเที่ยวเดือนหน้าไม่ใช่เหรอ”
พิมพ์ไม่ได้หยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ เธอนั่งตัวตรง มือประสานกันบนโต๊ะราวกับกำลังจัดวางชิ้นส่วนของความตาย “ทริปเที่ยว? หรือว่าเธอแค่พยายามจะวิ่งหนี ‘เงา’ ตัวที่สิบสามที่เธอกำลังเฝ้ามองในกระจกบานนั้นอยู่ทุกคืนกันแน่”
ความเย็นเยียบแล่นผ่านกระดูกสันหลังของรินทันที ทุกอย่างรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่ง เสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคากลายเป็นเสียงก้องกังวานในหัว รินไม่เคยพูดเรื่อง ‘เงาในกระจก’ ให้ใครฟัง แม้แต่กับ ดร. อคิน นักจิตแพทย์ที่ดูแลเธอมานานหลายปี... แล้วพิมพ์รู้ได้อย่างไร?
รินหัวเราะแผ่วเบา พยายามรักษามาดของผู้หญิงที่ตั้งสติได้ดี “เธอคงไปอ่านเจออะไรแปลกๆ ในอินเทอร์เน็ตมาสินะ พิมพ์”
“ริน... อย่าทำเป็นไขสือเลย” พิมพ์โน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เคยหอมรื่นรมย์กลับให้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นดอกไม้ในงานศพ “คืนวันที่ 14 สิงหาคม ตอนตีสาม... วันที่แม่ของเธอจากไป เธอไม่ได้ยืนร้องไห้อยู่หน้าเตียงคนไข้เหมือนที่เธอโกหกใครต่อใครหรอกนะ เธอจำได้ไหมว่าเธอทำอะไรอยู่ในห้องเก็บอุปกรณ์ของโรงพยาบาลตอนที่เครื่องวัดชีพจรหยุดเต้น?”
หัวใจของรินกระตุกวูบ ภาพความทรงจำที่บิดเบี้ยวเริ่มแทรกซึมเข้ามาเหมือนหมึกที่หยดลงในแก้วน้ำ เธอยอมรับกับตัวเองมาตลอดว่าความทรงจำในวัยเด็กนั้นเลือนราง แต่นี่คือความทรงจำที่สดใหม่... สดใหม่ราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
“หยุดนะ...” รินพึมพำ มือที่สั่นเทาเริ่มลูบไปตามขอบโต๊ะราวกับจะหาที่ยึดเหนี่ยว
“เธอไม่ได้แค่ยืนดู ริน” พิมพ์กระซิบ แววตาของเธอเปลี่ยนไป ราวกับว่าดวงตาคู่นั้นไม่ใช่ของมนุษย์อีกต่อไป “เธอขยับกระจกเงาบานนั้น... บานที่ติดตั้งอยู่เหนือซิงค์ล้างมือ เธอหันมันเข้าหาตัวเองเพื่อดู ‘ตัวตน’ อีกคนของเธอที่กำลังสลับที่กับเธอในช่วงเวลาที่แม่ของเธอต้องการลมหายใจสุดท้าย”
“ฉัน... ฉันไม่ได้ทำ...” เสียงของรินสั่นเครือ ความวิตกกังวลที่เธอพยายามกักขังไว้เหมือนสัตว์ป่ากำลังพังประตูออกมา “แกโกหก! แกเป็นใคร? แกไม่ใช่พิมพ์!”
พิมพ์ยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่กว้างเกินไป กว้างจนเห็นฟันที่เรียงตัวสวยแต่ดูไม่เป็นธรรมชาติ “ฉันคือเพื่อนสนิทที่รู้อดีตของเธอดีกว่าตัวเธอเอง และฉันก็คือคนที่ ดร. อคิน ส่งมาเพื่อเตือนเธอไงล่ะ ว่าทฤษฎีตัวตนคู่ขนานมันไม่ใช่แค่ทฤษฎี... แต่มันคือการแลกเปลี่ยนที่ไม่มีวันคืนทุน”
ทันใดนั้น บรรยากาศภายในร้านก็เปลี่ยนไป บานกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังด้านหลังของพิมพ์เริ่มเกิดรอยร้าว รอยร้าวไม่ได้เกิดจากการกระแทก แต่มันค่อยๆ แตกออกเป็นรูปทรงของใบหน้าคน... ใบหน้าที่เหมือนกับรินราวกับแกะ แต่มันกลับแสดงความโกรธแค้นออกมาอย่างชัดเจน
รินลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น เสียงดังสนั่นเรียกความสนใจจากพนักงานในร้าน แต่รินกลับพบว่าพนักงานคนนั้นไม่มีใบหน้า... เขายืนนิ่งสนิทราวกับหุ่นขี้ผึ้ง
“ดร. อคิน บอกว่าถ้าเธอไม่ยอมรับความจริง กระจกเงาบานที่สิบสามจะกลืนกินทุกอย่างที่เธอรัก” พิมพ์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เธอหยิบหน้ากากที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาสวมทับใบหน้าของเธอเอง หน้ากากนั้นคือใบหน้าของรินในวัยเด็ก “รวมถึงตัวตนของเธอที่เหลืออยู่ด้วย”
รินก้าวถอยหลังอย่างเสียหลัก เธอหันไปมองกระจกอีกครั้ง และสิ่งที่เธอเห็นในนั้นไม่ใช่เงาสะท้อนของร้านกาแฟ แต่เป็นห้องมืดที่มีกระจกนับหมื่นบานล้อมรอบตัวเธอ และในกระจกทุกบาน... มีใบหน้าของเธอที่กำลังกรีดร้องอย่างทรมาน
ประตูร้านกาแฟถูกเปิดออก ร่างของชายวัยกลางคนที่ดูใจดีในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามา เขาส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ริน แต่มันกลับเป็นยิ้มที่ดูเยือกเย็นที่สุดเท่าที่รินเคยเห็นมา ดร. อคิน เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังพิมพ์ เขาเอื้อมมือมาแตะไหล่ของรินเบาๆ แต่สัมผัสนั้นกลับทำให้รินรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต
“ถึงเวลาที่คุณต้องเลือกแล้วล่ะ ริน” ดร. อคิน กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาแฝงไปด้วยความปรารถนาที่น่าขนลุก “ว่าจะยอมรับเงาที่สิบสามในกระจกนั่น... หรือจะถูกขังไว้ในกระจกชั่วนิรันดร์แทนที่พวกมัน”
รินหันไปมองหน้ากากบนใบหน้าของพิมพ์ แล้วหันกลับไปมองความว่างเปล่าของใบหน้าพนักงานในร้าน ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของ ดร. อคิน ที่สะท้อนเงาของเธอเพียงคนเดียว... แต่นั่นไม่ใช่ตัวเธอจริงๆ ในตอนนี้นี่นา
กระจกเงาที่ผนังแตกกระจายออกพร้อมกันทั้งหมด เสียงเศษแก้วร่วงกราวลงพื้นเหมือนน้ำฝนที่ตกลงมาใส่ความมืดมิด ท่ามกลางเสียงแก้วแตกนั้น รินเห็นมือหนึ่งยื่นออกมาจากกระจกที่แตกร้าว มันไม่ได้ยื่นออกมาเพื่อทำร้ายเธอ แต่มันกำลังยื่น ‘กุญแจ’ ดอกหนึ่งที่เปื้อนเลือดมาให้เธอ
กุญแจดอกนั้น... เป็นกุญแจที่เธอเคยทิ้งลงถังขยะเมื่อสิบปีก่อน ในวันที่พ่อของเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกระจกเงาไปพร้อมกับความลับที่ซ่อนอยู่ด้วยนะคะ
จากใจ... กระจกเงาต้องสาป
เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 15
หน้ากากของเพื่อนสนิท
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!